ฉัน Ťhërãpÿ
อือ...
ฉันเครียด 

เครียดมาหลายวันละ 

เรื่องไรอ่ะหรอ...? 

ก็มาแบบ Mix ไม่หวาน โคตรขม ผสมแล้วปั่น 

แยกไม่ออกเลยว่า... จริงๆแล้ว 
ฉันเครียดเรื่องอะไร 

ครั้นจะให้พูดเป็นภาษามนุษย์ 
ก็ไม่มีมนุษย์ตนไหนอยากรับฟังมันเท่าไหร่ 

แต่ถึงจะมี... ฉันก็ไม่มี 

ไม่มีอารมณ์จะเล่า 

เออ... ความเครียดบางทีก็ไม่ได้หมายความว่า พอพูดออกไป. ระบายออกไปแล้วมันจะหายเนอะ หื้อ... 

ฉัน... กำลังเครียดเรื่องงาน 
ใช่... งานที่มีผู้คนยั้วเยี้ย 
งานของฉันเป็นงานบริการ ที่ต้องใช้ใจและวาจาเป็นล้นพ้น เป็นมากๆ เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเลยแหละ 

นั่นน่ะซี้ ฉันก็รู้ว่าหัวใจของการทำงานอยู่ที่ไหน ทำไม๊ทำไม...ฉันไม่หยิบหัวใจออกมาใช้ทำงาน เอาจุดๆนั้นมาเป็นแนวทางในการทำงานล่ะ... 

นั่นน่ะแหละ... ฉันให้คำตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเพราะอะไร 

เพราะฉันไม่เคยเข้าใจ. เรื่องราวที่ฉันกำลังก้มหน้าก้มตาทำอยู่ 

มีคนยุคBabyboom เอื้อนเอ่ยถึงอะไรแบบนี้ให้ฟังบ่อย เอื้อนเอ่ยถึงลักษณะคนGenY อย่างฉัน... ที่ทำงานด้วยเหตุผล ด้วยการซื้อใจ ไม่ใช่กรอกทุกอย่างใส่ แล้วตะโกนบอกว่าให้อดทน... 

จริงๆฉันก็อดทนนะ... 
อดทนรนไม่ไหวไง 

แล้วไงอ่ะ... ฉันเชื่อในความยุติธรรม ความถูกต้อง ที่คนทุกคนบนโลกนี้ สมควรจะได้รับไม่ใช่เหรอ 
บางครั้งสิทธิของผู้รับบริการ ก็ควรจะมีพอๆกับผู้ให้บริการ 

เงินไม่ใช่พระเจ้า
ลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า 
คนไข้ไม่ใช่พระเจ้า 

เพราะถ้าโลกยืนยันกับฉันว่า 
ใช่ว่ะ...สิ่งที่ฉันพูดมา คือพระเจ้าจริงๆ 

ฉันก็อยากถามพระเจ้าเหลือเกิน 
ว่าเหตุใด พระเจ้าถึงได้ไร้เหตุผลเหลือเกิน...? 
เหตุใดถึงไม่ได้เห็นใจมวลมนุษย์ผู้ร่วมโลกกับท่านเล่า 

เอหรือว่า...จริงๆแล้วเราอยู่กันคนละโลก 

จะยังไงก็แล้วแต่เถอะนะ... เหตุการที่ไม่มีเหตุผลมารองรับทั้งหมด ที่เกิดขึ้น หล่อหลอมให้ฉัน... กำลังมองหาหนทางที่จะหันหลังให้กับวงการรับใช้พระเจ้านี้ พระเจ้า...ที่บร๊ะเจ้าเหลือเกิน😥

555 ความเครียดทำให้ฉันพ่นอะไรออกมามาก แต่เหมือนจะไม่ได้ใจความเลยเนอะ 

ใช่สิ ฉันไม่ได้เขียนเพื่อที่จะนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมของการ อ่านเอาเรื่อง 

ฉันก็แค่... กำลัง Therapy ตัวเอง ในรูปแบบที่ตัวเองรัก ในแบบที่ตัวเองชอบ ในค่ำคืนและเที่ยงวัน ที่ฉันกำลังร้องไห้... 

เออดิ... ฉันก็ต้องขี้แยตามประสาเด็กน้อย ที่ไม่เข้าใจ ว่าทำไมฉันต้องรับภาระอะไรที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ด้วย 

เอออีกที... ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้ว ฉันเรียนจบ. มีงานทำ เป็นงานที่สังคมบอกว่ามีเกียรติ เขาเอาเกียรติแปะหน้าผากฉัน... แล้วบอกว่า ฉันต้องอดทน ฉันต้องยอมทำ ฉันต้องมีเมตตา ฉันต้อง... ต้องทำตามความต้องการของสังคม ครอบครัว สถาบันของชาติ ศาสนา กระทรวง สำนัก กฎหมาย ประชาชน... ประหนึ่งว่า... ฉันมิใช่ประชาชน 

เอาเถอะ (ปาดน้ำตาหนึ่งที เช็ดน้ำมูกสองรอบ) ฉันทำได้แค่นี้แหละ... 
เพราะฉันไม่มีอำนาจใด... ไปปลดปล่อยตัวเอง ฉันก็เป็นแค่เด็กจนๆ ที่ตั้งใจเล่าเรียน เพื่อหางานที่มีเงินเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบาย เป็นกำลังใจให้พวกเขาได้มีลมหายใจที่มีความสุข ปลดปล่อยความทุกข์ที่เขาเคยเป็นมาตลอด 

ฉันเลยทำตัวชิคๆไม่ได้ เป็นตัวของตัวเองไม่ได้. เรียกร้องเสรีภาพให้กับวิชาชีพไม่ได้ 

นี่ถ้าใครสักคนรู้ว่าฉันมาบ่นอะไรแบบนี้
ฉันคงโดนเรียกไปตักเตือน ปรับทัศนคติเป็นแน่... 

โอเคกาย เฮลโหลเพื่อนๆ ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว 
อเมซิ่ง ฮีลลิ่งตัวเอง 
เฮนโหลลลล ฉันจะอดทนนะ..
 จะเก็บตังหาทุน ไปทำอะไรสักอย่างที่อยากทำ 

ถึงจะยังไม่รู้ว่าชอบอะไร...
แต่ก็ได้รู้แล้ว... ว่าไม่ชอบอะไร 

...ร้องไห้พอรึยัง... 
ไม่ต้องเข้มแข็งหรอก 
ร้องออกมาให้พอ
ฉันรอปาดน้ำตาให้อยู่...

เสียงจากมือเรียวๆบอกฉัน 

ขอบคุณพื้นที่ตรงนี้... ที่กว้างพอให้ฉันเขียนทุกอย่างที่ฉันอยากเทมันออกจากใจ แล้วแถมท้ายยังใจดีให้นอนเกลือก เอาน้ำมูกป้ายได้จนสะใจ 

ไปแล่วนะ... บ๊าย 


SHARE
Writer
suniga
letter girl
คุยกับตัวเอง

Comments

Jeannn
3 years ago
ฉันเข้าใจ เพราะฉันก็กำลังรู้สึกแบบเดียวกับเธอ สู้ๆนะ 😊
Reply