โทนสีของชีวิต
จัดตู้เสื้อผ้าแล้วก็พบว่าสามารถแบ่งเสื้อผ้าในตู้แบบหยาบๆ ได้เป็นสองประเภท 
- เสื้อผ้าแนวทดลอง กับ -เสื้อผ้าที่อยากได้

เสื้อผ้าแนวทดลองสำหรับเรา คือเสื้อยืดสีสันสดใสไล่จนครบเจ็ดสี เป็นเสื้อที่ตัดสินใจหยิบมาจากร้านในวันที่ใครๆ บอกว่าควรแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีโทนอื่นบ้าง ควรหาน้ำตาลมาทาตามเนื้อตัวหรืออย่างน้อยก็ชุดที่สวมใส่เสียบ้าง

ก็ยังใส่อยู่หรอกนะ 
ด้วยความงกโดยกำเนิด ประกอบกับความรู้สึกรับผิดชอบว่าเลือกเขามาแล้วก็ต้องดูแลเขา พาออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง ไม่ควรปล่อยให้เขาต้องนอนเหงาอยู่ในตู้ตลอดเวลา เราก็หยิบเสื้อผ้าสีสันสดใสเหล่านั้นมาใส่รับฤดูร้อนบ้างในบางโอกาสที่หันไปเห็นแล้วนึกได้

แต่ถ้าเทียบกับเสื้อผ้าแบบที่สอง - เสื้อผ้าที่หยิบมาด้วยความชอบ แล้ว ความถี่ในการสวมใส่ก็แตกต่างกันอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยล่ะ
เสื้อผ้าที่ชอบจะถูกหยิบขึ้นมาใส่วนซ้ำอยู่เสมอๆ โดยไม่รู้ตัว โดยไม่ทันคิดอะไร และไม่ต้องให้ใครมาบอกอะไรเลย

ก็ชอบนี่นา
มันก็แค่นั้นเอง

เงยหน้าขึ้นมองผ้าที่ตากไว้ - สิ่งที่เราใส่ในอาทิตย์ที่แล้ว แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อโทนสีของมันบ่งบอกตัวตนของผู้สวมใส่ได้ดีกว่ากองเสื้อผ้าที่มีทั้งหมดในตู้เป็นไหนๆ 

ทั้งหมดเป็นสีโทน gray scale ไล่ไปหาสีฟ้า

และของรอบตัวเราก็อยู่ในเฉดสีนี้เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจจะคุมโทนชีวิตเลยแม้แต่น้อย แค่การเลือกแต่ละครั้งตามสัญชาติญาณต่างก็คัดกรองสิ่งที่เราชอบมาทีละอย่าง จนเมื่อมาวางรวมกัน ก็จะเห็นได้ชัดแบบหาข้อโต้แย้งไม่ได้ ว่านี่เป็นโทนที่เราชอบจริงๆ แฮะ



หากลองถอยออกมาอีกสักนิด มองให้กว้างกว่าแค่เสื้อผ้าอีกสักหน่อย
ในชีวิตเรา ก็มีประสบการณ์แบ่งหยาบๆ ได้สองแบบเช่นกัน -ประสบการณ์แนวทดลอง และ -ประสบการณ์ที่ชอบ

ระหว่างค้นหาโทนสีของตัวเอง มันก็ต้องมีบ้างแหละที่เผลอลองหยิบสีสันฉูดฉาดที่ไม่เข้ากับรสนิยมของตัวเองสักนิดมาใส่ในเรื่องราว

แต่สุดท้าย โดยไม่รู้ตัว ระบบปฏิบัติการซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึกก็จะค่อยๆ คัดกรองสิ่งที่ไม่ใช่ออกไป

คนเราจะให้เวลากับสิ่งที่ชอบมากขึ้น และลดความสนใจในสิ่งที่ไม่จำเป็นโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ตอนนี้ชีวิตอาจจะยังเต็มไปด้วยสีสันหลากหลายชวนสับสน ยังหาตนเองไม่เจอ

แต่อีกไม่นานหรอก
เชื่อว่าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ในแบบเดียวกับที่วันนี้เราหันไปมองบนราวแขวนเสื้อผ้า

เราจะเห็นรูปแบบที่ประกอบขึ้นเป็นตัวตน
รูปแบบของประสบการณ์ที่เราชื่นชอบจนต้องหยิบมันกลับมาทำอย่างเดิมซ้ำๆ เป็นชุดประสบการณ์บนราวแขวนของกาลเวลาที่เรายกกลับขึ้นมาพูดคุยหรือขบคิดถึงได้ไม่มีเบื่อ

สักห้วงเวลาหนึ่งในอนาคตข้างหน้านั่น
เราคงหาพบเข้าสักวัน
โทนสีของชีวิต.




SHARE
Written in this book
เศษผลึกของความนึกคิด
เรื่องเล็กๆ ในทุกวันที่เก็บมาคิดเล่นๆ
Writer
BlueBlackCat
แมวดำสีน้ำเงิน
A Black Cat in the Middle of Nowhere

Comments