ความรู้สึกดีๆ จากการที่ทรัมป์บอกลา Paris Agreement
วันนี้ (วันที่ 5 มิ.ย.) ถือว่าเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) ตามประกาศจากองค์การสหประชาชาติ เราก็เลยอยากพูดถึงเรื่องของสิ่งแวดล้อมบ้างเล็กน้อย

ปีที่แล้ว ตอนที่ทรัมป์ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิปดีของประเทศสหรัฐอเมริกา สิ่งที่เราเป็นห่วงที่สุดก็คือเรื่องของการที่ทรัมป์เค้าจะทำให้ประเทศสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งเป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะในความรู้สึกเรา ณ ตอนนั้น เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลยถ้าจะต้องให้สิ่งแวดล้อม สภาพอากาศ และอนาคตของโลกเราทั้งโลก ต้องมาถูกเสี่ยงโดนทำลายเพียงเพราะคนบางส่วนที่ไม่เชื่อเรื่อง climate change ได้ขึ้นมามีอำนาจในประเทศหนึ่ง

ซึ่งแน่นอนไปตามคาดว่า ทรัมป์ก็ได้ประกาศถอนตัวออกจากความตกลงดังกล่าวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

แต่ ณ วันนี้เรากลับรู้สึกว่าการทำแบบนั้นเป็นเรื่องดีมากกว่าด้วยซ้ำไป

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเปลี่ยนไปในตอนนี้เมื่อเทียบกับเมื่อปลายปีที่แล้ว คือสิ่งที่ภาคเอกชนและหน่วยงานอื่นๆ ที่ประเทศสหรัฐฯ ออกมาประกาศตอบสนองต่อการกระทำของทรัมป์ในครั้งนี้

อย่างเช่นการที่นายกเทศมนตรีของหลายๆ เมือง (รวมถึงเมือง Pittsburgh ที่ทรัมป์เอ่ยชื่อถึงตอนที่ประกาศจะถอนตัว) และผู้ว่าของหลายรัฐ ก็ออกมาบอกแล้วว่าเมืองและรัฐของพวกเขาพร้อมที่จะยืนหยัดทำตามข้อตกลงนี้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลกลางจะไม่เอาด้วย รวมไปถึงการที่มี Michael Bloomberg ออกมาประกาศไว้ว่าเขาพร้อมที่จะระดมทุนหาเงินไปจ่ายในส่วนที่รัฐบาลจะไม่ยอมจ่ายเองด้วยซ้ำไป และอีกหลายๆ บริษัทก็ออกมาประกาศจุดยืนของตัวเองในการพยายามรักษาสิ่งแวดล้อมกันให้มากขึ้นไปอีก

ซึ่งดีไม่มี การที่เมือง/รัฐ/บริษัท รวมถึงผู้คนต่างๆ ออกมาให้ความสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้น อาจจะทำให้ความพยายามดูแลสิ่งแวดล้อมมันเพิ่มขึ้นไปในขั้นที่มากกว่าการที่ประเทศสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในข้อตกลงแบบขอไปที โดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ ซะอีกนะ (คือว่าข้อตกลงนี้จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีผลผูกมัดทางกฎหมายหรืออะไรเลย การที่ทรัมป์จะยังคงอยู่ในข้อตกลงนี้แต่ในทางปฎิบัติไปทำสิ่งต่างๆ ที่มันเลวร้ายต่อสิ่งแวดล้อมก็ทำได้ ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นจริงๆ มันก็อาจจะทำให้ประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในข้อตกลง รู้สึกว่าเค้าก็ไม่ต้องพยายามเต็มที่อะไรด้วยเหมือนกันก็ได้ ดังนั้นให้ประเทศสหรัฐฯ ออกๆ ไปก็อาจจะเป็นผลดีมากกว่าด้วยซ้ำ)

นอกจากนี้ การที่ประเทศพี่ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ถอยออกจากเรื่องนี้ไป เป็นการเปิดโอกาสอันดีให้กลุ่มประเทศในยุโรปและจีนก้าวขึ้นมามีบทบาทผู้นำได้อย่างเต็มที่มากขึ้น จริงอยู่ที่ว่าจีนในอดีตที่ผ่านมาจะมีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีเอาซะเลย (นึกภาพเมืองปักกิ่งที่ปกคลุมไปด้วยควันดำเอาละกัน) แต่ในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าจีนจะยังคงมีปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อมให้แก้ไขอีกหลายอย่าง แต่ในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกต่างๆ จีนก็เร่งสปีดขึ้นมาได้อย่างไม่ธรรมดา ส่วนในด้านของยุโรปนั้น ก็น่าจะเรียกได้ว่านำสหรัฐฯ ทางด้านสิ่งแวดล้อมไปตั้งนานแล้ว จากประสบการณ์ส่วนตัวเราเองก็เคยได้เห็นมาแล้ว ว่า lifestyle ในยุโรปนั้นมันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าทางฝั่งของประเทศสหรัฐฯ มากมาย

ซึ่งทั้งหมดนี้มันทำให้เรารู้สึกว่าส่วนตัวเราเองก็มีพลังในการทำอะไรๆ ให้กับสิ่งแวดล้อมของเราเองได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องไปรอให้รัฐบาลไหนๆ เป็นผู้เริ่มทำก่อน ถ้ามีอะไรที่เราทำได้เองในตอนนี้ เราก็ควรที่จะเริ่มทำเลยเหมือนกัน ถือซะว่าเป็นการแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจของทรัมป์ด้วยการกระทำจริงๆ ของเรา ไม่ใช่มีแต่คำพูดไปเลยละกัน

ถ้าจะต้องเพิ่มความใส่ใจและความพยายามให้มากขึ้นในการลดการใช้พลาสติก และการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เราก็จะพยายามทำให้มันมากขึ้น ก่อนหน้านี้ก็อยู่มาได้ตั้งหลายปีในประเทศที่ต้องหิ้วถุงผ้าไปซื้อของเอง และต้องแยกขยะเป็นไม่รู้กี่ชนิดก่อนเอาไปทิ้ง เราก็ยังทำได้เลยนิ

การที่คนเราสามารถมีความรู้สึกได้ว่ามันมีเรื่องที่ตัวเราสามารถทำได้เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน มันเป็นเรื่องที่ดีนะ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เราไม่ติดกับดักของความรู้สึกสิ้นหวังทำอะไรไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วความรู้สึกที่ว่าสิ่งที่เราเลือกทำมันมีผลอะไรซักอย่างนั้นถือได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญของทั้งการพัฒนาตนเองและการพัฒนาสังคมทั่วๆ ไปเลยทีเดียว

และถ้าการที่เราเอาเรื่องนี้มาเขียนถึงวันนี้ จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้อ่านซักคนสองคนมาร่วมนึกถึงว่าเราสามารถทำอะไรเป็นการส่วนตัวเพื่อสิ่งแวดล้อมได้บ้าง เราก็จะถือว่าเราได้ทำในสิ่งที่เราควรจะทำได้แล้วละ :)

ปล. อาจารย์ธรณ์เขียนไว้เกี่ยวกับเรื่องที่ทรัมป์ถอนตัวจาก Paris Agreement นี้อย่างละเอียดและน่าติดตามไว้แล้วที่ http://on.fb.me/2rsTXJa ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าไปอ่านกันได้เลยค่า

ปล๒. สำหรับเรื่องของความสิ้นหวังและความสำคัญของความรู้สึกว่าสิ่งที่เราเลือกมันมีผลนั้น สามารถติดตามอ่านที่เราเคยเขียนมาก่อนหน้านี้ได้ที่ http://on.fb.me/2lzt54D ค่า

Originally Posted On:
http://on.fb.me/2s9IMGJ
SHARE
Writer
Cloud9
นักอ่านแอบเขียน
https://www.facebook.com/1Thing.1Thing

Comments