ในร้านเหล้า.
     1
     เพลง Tears in Heaven ของ Eric Clapton ดังขึ้นในร้านเป็นครั้งที่สอง ผมไม่รู้ที่มาสาเหตุ มันอาจถูกขอโดยชาวต่างชาติสักคนที่นั่งอยู่แถวนี้ อาจเป็นเพลงโปรดของเจ้าของร้าน หรือไม่มันก็อาจจะเป็นเพียงการสุ่มเลือกเอาอย่างสะเปะสะปะของเพลย์ลิสต์ ผมไม่รู้ ไม่อยากค้นคว้าหาคำตอบจริงจัง
     เบียร์หมดไปสี่ขวด กินคนเดียว ไม่ได้รู้สึกเหงาหรือเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างอะไร ก่อนหน้านี้แวะไปร้านของเพื่อนหนุ่มที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก นั่งได้ไม่นานก็ปลีกตัวออกมา มันก็มีบางคืนที่เราเห็นแสงไฟยามค่ำคืนแล้วมักคิดอะไรเรื่อยเปื่อย แทนที่จะพูดคุย กลับรู้สึกอยากอยู่ลำพัง และนำพาตนเองมานั่งที่นี่ ร้านเหล้าในตรอกเล็กๆ นั่งคนเดียว คลึงเค้นขวดเบียร์ในมือไปมาอย่างหาสาระใดไม่ได้
     ไปบางกอกบาร์ไหม น้องชายอาจนั่งโยกหัวไปกับเพลงจังหวะหนักหน่วงอยู่ในนั้น หรือเดินย้อนกลับไปเข้าที่ทำงาน เพื่อนหนุ่มอีกคนบอกไว้ว่าคืนนี้จะนอนค้างคืนที่นั่น บางทีอาจซื้อเบียร์เข้าไปอีกแพ็คและหวดกันจนดึกดื่นไม่ต้องหลับนอน จะอย่างไรเส้นทางก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่เห็นต้องจ่อมจมตนเองอยู่กับโต๊ะตัวนี้
     ฝนเริ่มต้นลงเม็ด และใบหน้าของใครบางคนเริ่มปรากฏขึ้นในความคำนึง ผุดโผล่ขึ้นมาอย่างไม่อาจระงับควบคุม

     2
     เกือบทุกเช้าวันเสาร์ ผมจะขี่รถมอเตอร์ไซค์มารับเธอที่หน้าปากซอย พาไปกินข้าว ดูหนัง หรือนั่งด้วยกันที่ไหนสักที่ นั่งเฉยๆ ปล่อยให้เวลาเรื่อยไหลผ่านไปจนหมดวัน ก่อนจะโทรคุยกันอีกทีเมื่อท้องฟ้าเริ่มมืด คุยทั้งคืนราวกับชีวิตประจำวันถูกห้ามไม่ให้พูดคุยกัน ในยุคที่ยังไม่มีไลน์หรือเฟซบุ๊ก เราทั้งคู่ถมทับความคิดถึงด้วยถ้อยคำผ่านทางโทรศัพท์
     ริมแม่น้ำ สถานีรถไฟ ใต้ต้นไม้ ม้านั่งในปั๊มน้ำมัน แทบทุกพื้นที่ในเมือง เราต่างเคยใช้วันเวลาร่วมกัน นอนแอบอิงหนุนตัก พูดคุย วาดหวังใฝ่ฝันถึงแผนการในอนาคต คำใหญ่คำโตเช่นชีวิตคู่ การแต่งงาน ครอบครัว ลูกหลาน ทั้งที่เงินในกระเป๋ายังมีแค่หลักร้อย
     เธอหัวเราะเสมอเมื่อผมเล่นมุขเฝื่อนๆ และเช่นกัน ผมเองก็ตลกทุกครั้งที่เธอทำหน้าบิดเบี้ยวเหยเกผิดธรรมชาติ ความโก๊ะความเปิ่นที่ใครหลายคนเอือมระอากลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข จนไม่เคยคิดถึงจุดสิ้นสุด ไม่เคยถึงการแยกย้ายจากลา
     แล้วถึงจุดหนึ่งเราก็กลับเริ่มห่างหาย คุยกันน้อยลง พบหน้ากันน้อยครั้ง จากที่เคยสนิทชิดใกล้กลับกลายเป็นเหินห่าง อนาคตที่วาดฝันไว้เริ่มรางเลือน
     คืนหนึ่งบนรถทัวร์ปรับอากาศสองชั้นที่วิ่งออกจากเมืองหลวงกลับบ้าน เธอเอนอิงซบไหล่ผมในความมืด ผมหันไปกอดเธอ รู้ว่าวันเวลาสุดท้ายของเรากำลังคืบคลานมาถึง
     รับรู้มาสักพักแล้วว่าเธอมีคนรักใหม่ เขาเป็นใคร ทำอาชีพอะไร เรื่องเหล่านั้นช่างมันเถอะ ผมรับรู้จากเพื่อนฝูง จากคนรู้จัก กระทั่งว่าเคยเดินเจอจังๆ เข้า ผมเก็บความอัดอั้นไว้ในใจมาตลอด และรอให้เธอพูดออกมา แต่ในที่สุดก็ทนต่อไม่ไหว หลังจากเห็นเธอโทรคุยกับเขาทั้งที่ยังนั่งอยู่ข้างๆ ผมตัดสินใจบอกเลิกเธอ
     เธอดึงมือผมไปเกาะกุม เอ่ยขอโทษซ้ำไปซ้ำมาและร้องไห้ บอกให้ผมด่าเธอบ้างก็ได้ ลงโทษเธอด้วยอะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ใช่เอาแต่นั่งเงียบๆ แบบนี้
     หลังจากแยกย้ายกันคืนนั้น เธอมักจะโทรมาหาเพื่อถามไถ่ความเป็นไป สบายดีไหม อยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ เธอยังอยากอยู่ใกล้ๆ ให้ผมพูดระบายอะไรกับเธอก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่ฟังเงียบๆ แบบนี้
     ผมไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ความสัมพันธ์ฉีกขาดแหว่งวิ่นแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร
     เราพบกันที่ริมแม่น้ำที่เดิมอีกครั้ง จากความฝันใฝ่ที่เคยวาดหวัง ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่ผมถมทับบทสนทนา แล้วหลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ หายไปจากชีวิต
     ผ่านไปหลายปีที่เราต่างแยกย้ายกัน ผมโทรหาเธออีกครั้ง เอ่ยถามว่าตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา คำถามที่ผมหวาดกลัวคำตอบเสมอมา เธอตอบว่าคนแบบผมเข้าใจยาก มันอาจดีกว่าที่เราจะแยกกันไป เธอว่าเธอเองก็ไม่ได้ดีพอสำหรับผมนัก เรายังมีเวลาเหลือในชีวิตมากพอที่จะเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ดีกว่านี้
      ค่ำคืนนั้นฝนตกหนัก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาเปาะแปะซ้ำแล้วซ้ำเล่า คล้ายเป็นดนตรีประกอบคำพูดของเธอ
     มีใบหน้าของคนบางคนที่เราไม่เคยลืม หรือเพลงบางเพลงที่ไม่อยากฟัง สถานที่บางแห่งที่เราเดินเข้าไปไม่ได้ นานมาแล้วผมตอกตรึงความทรงจำแบบนั้นเอาไว้ด้วยการตั้งพาสเวิร์ดเป็นเบอร์โทรศัพท์ใครบางคนที่จดจำได้ขึ้นใจ

     3
     สักวันเราก็จะลืม - ถ้อยคำทำนองนี้ได้ยินบ่อย ถูกพูดกรอกหู ผุดโผล่แทบทุกครั้งเมื่อมีใครสักคนโศกเศร้ากับความสัมพันธ์ที่จบลง คำพูดกลวงเปล่าที่บอกให้คนฟังฝากความหวังไว้กับอนาคตในวันใดวันหนึ่ง ประโยคปลอบประโลมของคนที่ทนความเศร้าในวงสนทนาไม่ได้ ผมคิดว่านอกจากความเจ็บปวดจะลืมได้ยากแล้ว ดูเหมือนมันจะไม่เคยหายไปไหน กลายเป็นว่ากลับปรากฏตัวบ่อยครั้ง
     นึกถึงอีกหลายความสัมพันธ์ที่จบลง ใครหลายคนที่ตนเองทำหล่นหาย ด้วยเพราะเฉยชาไม่ดูแล ไม่เอาใจใส่ ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องเหงาอยู่คนเดียว หายตัวไปโดยไม่ยอมติดต่อ ทำเหมือนอีกฝ่ายไม่มีอยู่ หรือหลงลืมวันสำคัญที่ควรจดจำได้ หลากหลายเหตุผลแต่จบลงด้วยผลลัพธ์เดียวกัน
      เลือกแล้ว ตัดสินใจกันแล้ว ทั้งที่ไม่อยากเลือก ไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น ผมว่าเราทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับกับผลของความรู้สึกที่ตามมา จะฟูมฟายคร่ำครวญ หรือตีโพยตีพาย แต่สุดท้ายเราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ก็มีชีวิตอยู่ไป ถึงแม้จะร้าวรานบาดเจ็บอย่างไรก็ตาม ผมว่าถ้อยคำนี้จริงใจกว่าคำว่าสักวันเราก็จะลืม
      สิ่งชำรุดเช่นเราๆ ทำได้เพียงบอกตนเองให้มีีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำใจยอมรับถ้าหากวันใดใบหน้าของใครสักคนผุดโผล่ขึ้นมา ปล่อยวางถ้าหากวันหนึ่งเกิดสงสัยขึ้นมาว่าค่ำคืนนี้เธอคนที่เราเคยรักจะเป็นอย่างไร อยู่แห่งหนใดบนโลก มนุษย์บางจำพวกเต็มไปด้วยบาดแผลที่เกิดจากความสัมพันธ์ และทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับสิ่งที่ผ่านพ้น
      บางคนทนได้ บางคนก็ไม่
     เที่ยงคืน พนักงานร้านเดินมาแจ้งว่าร้านปิดแล้ว ขออนุญาตเช็คบิล ผมจ่ายเงิน กล่าวขอบคุณแล้วเดินออกมาจากร้าน เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาเปาะแปะ เพลย์ลิสต์ที่คนฟังไม่ได้ร้องขออ้อนวอน
      เดินฝ่าฝนที่ปรอยลงมา เหยียบย่ำพื้นที่ชุ่มไปด้วยน้ำขัง จนพื้นรองเท้าเริ่มเปียกแฉะ กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อเบียร์เข้าไปหาเพื่อนหนุ่มดีไหม หรือจะหาร้านเหล้าแถวนี้นั่งต่อคนเดียวอีกสักพักดี ทางเลือกที่มีล้วนตัดสินใจได้ยาก ที่จริง เมื่อเติบโตขึ้น แทบทุกการตัดสินใจก็ล้วนเป็นเรื่องยากทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อเราได้เรียนรู้แล้ว ว่าเลือกสิ่งใดแบบไหนก็ต้องยอมรับในผลที่ตามมา
     ผมก้าวเดินไปตามถนน คงอีกนาน กว่าที่ฝนจะหยุดตก
SHARE
Writer
Thankwian
labour worker
Nothing important

Comments

khaikung
4 years ago
งดงามเหมือนเช่นเคย :)
Reply
CREEP_MARN
4 years ago
สุดครับ
Reply