ตู้หนีบตุ๊กตาบอกฉันว่า...
ตื๊ดๆ ตือ ดือ ดื่อ... 

คุณว่าเสียงนั้น คือ เสียงของอะไร?

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์
เสียงเปิดประตูร้านสะดวกซื้อเจ้าดัง
หรือว่าเสียงกดกริ่งตอนจะลงรถเมย์กันแน่นะ
 
.
เปล่า ไม่ใช่สักเสียงที่กล่าวมาเลย
แต่มันคือ เสียงจาก "ตู้หนีบตุ๊กตา" ต่างหาก
.

"หืม! เสียงตู้หนีบตุ๊กตางั้นเหรอ?" ฉันนึกในใจ หลังจากที่หยุดชะงักแล้วเหลือบหลังหันไปมองเจ้าตู้ที่กำลังส่งเสียงอยู่นั่น
รอบข้างไม่มีใครเลย นอกจาก ฉัน และ พี่ชายที่กำลังเดินตรงดิ่ง เพื่อไปดูรอบฉายหนัง

ตอนนี้ ฉันมีสองทางเลือก คือ

     1. รีบก้าวเดินตามพี่ชายฉันไป

หรือ

     2. เดินไปหาเจ้าตู้เรียกร้องความสนใจนั่นซะ


"ไม่รอช้าแล้วละกัน" ฉันคิดในใจอีกรอบ
และแล้วฉันก็เลือกที่จะไปหาเจ้าตู้นั่น

ใช่! ฉันเลือกนายแล้วเจ้าตู้คีบตุ๊กตา
.

โชคดีที่ฉันเลือกถูก เพราะสุดท้ายพี่ชายฉันก็เดินหันหลังกลับมาตามฉันอยู่ดี55555555
ภายหน้าฉันมีตู้หนีบตุ๊กตาให้เลือกอยู่ทั้งหมดสามตู้ ในแต่ละตู้ก็มีตุ๊กตาต่างกันไป
.
หลังจากที่ไล่มองจากตู้แรก ตู้สอง และตู้ที่สาม
ฉันก็ตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะ ตู้ที่สามเป็นพวกกุญแจเจ้าเหมียวตัวน้อยสีเทา วางเรียงรอให้คีบกว่าสิบตัว
.
ฉันไม่รอช้า รีบบอกกับพี่ชายว่า

"เจ้าแค้มป์ขอ 10 บาทสิ"
"เดี๋ยวๆนะ นี่เราจะรีบไปดูรอบหนังกันไม่ใช่เรอะ!" พี่ชายทักท้วงขึ้น
"หน่านะ ขอลองเล่นตาเดียว" ฉันอ้อน
"อ่ะๆ ก็ได้ แต่ต้องรีบนะ เดี๋ยวเราไปดูหนังกันไม่ทัน"
"เย่"

สุดท้ายพี่ชายฉันตอบตกลง
ขอบอกก่อนเลยว่า เท่าที่จำความได้ในชีวิตเคยเล่นไอ้ตู้หนีบตุ๊กตาเนี่ยไม่เกิน 3 ครั้งในชีวิต
และนี่ก็คงเป็นครั้งที่ 4 สินะ

ฉันรีบหยอดเหรียญสิบบาทลงไปในช่อง
จากนั้น เจ้าตัวคีบก็ค่อยๆ เลื่อนองศามาอยู่ตรงด้านหน้าฉัน
.
"เจ้าแค้มป์เอาตัวไหนดี?" ฉันถามความเห็นจากพี่ชาย
"เอ้า! ก็แล้วแต่เจ้าสิ เจ้าเป็นคนเล่นนิ" พี่ชายตอบกลับอย่างรวดเร็ว
"งั้นเค้าเอาตัวนี้แล้วกัน มันใกล้ที่สุดละเนี่ย"
.
ฉันขยับตัวหนีบไปหาเจ้าแมวน้อยที่ฉันหมายตาไว้
5    4   3  2 ...1 ตื๊ดดดดดดดดดดดด หมดเวลา

"เดี๋ยวๆนะ! มันมีเวลาจำกัดด้วยเรอะ!" ฉันอุทานขึ้น
ขณะที่บ่นอยู่ที่คีบก็ค่อยๆ หย่อนลงไปหาน้องแมว

จังหวังนั้นเอง
หมับ!
"หืม!" ฉันกับพี่ชายส่งเสียงออกมาแบบไม่ได้นัดหมาย
สายตาของฉันเปล่งประกายขึ้น 2 เท่า
ทำไมนะหรอ?
.
ก็น้องแมวที่ฉันหมายตาไว้โดนหนีบพอดีแล้วก็กำลังค่อยๆ เลื่อนมาหาฉันไงล่ะ
.
จังหวะที่เลื่อนอยู่นั้น เหมือนมีอะไรมาเตะสะกัดให้เจ้าตัวคีบขาอ่อนกำลังซะงั้น
"หาาาาาาา" ฉันลากเสียงยาว
เจ้าที่คีบปล่อยน้องแมวเด้งตกลงกับพื้นไปซะอย่างงั้น
"55555555555555555555555555" พี่ชายฉันหัวเราะด้วยความสะใจ  -   -''
.
ฉันทำหน้าจ๋อยแล้วบอกพี่ว่า "เจ้าแค้มป์ดูเจ้าแมวสิ มันพลิกตัวแล้ว รอบหน้าได้แน่นอน ขออีกรอบนะ" พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนอีกครั้ง
"เห้ย!" พี่ชายสะดุ้งพร้อมกับอุทานออกมา
"นะนะนะนะนะนะนะนะ" ฉันอ้อนแล้วอ้อนอีก
"ก็ได้ แต่รอบนี้ใช้ตังค์ตัวเองนะ"
"โอเค" ฉันตอบตกลง
.
ตื๊ดตือดืออออออ... นี่ไม่ใช่เสียงตู้คีบหรอก แต่เป็นเสียง sound ที่ฉันคิดขึ้นมาหลังจากที่ต่อรองพี่ได้555555555 (เหมือนเสียงชัยชนะหลังจากเล่นเกมจบด่าน)
.
หลังจากท่ีหาเหรียญสิบในกระเป๋าได้
ฉันไม่รอช้ารีบหยอดลงไปในช่องหยอดเหรียญอีกครั้ง
.
คราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เพราะฉันรู้ดีว่ามันมีเวลาจำกัด
ฉะนั้นฉันต้องก่ะเวลาให้ดี แล้วก็แค่เลื่อนที่คีบไปให้ตรงน้องแมวแค่นั้น
.
5 4 3 2...1 เสียงนับเวลาถอยหลังกลับมาอีกครั้ง
.
ตื๊ดดดดดด เจ้าตู้คีบค่อยๆ หย่อนตัวหนีบลงไปตามเคย
หมับ!
และแล้วก็เป็นไปตามคาด เจ้าตัวหนีบจับน้องแมวได้พอดีเป๊ะ!
.
น้องแมวค่อยๆ เลื่อนเข้ามาหาฉันอีกครั้ง
แต่รอบนี้เหมือนทุกอย่างเป็นใจ น้องแมวหล่นได้ถูกที่ถูกจังหวะย่ิงนัก
.
"กรี๊ดดดดดด" เสียงนี้ฉันไม่ได้ส่งออกไป แต่มันดังขึ้นภายในใจของฉัน
ฉันกระโดดดีใจ พร้อมปรบมือไปด้วย (จริงๆก็ไม่คิดว่าจะดีใจท่ายากขนาดนี้เหมือนกัน)
และถึงจะไม่ได้ส่งเสียงออกไปแต่ฉันรู้สึกได้ว่ามีคนมองพุ่งมาที่ท่าดีใจของฉันอย่างแน่นอน
.
"โอ้! เจ้าทำได้" พี่ชายกล่าวพร้อมกับทำหน้าตกใจ
"นี่ๆ เจ้าเหมียวเป็นของเค้าแล้ว" ฉันอวดพี่ชายอย่างออกหน้า
.
จากนั้นเราทั้งคู่ก็เดินจากเจ้าตู้คีบตุ๊กตานี้ไป
.
สิ่งที่ได้จากการคีบตุ๊กตาก็ คือ

เมื่อมีครั้งแรกแล้ว ก็ต้องมีครั้งที่สอง
ใช่! และแล้วครั้งที่สองก็เกินขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
.
หลังจากที่ดูหนังจบ
ฉันก็ขอร้องพี่ชายอีกครั้งว่า "เจ้าแค้มป์ ขอไปหนีบตุ๊กตาอีกรอบก่อนกลับนะ"
"หืม เจ้าติดใจมันแล้วววววว" พี่ชายลากเสียง
ถึงแม้พี่ชายไม่อนุญาตแต่ฉันก็จะไปอยู่ดี
.
โชคดีพี่ชายไม่ได้ว่าอะไร
และแล้วพวกเราก็มาถึงโซนหนีบตุ๊กตา
.
คราวนี้ ฉันเลือกตู้ที่มีเจ้าหมีสีน้ำตาลตัวกลมค่อนไปทางวงรี
ถ้าให้อธิบายง่ายๆ รูปร่างเจ้าหมีตัวนี้เหมือนฮอทดอกซะมากกว่า
.
ไม่รอช้า ฉันคว้าเงินจากกระเป๋ายี่สิบบาทไปแลกเหรียญ
.
หยอดรอบแลกหนีบไม่ได้
โอเคไม่เป็นไรยังเหลืออีกตั้งหนึ่งรอบ
.
"อ๊า ไม่ได้เลยอ่ะ" ฉันบ่นขึ้น
"ยากกกกก ตัวมันกลมไปไม่มีมุมให้จับเลย" พี่ชายกล่าว
ฉันไม่ละความพยายาม ด้วยความที่ทะนงตัวว่า เห้ย! ครั้งแรกทำได้ ครั้งต่อไปก็ต้องทำได้ดิ
.
ฉันเดินไปแลกเหรียญมาเพ่ิมแล้วเพิ่มอีก
.
หยอดๆ หนีบๆ หยอดๆ หนีบๆ
"ย๊ากกกกกกกกก! ไม่ได้เลย" ฉันตะโกนออกมา
"5555555555555555555" พี่ชายขำ
.
หลังจากที่พยายามแล้ว พยายามอีก
ลองปรึกษาหาวิธีกับพี่ชาย ลองเปลี่ยนตุ๊กตาหมีน้ำตาลเป็นหมีขาวดูบ้าง ลองเลือกตัวที่ใกล้ที่สุดบ้าง ลองใช้วิธีเดิมในการหนีบบ้าง
.
สรุป หมดไปร้อยกว่าบาท T_____________T แถมไม่ได้เจ้าหมีกลับมาด้วย
(น้ำตานองอาบสองแก้ม สายลมแย้มพัดผ่านมา นาฬิกาบอกเวลา ย้ำเตือนว่า พอซะทีเถอะ!)
.
ฉันน้อมรับความจริงที่เกิด แล้วเดินออกมาจากโซนหนีบตุ๊กตา ถึงแม้ว่าจะยังอยากได้พี่หมีกลับไปกอดที่ห้องก็ตาม
.
เอาจริงๆ ถ้าคิดดูดีดีแล้วเกมหนีบตุ๊กตาสามารถมองในมุมข้อคิดเตือนใจผู้คนได้เหมือนกัน

  ข้อแรก คือ

ความพยายามเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเลือกใช้ให้ถูกที่และถูกสถานการณ์
หลายครั้งที่คนเรามักพยายามทำในสิ่งที่อยากจะให้สำเร็จมากเกิน จนลืมประมาณตนเองว่าจริงๆ เราพร้อมที่จะทำสิ่งเหล่านั้นแล้วหรือยัง

และเกมคีบตุ๊กตาก็เช่นกัน ถ้ารู้ว่าตู้นี้คีบไม่ได้แล้ว ควรไปคีบตู้อื่นต่อ
เดี๋ยวๆ! ใช่เหรอ?

ข้อสอง คือ
ประสบการณ์ในครั้งแรก ไม่สามารถใช้ได้ในทุกๆสถานการณ์หลายครั้งที่คนเรามักบอกตัวเองว่าเราเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว คราวหน้าก็ทำได้แหล่ะ ไม่ยากหรอก แต่ใครจะรู้ว่าที่เราคิดว่ามันเหมือนกัน จริงๆแล้วมันอาจไม่เหมือนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นก็ได้ เราอาจจะต้องมีบางอย่างที่เราต้องปรับเปลี่ยนแก้ไขให้เข้ากับสถานการณ์นั้น

และความรักก็เช่นกัน <3

ข้อสุดท้าย คือ
ถึงแม้บางครั้ง เราจะผิดหวังในสิ่งที่เราใช้ความพยายามอย่างเต็ม 
แต่เราก็ต้องเก็บมันไว้เป็นบทเรียน แล้วเดินหน้าต่อไป

ซึ่งตอนนี้ ถึงแม้ฉันจะคีบพี่หมีกลับมาไม่ได้ แต่ฉันก็ยังไม่คงไม่หยุดกับการหนีบตุ๊กตาในตู้เดิมๆ ฉันลองเปลี่ยนไปหนีบตุ๊กตาในที่ใหม่ๆ ตู้ใหม่ๆ แล้วก็พบว่า

ทำไมหนีบไม่ได้สักตัวเลยละโว้ยยยยยยยยยยย!

แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันยังคงก้าวเดินหาที่หนีบตุ๊กตาต่อไปจนกว่าจะได้ตัวใหม่แหล่ะ :P

ทุกคนก็เช่นกัน เมื่อผิดหวังในครั้งแรก อย่าพึ่งหมดหวัง ลองกลับหลังหันมามองในสิ่งที่พลาดแล้วพยายามเรียนรู้ เมื่อมีโอกาสลงมือใหม่อีกครั้งน้า :3
SHARE
Writer
Catsworld
Free-time Creator
นักอยากเขียนมือสมัครเล่น หลงไหล คลั่งไคล้ และอยากได้เจ้าแมวเป็นสัตว์เลี้ยง :3 "Doing what you love, linking what you do is happiness."

Comments

JRJUNJARROEN
2 months ago
เป็นการหนีบตุ๊กตา ที่มี Story ที่ดีมากครับ
Reply
Catsworld
2 months ago
ขอบคุณค่ะ ☺️