ข้างแรม
เหมือนชีวิตเกิดมาเพื่อฟังคำถามในหัวตัวเอง
คำๆ นี้ที่มักโผล่ขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่หลากหลาย

ทำไม
ถ้าโฟกัสเพียงอารมณ์ในด้านลบ
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคงไม่พ้นคำพวกนี้
ทำไมเขาถึงไม่ชอบเรา
ทำไมเขาถึงไม่พอใจเรา
ทำไมเขาถึงไม่ฟังเรา
ทำไมเขาไม่เข้าใจเรา

พอโตขึ้นมาหน่อยก็คิดเองตอบเอง
ทำไมเขาถึงไม่ชอบเรา - ไม่มีเหตุผลหรอก ไม่ชอบก็คือไม่ชอบนั่นแหละ; ยกเว้นการเกลียดขี้หน้าส่วนตัวและความอิจฉาคือหนึ่งในเหตุที่สมเหตุสมผล
ทำไมเขาถึงไม่พอใจเรา - เพราะเราทำในสิ่งที่เขาไม่ถูกใจ เขาต้องการให้เราทำแบบอื่นที่ไม่ใช่แบบนี้
ทำไมเขาถึงไม่ฟังเรา - เขาจะฟังคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้า/ไม่ถูกชะตา/เกลียดทำไม มองแล้วตัดสินใจเอาเองง่ายกว่า; ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเหตุผลและความเป็นกลางมากพอที่จะคุยกับคนที่ตัวเองไม่ชอบโดยไม่เอาอคติปากระแทกหน้าตั้งแต่แรกเห็นหรือเหตุผลอาจง่ายกว่านั้น ขี้เกียจฟัง/ไม่สำคัญพอที่จะต้องฟัง แค่มีเรื่องให้พูด/นินทาสนุกปากก็พอใจแล้ว
ทำไมเขาไม่เข้าใจเรา - เข้าใจสิ เข้าใจแบบที่เขาตีความไปเองโดยไม่ถามเราสักคำ

จนมาถึงวันนี้
สรุปความได้ว่า; ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ไม่ต้องไปถามหาเหตุผล

แต่บางครั้งเราก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้
ไม่ชอบกันก็อาจต้องอยู่ร่วมสังคมเดียวกัน เกลียดกันก็อาจจำเป็นต้องร่วมงานกัน
แม้แต่การต้องเห็นกันผ่านคนรู้จักอีกที

เราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนที่เราอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนที่เราไม่ชอบ
ไม่ชอบ ไม่พอใจ ก็นิ่งเอาไว้ ไม่ต้องเอาไปพูด ไปโพนทะนา ไม่ต้องป่าวประกาศ
นี่คำพูดที่พ่อบอกไว้; นึกได้เสมอ แต่ก็ทำไม่ค่อยจะได้
พยายามแล้ว แต่ก็ทำไม่ค่อยจะได้

แล้วช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้มันก็ไม่ได้ช่วยให้เรื่องทุกอย่างง่ายขึ้นแม้แต่น้อย
ตรงกันข้ามเลยมัน มันช่างยากเหลือเกินที่จะไม่โวยวาย ตีโพยตีพายออกมา
โกรธ ไม่พอใจ เสียใจ น้อยใจ; ทุกอารมณ์ในหนึ่งวันช่างเหนื่อยเหลือเกิน
เหมือนต้องพยายามขุดหาความอดทนที่ฝังอยู่ข้างในตัว ลึกขึ้น ลึกขึ้น; เพื่อเอามาใช้ทีเดียวหมด

เหนื่อยเหลือเกิน
อยากพอแล้ว
แต่ยังไงมันก็ต้องไปต่อจริงไหม
ทุกเรื่องนั่นแหละ

ความรู้สึกที่ตีกันยุ่งทำให้ความคิดย้อนกลับไปยังอดีต
วันที่ผมได้ยืนคุยกับเธอ; อันที่จริงเราเงียบ ใช้เวลากับความเงียบร่วมกัน
ในวันนั้นผมคิดไปต่างๆ นานา 

ไม่อยากเลย อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้จะดีกว่า
เศษเสี้ยวดำมืดราวกับพระจันทร์ข้างแรม มักปรากฏให้เห็นเมื่อเข้ามาใกล้มากเกินไป
เว้าแหว่ง ขรุขระ น่ารังเกียจแถมยังสุดแสนจะร้ายกาจ

ใกล้เกินไปแล้ว; ความสัมพันธ์ระหว่างเรา ใกล้เกินไป
ใกล้จนผมไม่อาจมั่นใจได้เลยว่าจะไม่เผลอไปทำร้ายเธอเข้า
ผมไม่อาจรับปากและผมเสียใจที่มันเป็นแบบนั้น

แต่เธอก็ไม่ได้หนีหายไป เรายังคงใกล้กันอยู่แบบนั้น
แบบที่ทำให้ผมอุ่นใจได้เสมอว่าผมยังมีเธอไม่ว่าจะต้องเจออะไร
พื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวในโลกของผมคือเธอ

แน่นอน มันเกิดขึ้น; ครั้งแล้วครั้งเล่า
เราเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกัน เติบโต ทำร้ายกัน ในขณะเดียวกันเราต่างก็ใส่ยาให้กันครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้เวลาเยียวยา รักษาเราจนเข้มแข็ง เติบโต

พวกเราโตขึ้นจากวันนั้นมากแล้ว
พวกเรามีสังคม มีคนอื่นในโลกของเราแล้ว
ได้เวลาออกนอกกำแพงมาเจอคนอื่น

แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมก็ยังอยากเป็นเด็กอยู่แบบนั้น
ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องมีคนอื่น มีแค่เราและโลกของเราเพียงเท่านั้น
มันเป็นไปไม่ได้แต่ความเห็นแก่ตัวในใจก็เผลอทำให้คิดอยู่เสมอๆ - และผมรู้ว่าจริงๆ ตัวเองก็ไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น; ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วให้ต่างจากที่มันเป็นอยู่

ผมดีใจที่ผมและเธอเติบโตมาจนถึงตรงนี้; โดยยังมีกันและกัน (และมีคนอื่นเพิ่มเข้ามาด้วย)

แด่ ความไม่ได้ดั่งใจในช่วงนี้
แด่ ความอดทนที่ถูกใช้จนหมด
แด่ อากาศที่ร้อนเหลือทนที่บ้าน
แด่ ช่วงเวลาแห่งความเปลี่ยนแปลงที่แสนโหดร้าย

ไม่ยอมแพ้หรอก (ไม่ยอมหรอก)
ช่วงเวลาแย่ๆ แบบนี้ก็เหมือนข้างแรมนั่นล่ะ
อาจจะมืดไปหน่อยแต่มันก็มองเห็นดาวนะ
เห็นกำลังใจนั่นไหม เห็นไหม ไม่ได้ตัวคนเดียวหรอกนะ
อีกไม่นานก็จะข้างขึ้นแล้ว อดทนหน่อยนะ
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่างที่ผ่านมา
SHARE
Written in this book
Dear, Diary
Me Myself & I
Writer
ibearinmind
Sea
Everything around myself.

Comments