a man who came with hurricane.





เฉอะแฉะ


และเต็มไปด้วยฝน ...


นิยามของเย็นวันอาทิตย์เป็นอย่างนี้หรอกหรือ

ผมก็ไม่เชิงไม่พอใจหรอก พายุเมื่อครู่

มันดีเสียอีกที่ได้เกิดขึ้น




แม้มันจะแลกด้วยการติดแหง็กอยู่บนท้องถนนร่วมชั่วโมง เกือบแข็งตายโดยมีหูฟังและเชลโลของชูมานน์เป็นพยานมรณะ


แต่พายุมันก็โอเคประมาณนึง

คงเป็นเพราะตอนนี้มันเริ่มเบาลงแล้ว....

นิวบาลานซ์รุ่นเก่าของผมย่ำลงพื้นฟุธบาธ

เฉอะแฉะไปทั่วบริเวณ
แต่ก็ยังยินดีจะเหยียบย่ำลงไป

เปียโนควอเต็ดในหูผมยังทำงานไม่ขาดตกบกพร่อง มันกลบเสียงผู้คนริมถนนได้ดี และเป็นเพื่อนผมเสมอ
ผมคิดอย่างนั้น......

กลิ่นไอฝนลอยคละคลุ้งอยู่รอบๆตัวผมขณะเดิน
มันเกาะอยู่ที่มือข้างขวา และอาจเลื้อยขึ้นไปบนร่มสีใส

เป็นความรู้สึกที่ดี
ประมาณนี้....



แต่แล้วก็


'....'

อย่างเงียบเชียบ

ใครสักคนยืนตัดหน้าผมอย่างเงียบเชียบ

ใครสักคนที่สูงกว่าผมเกือบเศษหนึ่งส่วนสองเท่า

ใครสักคนที่ดูเหมือนจะมีกลิ่นของไอฝนหนักมากไปหน่อย

จะพูดว่าเป็นใครสักคนก็ไม่ถูก...


เพราะผมจำเขาได้ตั้งแต่ประโยค

'อย่างเงียบเชียบ'แล้ว

ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา
เม็ดฝนประปรายพรมพร่างบนใบหน้าเขาเรื่อยๆ

เรื่อยๆ



และเรื่อยๆ


ปอยผมที่เคยแสกหน้า กลับเปียกชุ่ม
และดูดำขลับเสียจนผมอดมองไปที่ตาเขาไม่ได้

เพื่อพบว่าสายตาเขามันหนาวยิ่งกว่าแอร์สิบองศาเมื่อครู่เสียอีก

ผมหลบตา

ก้มหน้ามองนิวบาลานซ์ของตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำฝน

และนิวบาลานซ์ของเขาที่เปียกไม่ต่างกัน

'คุยด้วยหน่อย'
เหมือนลมพัดโหมใหญ่ซัดมวนเข้ามาในท้องผม



มันรุนแรงประมาณนั้น..



"ไม่มี ไม่.."
เสียงของผมส่งกลับไปราวกับเป็นแค่เสียงกระซิบ

มันอ่อนแรง

และพ่ายแพ้



และสองขาก็สั่งให้เดินหนี

แต่เมื่อก้าวไปได้แค่สองก้าว ฟ้าก็คำรามเสียงต่ำ มันดังกังวานในหัวผมพอๆกับเสียงของเขา

'ขอ'

'ขอแค่พูด'

ผมชะงักกึก..
ไม่ได้หันหลังกลับไป
เขาก็คงไม่ได้หันมาทางผมเช่นกัน

ฟ้าคำรามต่ำมาอีกระลอก ผมยืนตัวสั่นน้อยๆให้กับสายลมฝน
และตอบกลับเขาไป

อย่างเงียบเชียบ...


"....."





'ขอโทษ'

เขาเปิดบทคำแรกหลังจากได้รับความเงียบอนุญาติจากผม

'ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร'

มันงึมงำอยู่ในลำคอเขา
แต่ฟังชัดเจน

ชัดเจนยิ่งกว่าซิมโฟนีในหูผมตอนนี้เสียอีก

'เสียใจใช่ไหม'

'ขอโทษ'

'ผ่านไปให้ได้นะ' 
มันกระทบเข้ากลางใจผม
พัดมวนในท้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

ราวกับพายุบนฟ้าย้ายมาอยู่บนลำตัว

และถึงมันคล้ายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่ผม
ก็หมุนเท้าหันหลังกลับไป

แผ่นหลังของเขา
ความแข็งแกร่งมหาศาลที่ผมเคยหลงใหล

รอยอันเดอร์คัทจางๆบนท้ายทอยยังมีเสน่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ

ทุกๆอย่างในตัวเขายังอยู่ที่เดิม


มีแต่ผมนั่นแหละที่หนีมา .....


หนีมาเพื่อรับรู้ว่า 


ผมยังคงแพ้ให้เขาอย่างราบคาบ 



มือซ้ายของผมเอื้อมไปข้างหน้าด้วยความสั่นไหว

มันกำลังทำงานอัติโนมัติเช่นเดียวกับคลื่นริมขอบตาผม


พลันฟ้าก็ผ่าลงที่ไหนสักแห่งใกล้ๆแถวนี้


ผมสะดุ้งอย่างหมดท่า และน้ำตาก็พังทะลักทลาย

อย่างเงียบเชียบที่เขาค่อยๆหันมา แววตาเขามั่นคงเหลือเกิน

สองแขนของเขาอ้าออก ร่างสูงของเขายังใจดีก้มหน้าลงมามองผม
ริมฝีปากยกยิ้มอย่างอ่อนโยน

เมื่อก่อนผมอยากทำแบบนี้แทบแย่
แต่ครั้งนี้มันช่างยากเย็นนัก
เมื่อคิดว่าผมได้รับอนุญาติแล้ว

มือขวาของผมทิ้งร่มลงข้างตัว
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ผมเอาแต่ยืนสั่นหนาวกับเม็ดฝนที่โปรยลงมา

แม้แผ่วเบา แต่ทรมานเหลือเกิน



จนกระทั่งสายฟ้าแลบสว่างวาบขึ้นมาอีกรอบ
ผมก็ถูกคว้าเข้าไปในอ้อมกอดของเขา

ทันทีที่รู้ตัว
คือทันทีที่ฟ้าฟาดเสียงคำรามใหญ่ลงมาอีก

ผมหมดท่าอยู่ในวงแขนเขา

ไม่กล้าสัมผัส
หรือทำอะไรไปมากกว่ายืนนิ่งๆ




มันเหลือเชื่อที่ว่าเขาอุ่นยิ่งกว่าแดดตอนเช้า

อุ่นขนาดนี้

ในขณะที่รอบตัวเรากำลังจะเกิดพายุอีกรอบ...





'ขอให้ราบรื่น'
'ขอให้ปราณีอยู่เสมอ'

ราวกับกระซิบ
มันก้องสะท้อนไปมาเป็นพันเป็นหมื่นรอบในหัวผม



และผมอยากขอบคุณเขาเหลือเกิน

เพราะนี่คือการปลดปล่อยมหาศาลที่ผมปรารถนามาตลอด




ไม่นานนัก....ผมตอบกลับเขาไปอย่างเต็มหน่วยเสียงและเข้มแข็ง


"ขอให้อ่อนโยนและมั่นคงแบบนี้เรื่อยๆ"
"ขอบคุณ"

ผมถอนตัวออกจากอ้อมแขนเขา ที่ๆผมภาวนาจะอยู่ในนั้นตลอดกาล



เม็ดฝนห่าใหญ่สาดลงมาอย่างนึกสนุก
ผมยิ้มให้เขาและรับรอยยิ้มเขามา

ราวกับพระอาทิตย์เฉิดฉายขึ้นสักที่ในบริเวณนี้
ไม่แน่อาจจะเป็นที่เขา

ความหนาของเม็ดฝนมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเห็นเขาค่อยๆจางไป คล้ายกับไม่เคยมีอยู่จริง

ผมเอื้อมมือแตะใบหน้าเขาครั้งสุดท้าย
ก่อนที่เขาจะว่างเปล่าราวกับหายไปในเม็ดฝน

ผมยืนเปียกปอนอยู่ลำพัง...




ไม่สิ
กับซิมโฟนีในหู






และส่วนหนึ่งของเขา
อยู่ในตัวผม..







เสมอ

มา



SHARE
Written in this book
oceanme2017
Writer
charrotss
kodaline — The one
let her (grow)

Comments

BlankD
2 years ago
ชอบ
Reply
charrotss
2 years ago
แง ขอบคุณมากๆๆค่ะะ 💛
BlankD
2 years ago
:)
Reply