You never know

หากจะย้อนเวลากลับไปตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน
ก็7ปีมาแล้วเนาะ 
นานเหมือนกัน

เราเจอกันเพราะเราเรียนด้วยกัน แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจการมีตัวตนของเธอหรอกนะ 
เธอก็คงเช่นกัน เราปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ 
เรารู้จักกันไปเองตามสภาพแวดล้อม 
เราเริ่มคุยกันวันแรกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 
รู้ตัวอีกทีก็คุยกันเกือบทุกวัน 

เธอชอบเพื่อนของฉัน
เพื่อนของฉันก็ชอบเธอ
แล้วเธอทั้งสองคนก็คบกัน

ตอนนั้นฉันเองก็ยินดีด้วย 
และวนเวียนอยู่ในวังวนความรักของเธอสองคนเรื่อยมา 
อยู่ข้างๆและคอยให้คำปรึกษามาตลอด

จนวันหนึ่งเราทะเลาะกัน ฉันหมายถึงเราทั้งสามคน 
เป็นสามเหลี่ยมที่แตกหักไม่มีชิ้นดี
เธอทั้งสองคนเลิกกัน และเธอทั้งสองคนก็ไม่คุยกับฉันด้วย

ชีวิตของฉันช่วงนั้นแย่เหลือเกิน 
ไม่ใช่แค่พวกเธอที่เกลียด 
แต่เป็นคนอื่นๆด้วยที่รุมเกลียดฉัน 

ฉันเป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง แต่มันไม่ใช่รักสามเศร้า
ฉันไม่ได้รักใครหรือพิศวาทใครในช่วงเวลานั้น
มันเป็นเรื่องส่วนตัว ที่มีแต่ฉันและเธอ ..เพื่อนของฉันที่เข้าใจ

ความผิดพลาดของฉันเกิดขึ้น
และไม่เคยถูกแก้ไข
อาจเป็นเพราะฉันไว้ใจทุกคนรอบตัวมากเกินไป
ไว้ใจว่าจะเข้าใจและเห็นใจ
แต่ไม่ใช่ ไม่ใช่เลย

สุดท้าย
ฉันป่วยทั้งกายและใจ
ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเกือบเดือน 
ขณะเดียวกันก็เป็นโรคซึมเศร้า

เตียงเป็นทรายที่คอยดูดฉันลงไปข้างล่างทุกครั้งที่ลืมตาตื่น
ภาพที่คุ้นชินคือเพดานสีขาว ห้องนอนที่ว่างเปล่าและมืดมิด
และการกินยานอนหลับทุกวันทำให้ฉันนอนไม่รู้วันรู้คืน
แต่นั่นเป็นการป้องกันตัวของฉัน เป็นการรักษาตัวเองในแบบของฉัน

ไม่อยากตื่นขึ้นมาพบกันโลกใบเดิมที่เจ็บปวด
ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากเจอใคร

ฉันปกป้องตัวเองอยู่ได้ไม่นานนัก
เป็นความจริงที่ว่าฉันยังคงมีชีวิต
และฉันต้องใช้ชีวิตต่อไป

ต้องกลับไปเผชิญกับโลกใบเดิม
โลกแห่งความจริง
โลกที่มีพวกเธอ

กว่าจะผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้
ฉันต้องใช้ความอดทนมากมายขนาดไหนกันนะ
ลืมไปแล้ว

ความทรงจำช่วงนั้นถูกบันทึกด้วยม้วนฟิล์มที่เสีย
เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นบ้าง ภาพขาดบ้าง ไม่มีสีบ้าง
มานั่งคิดตอนนี้ก็รู้สึกดีกับตัวเองอยู่เหมือนกันที่อยากลืมอะไรก็ลืมได้จริงๆ
ไม่ก็เพราะมันแย่มากๆ จนไม่รู้สึกว่าต้องเก็บอะไรมาเป็นความทรงจำนี่แหละ

เวลาผ่านไปแต่โรคบ้านั่นยังอยู่
ฉันไม่ไว้ใจใครเลย 
ไม่แม้แต่จะมองตา

กลัว
กลัวโดนทำร้าย
กลัวเจ็บอีก

เวลานั้นเองที่เธอกลับมา
เธอที่เคยเป็นแฟนเก่าของ(อดีต)เพื่อนฉัน

กลับมาในวันที่อ่อนแอมากเกินไป
มากเกินที่ทำให้ใจฉันอ่อนไหว

เธอไม่ได้ขอโทษ
บอกเพียงแต่อยากคุยกับฉัน
อยากให้เรากลับมาเป็นเพื่อนที่พูดคุยกันได้เหมือนเดิม

โลกของฉันที่กั้นทุกคนให้ออกห่างจากตัวเอง
กลับมีเธอเข้ามาง่ายดาย
โดยที่ไม่ต้องพยายามปืนกำแพงเข้ามาเหมือนคนอื่นๆด้วยซ้ำ

เราคุยแบบนี้ทุกวันหมายความว่าอะไร
กว่าจะมั่นใจความรู้สึกตัวเอง
ก็กินเวลาเกือบปี

ความรู้สึกเล็กๆเกิดขึ้นในใจฉัน
ผีเสื้อตัวน้อยๆเริ่มบินไปทั่วท้อง
จากตัวสองตัวก็เริ่มทวีคูณ

ปฏิเสธกับตัวเองวันละล้านครั้ง
"ฉันไม่ได้รักเธอ"

แต่แค่บังเอิญเจอเธอเดินมา
...ปฏิเสธอย่างไงละ ใจเต้นออกขนาดนี้

แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
เธอไม่เคยรับรู้
เพราะฉันไม่เคยบอก

เป็นความไม่มั่นใจ
ทุกครั้งที่เราไม่ได้คุยกัน
เธอมีใครหรือเปล่า

กับแฟนเก่าเธอ 
ที่เคยเป็นเพื่อนของฉันน่ะ
ยังรักเขาอยู่มั้ย
ลืมเขาได้หรือยัง

ฉันมีสิทธิ์คิด หรือน้อยใจแบบนี้ได้หรือเปล่านะ ?

ในตอนนั้นเองที่ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจ

แฟนเก่าเพื่อน
แม้จะอดีตเพื่อน
แต่นี่ก็แฟนเก่าเพื่อน

เรื่องราวที่บาดหมางกันวันนั้น
ใครๆก็รู้ในวงกว้าง
และเชื่อว่าหลายคนยังจำได้

หากวันหนึ่งเราใจตรงกันจริงๆ
เราคบกัน
เธอจะกล้าพูดมั้ยว่าคนข้างกายเธอคือฉัน

แล้วฉันหล่ะ
ฉันจะทนกับถ้อยคำที่ตามหลังมาได้มั้ย
ฉันจะทน ได้ขนาดไหน

ไม่มีคำตอบเกิดขึ้น
ว่างเปล่า

ในขณะที่กำลังลังเลกับความสัมพันธ์ครั้งนี้
มีผู้หญิงอีกคนที่ดูเหมาะสมกับเธอมากๆเข้ามาดูแลเธอ
ฉันก็ยินดี

....

หายไปเฉยๆ
ไม่มีคำร่ำลา 


มีแต่น้ำตาของฉันที่ไหลไม่หยุดหย่อน



ฉันยังคงดำเนินชีิวิตต่อไป
และคอยมองเธออยู่ห่างๆ
ความรู้สึกที่ว่านั่นลดลงไปบ้าง
แต่ก็ไม่มากพอที่จะพูดได้เต็มปากว่าไม่ได้รักเธอแล้ว

ชีวิตฉันดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
โรคนั่นทำอะไรฉันไม่ได้มากเหมือนเมื่อก่อน

มีความรักมาสะกิดแขนฉันบ้างบางที
แต่ฉันไม่เคยตอบรับหรือให้โอกาส

' แค่คิดว่าการคบใครเพื่อลืมเธอเป็นการกระทำที่ใจร้ายเกินไป '

นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อรอเธอเท่านั้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอยังคงวนเวียนอยู่ในทุกเทศกาลของฉัน
ปีใหม่  วาเลนไทน์ วันเกิด
ถ้อยคำสั้นบ้างยาวบ้างจะเด้งผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆที่เรายังติดต่อกันอยู่

บทสนทนาที่เกิดขึ้นในทุกเทศกาล
บทสนสนาที่ฉันรอคอยมาตลอด
บทสนทนที่ฉันอยากให้ยาวนานกว่านั้นแต่ก็จบลงทุกครั้งในเวลาอันรวดเร็ว




กาลเวลายังคงดำเนินไปตามหน้าที่ของมัน

อายุที่มากขึ้นมาพร้อมกับภาระและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
ฉันกำลังจะจบการศึกษาแล้ว
ชีวิตของฉันเปิดรับผู้คนใหม่ๆมาเป็นสิบเป็นร้อย

ยิ่งมากคนยิ่งมากความ
เลยมีเรื่องราวมากมายที่ต้องโฟกัสและให้ความสำคัญ

และนั่นทำให้ฉันไม่ได้คิดถึงเธอตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อน
แต่ความรู้สึกกลับเท่าเดิม
ไม่ได้ลดลง

ในขณะที่กำลังนั่งเขี่ยดินสอในหนังสือการวิเคราะห์งานประเมินขององค์กรที่ฉันไปฝึกงานอย่างหน่ายๆ
ข้อความของเธอก็กลับมาเป็นกำลังใจของฉันอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเพราะฉันคิดถึงเธอมากเกินไปหรือเปล่า
ฉันชวนเธอคุยมากกว่าปกติ
คุยทุกเรื่องที่ทำให้การสนทนาครั้งนี้ยาวนานและไม่จบลงง่ายๆเหมือนที่แล้วมา

นับจากวันนั้น
ในทุกๆเช้าของฉัน
จะมีข้อความของเธอเป็นยาชูกำลังประจำวันเสมอ

เราคุยกันทุกวันเหมือนแต่ก่อน
เหมือนครั้งแรกที่ฉันตกหลุมรักเธอ

เราทั้งสองคนโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความเห็นและทัศนคติของเราตรงกันหลายเรื่อง

จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเราใจตรงกันจริงๆ
เราอาจจะเป็นคู่รักที่เข้ากันดีคู่หนึ่งเลยนะ

ความสัมพันธ์จางๆครั้งนี้ดำเนินเรื่อยมา
จนเริ่มชัดเจนขึ้นอย่างช้าๆ

เธอเริ่มบอกใครต่อใครว่ากำลังคุยกับฉัน
เธอเริ่มแนะนำฉันให้เพื่อนของเธอรู้จัก

และเธอบอกกับแฟนเก่าเธอ
อดีตเพื่อนของฉัน
.....
ว่าเรากำลังคุยกันอยู่

อาจเพราะฉันรักเธอมาก
รักมานาน
ครั้งนี้ความรู้สึกผิดไม่ได้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ฉันคิดแต่ว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉัน
กินเวลามายาวนานเกินไปแล้ว

ครั้งนี้
ฉันจึงหวังให้มันเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆเสียที




เวลานี้เป็นช่วงปลายปี 
เดือนธันวาที่ฉันรัก
และอากาศหนาวที่ฉันชอบวนมาถึง

ปกติแล้วปีใหม่ฉันทำได้แค่เพียงรอข้อความอวยพรสั้นๆของเธอ
แต่ปีนี้เราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันแล้ว

เธอบอกว่าปีนี้สถานที่ต่างๆจัดงานน่าเที่ยวดี
เธอไปเดินๆดูมาแล้วสวยมาก

ฉันตอบรับและรอคอยให้วันนั้นมาถึง

ระหว่างที่ฉันรอความรู้สึกของเราจางลงไปเสียดื้อๆ
เพราะเรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งคู่
เราไม่ได้คุยกันทุกวันเหมือนเมื่อก่อน

' ไม่มีกันก็อยู่ได้นิ '

ประโยคนี้เกิดขึ้นในใจฉันทุกครั้งที่เห็นเธอออกไปเที่ยวกับเพื่อนฝูง
และมีผู้หญิงแปลกหน้าที่ฉันไม่รู้จักปะปนอยู่ด้วย

ฉันพยายามไม่คิดมาก
ฉันจะไม่คิดเลย

หากไม่เห็นหลักฐานบางอย่างที่ยืนยันว่าเธอก็มีความรู้สึกดีๆให้กับผู้หญิงคนอื่นเหมือนกัน

ในมือฉันถือแก้วเหล้าไม่ยอมวาง 
เพื่อนๆที่รายล้อมฉันกำลังสนุกสนานกับวงดนตรีสดที่อยู่บนเวที
ฉันกอดคอเพื่อนและกระดกสิ่งที่อยู่ในมือไม่หยุด

ฉันไม่ได้อกหัก
จะเรียกว่าอกหักได้อย่างไง
เราไม่เคยบอกรักหรือคบกันด้วยซ้ำ

ฉันเสียน้ำตาให้กับเธออีกครั้ง
อีกครั้ง
และอีกครั้ง



' พอแล้ว '
ฉันบอกกับตัวเอง

แต่ทุกครั้งที่เห็นข้อความที่เราคุยกัน

ใจ

ใจของฉัน
ไม่เคยฟังเลย

พอแล้วอะไรกัน
รักเธอออกขนาดนี้

แก้วเหล้าใบใหม่อยู่ในมือของฉันอีกครั้ง
เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ส่วนHippocampusที่เป็นหน่วยเก็บความทรงจำของมนุษย์เรา
เรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่ฉันได้เจอเธอผุดขึ้นมาเป็นหนังที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา

เธอ
ก้าวเข้ามาในชีวิตของฉันเองตั้งแต่แรกทั้งที่ไม่ได้เชิญ
สร้างความทรงจำไว้มากมาย
สุดท้ายก็หายไป 
ทิ้งฉันให้จมอยู่กับเศษซากความรู้สึกพังๆนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

เจ็บใจ
เจ็บใจเหลือเกิน

ทำไมต้องเป็นเธอ

คนดีๆเข้ามาในชีวิตฉันกี่คนๆ
แต่สุดท้ายฉันก็คิดถึงเธอ

ฉันเกลียดเธอ
แต่เกลียดตัวเองมากกว่า
ที่เลิกรักเธอไม่ได้สักที







นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์มาสักพักใหญ่ๆแล้ว
มีงานอีกหลายงานที่ต้องสะสางให้ทันก่อนที่จะโดนอาจารย์เล่นงาน
ไม่มีแรงทำอะไรเลย

เปิดเว็บไซต์ดูดวงเล่นแก้เบื่อไปพลาง
มือก็ดันไปคลิ๊กดูเรื่องความรักอีก

' หากความรักช่วงนี้มีปัญหา ก็ขอให้อยู่เฉยๆ '


อยู่เฉยๆอะไรกัน
ก็มันคิดถึง
คิดถึงชะมัด


พิมพ์ ลบ พิมพ์ ลบ
ไม่กล้ากดส่ง

ปวดร้าว
ร้าวราน
พังไปหมด
ไม่มีแรง
อยู่ไม่ไหว
อกข้างซ้ายเจ็บจิ๊ดอยู่ตลอดเวลา

บ้า
บ้ามาก

ความรู้สึกพวกนี้เคยคิดว่ามีแต่คนที่อ่อนแอเท่านั้นแหละที่จะทนไม่ไหว
วันนี้กลายเป็นฉันเองที่โดนความรู้สึกพวกนั้นโจมตีจนเสียศูนย์ไปหมด


อยู่ไม่ไหวจริงๆ
ฉันตัดสินใจจะสานความสัมพันธ์ครั้งนี้ต่อ
ถึงใครจะมองว่าโง่ก็ตาม

เลือกที่จะเป็นฝ่ายทักไปก่อนบ้าง
ถามถึงแพลนเที่ยวที่เราเคยนัดไว้ว่าจะไปด้วยกัน
ไม่รู้ว่าเธอจะรำคาญมั้ย 
แต่ไม่สนแล้ว
เป็นไงเป็นกัน

ฉันทนไม่ไหวกับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน 
ไม่มีความแน่นอนนี้เต็มทน

หากเจอกันเมื่อไหร่ฉันจะถามเอง
ว่าระหว่างเราคืออะไรกันแน่

ถ้าใช่ก็ใช่
ถ้าไม่ใช่
สิิ่งที่ค้างคาระหว่างเราหลายปีมานี่จะได้จบจริงๆเสียที

....

กล่องข้อความเล็กๆด้านขวาเด้งขึ้นมา
ฉันสะบัดความคิดก่อนหน้านี่ออกแล้วเผ่งเล็งไปที่กล่องข้อความนั่น

...
เพื่อนเก่าสมัยมัธยม


เพื่อนสนิทของแฟนเก่าเธอ
และก็เคยเป็นเพื่อนของฉันด้วย

เท่าที่จำได้ เราเคยอยู่ด้วยกัน สนิทกัน
พอมีเรื่องเกิดขึ้น
มีคนที่เลือกที่จะอยู่ข้างๆฉันไม่กี่คน

คนที่ทักมาหาฉันในตอนนี้ 
ไม่ได้อยู่ข้างฉันนับตั้งแต่วันนั้น
และเราก็ไม่ได้คุยกันอีก
จนต่างคนต่างแยกย้ายกันไป

พอมาวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นอยู่ๆก็ทักมา

ฉันทำใจก่อนเปิดข้อความในกล่องอ่าน
มีความรู้สึกว่า ถ้าเป็นคนนี้ ต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ

และฉันคิดถูก

ไม่รู้สึกผิดกับ...บ้างเลยหรือไง

.....










ฉันสะอึกกับข้อความนั่นอยู่นานพอควร
ความรู้สึกผิดในใจก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

กลัว
สิ่งที่ฉันเคยกลัวก่อนหน้านี้กำลังเกิดขึ้น

ฉันเคยถามกับตัวเองว่า
" ฉันจะทนกับถ้อยคำที่ตามหลังมาได้มั้ย
  ฉันจะทน ได้ขนาดไหน "

มันไม่ใช่ว่าฉันจะทนกับกับคำของคนได้มากขนาดไหนแล้ว

มันอยู่ที่จิตใต้สำนึกของฉันเอง

.....

นี่แฟนเก่าเพื่อนนะ
ถึงตอนนี้จะเป็นแค่อดีตเพื่อนก็เถอะ

ไม่รู้ว่ามาสำนึกตอนนี้ยังทันอยู่มั้ย

แต่ที่ไม่ทันแล้วแน่ๆ
คือฉันรักเขาไปแล้ว
ฉันรักแฟนเก่าแกไปแล้ว
รักมานานแล้วด้วย

ต่อให้ฉันขอโทษแทบตายแกคงไม่ฟัง
เหมือนกับที่ฉันเคยขอโทษแกเมื่อก่อนแกก็ไม่ให้อภัย

ทั้งเรื่องในอดีตและยังเรื่องตอนนี้อีก
แกเกลียดฉันมากขนาดไหนคงไม่ต้องเดา




อ่อนแอ
ตอนนี้อ่อนแอมาก

ความกล้าหาญใดๆ
อะไรที่คิดว่าจะทำเพื่อให้ความสัมพันธ์ของเราชัดเจนเสียที
ก็ไม่คิดจะทำแล้ว

ทำไมถึงปล่อยให้ถลำลึกขนาดนี้

ยิ่งตกตะกอนอดีตยิ่งพบว่า
ชีวิตฉันไม่ควรต้องมาเจอผู้คนในความทรงจำแย่ๆแบบนี้อีก 

ฉันเคยลืมพวกเขาได้ 
ฉันเคยละทิ้งอดีตที่เลวร้ายนั้นได้ 

แต่สุดท้ายฉันก็ปล่อยให้พวกเขาก้าวเข้ามาทำร้ายชีวิตของฉันอีกครั้ง

น้ำตาที่ไหลไม่หยุดตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่า
ฉันไม่มีทางมีความสุขจริงๆได้แน่
ถ้ายังรักเธอ

มากกว่านี้ ไม่ได้แล้ว
ไม่ใช่เพราะคำพูดของใคร
แต่่ฉันเชื่อว่าถ้าจะมีความรักดีๆ
ต้องไม่ใช่เธอ







รักได้ก็ต้องเลิกรักได้สิ








คืนนี้เห็นเขาว่าจะมีดาวตก
รู้อยู่ว่าในตัวเมืองสว่างแบบนี้ไม่ได้เห็นหรอก
แต่ก็ยังนั่งแหงนหน้ามองอยู่ดี

ไม่เห็นดาวตก
เห็นกลุ่มดาวสวยๆก็พอ

พวกเจ้าน่ะ
ดีกว่าดาวตกเป็นไหนๆ
คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป
สวยเพียงชั่วครู่ยาม
ประทับใจแค่ช่วงเวลาหนึ่ง
สุดท้ายก็จางหายไปอยู่ดี

สู้ลอยอยู่ตรงนั้น
อยู่ที่เดิมไม่หายไปไหน
แหงนมองเมื่อไหร่ก็เจอ
อุ่นใจกว่าตั้งเยอะ

ข้อความจากเธอยังมีให้อ่านอยู่บ้างนานๆที
เช่นวันนี้เธอก็บอกว่าจะมีดาวตกนะ

ฉันพิมพ์ตอบไปว่าฉันรู้แล้ว
แต่คงไม่ได้เห็นหรอก

และบทสนทนาก็จบแค่นั้น

....ฉันถอนหายใจอีกครั้งและกลับไปแหงนหน้ามองดาวต่อ

ฉันยังเลิกรักเธอไม่ได้หรอกนะ
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเลิกได้ด้วย

ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
ถึงจะตัดเธอออกจากชีวิตได้จริงๆเสียที

ไม่รู้อีกนานมั้ย
กว่าฉันจะเจอใครที่เข้ากันดีจนสามารถลืมเธอได้

เธอทำให้ฉันเสียใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็จริง
แต่ฉันยังมีความรู้สึกดีๆความหวังดีให้เธอเสมอนะ

หากบังเอิญนึกขึ้นได้
ว่าเคยมีแพลนไปเที่ยวไหนต่อไหนกับฉัน
จะทักมาก็ได้ ฉันจะไปด้วย
ในฐานะเพื่อนคนหนึ่งนี่แหละ

ฉันเหนื่อยมามาก
เหนื่อยกับการคาดหวังของตัวเอง
พอที

สำหรับเรา
แค่เพื่อนก็พอ








มันมีประโยคหนึ่งที่ฉันคิดอยากจะบอกเธอ
แต่ไม่มีโอกาสนั้นแล้ว
งั้นฝากไว้กับดาวที่ลอยอยู่บนฟ้าคืนนี้เลยแล้วกัน

" ฉันรักเธอ "


15.12.60 03.09










SHARE

Comments

Intricacy
1 year ago
อ่านแล้วปวดตับมากครับมันรู้สึกเจ็บจี๊ดอึดอัดในหน้าอกยังไงไม่รู้ถ้อยคำที่เขียนก็มีเสน่ห์มากไม่แปลกใจที่ติดดาวเอาเป็นว่าชอบครับ
Reply
jackfruit
1 year ago
กอดนะคะ
Reply
Knitver
1 year ago
ผมเคยมีความรักแบบนี้เหมือนกัน แต่คงไม่ลึกซึ้งเท่านี้

เราลืมเรื่องแบบนี้ไม่ลงหรอก แต่เราเก็บมันไว้ในความทรงจำก็ได้

ก้าวผ่านอดีต ออกไปพบเจอกับคนใหม่ๆ ชีวิตเราไม่ได้หยุดแค่นี้

ทำใจให้ได้นะครับ:)
Reply
Anuang
1 year ago
กินใจมากๆเลย แค่ความกล้าเท่านั้นอ่ะ
Reply
1HP
1 year ago
เกลียดตอนนี้เพื่อนถามว่าไม่รู้สึกผิดบ้างเลยหรอจังเลยค่ะ ;-; เลิกไปแล้วก็ให้มันจบๆไปสิ ฝั่งนั้นต่างหาก ไม่รู้สึกผิดบ้างหรอ เห็นแก่ตัวขนาดนี้ยังกล้าว่าคนอื่นอีกหรอ ;-; อ่านแล้วรู้สึกหน่วงมากเลยค่ะ จะล้องงง
Reply