คำถามสำคัญ
ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
ฉันตั้งคำถามกับตัวเองเยอะมาก

ฉันมาถูกทางมั้ย
ทำไมถึงมีแต่ปัญหา
ทำไมทีคนอื่นถึงดูผ่านมันไปได้ง่ายๆ
ทำไมเขาไม่ใส่ใจมากเท่าที่เราใส่ใจ
จะเอายังไงกับชีวิตดีนะ
ฯลฯ

พอชีวิตวุ่นวายเข้าก็โทษเบญจเพส
อาจเป็นเพราะปีชง อาจเป็นช่วงดวงตก 
จะทำอะไรก็ดูไม่ค่อยราบรื่นอย่างที่หวัง

อาจเพราะรอบตัวฉันมีแต่คนเก่งๆ
คนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
ดังนั้นบางทีก็อดเปรียบเทียบไม่ได้แหละเนอะ
ฉันว่ามันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

นอกจากปัญหาของตัวเองก็ยังมีปัญหาของคนที่เรารัก
ฉันว่าหนึ่งในความรู้สึกที่แย่ที่สุด
คือการที่เราไม่มีพลังอำนาจหรือความสามารถ
ในการปัดเป่าความทุกข์ยากของคนที่เรารักได้

ฉันเคยคิดว่าถ้าฉันเป็นคนอื่น
คนที่เก่งกว่านี้ ดีกว่านี้ กล้าหาญกว่านี้
ก็คงจะดี

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
อะไรไม่รู้สะกิดใจให้หยิบการ์ตูนเล่มโปรดมาอ่าน

ฉันชอบเรื่อง "จอมคนแดนฝัน" มากๆเลย
เป็นการ์ตูนยุคเก่าช่วงปี 90s นู่นแน่ะ
แต่เหมือนหนังสือเรื่อง "เจ้าชายน้อย"
คือทุกครั้งที่่อ่านฉันจะรู้สึก "อุ่นๆ" ขึ้นจากภายในเสมอ

ทั้งที่การ์ตูนเรื่องนี้เป็นแฟนตาซี
แต่หลายประโยคเตือนให้ฉันรู้สึกว่า
แม้เราจะตัวเล็กนิดเดียวบนโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้
แม้เราจะสุดแสนธรรมดา
ไม่มีพลังอำนาจวาสนาความสามารถเหมือนใครเขา
แต่เราไม่ควรดูถูกตัวเองหนึ่งในตัวละครหลักในเรื่อง
เป็นเด็กผู้หญิงวัยมัธยมที่ธรรมดามากๆ
ทุกครั้งที่เจอเรื่องร้ายๆจนต้องตัดพ้อโชคชะตา
นางจะกำมือ เงยหน้า ปาดน้ำตา
แล้วถามตัวเองทำนองว่า
จากตรงนี้ที่ฉันอยู่ ตอนนี้ฉันจะทำประโยชน์อะไรได้บ้างนะแล้วลงมือทำ
เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ทีละเล็กทีละน้อย ไม่ต้องรีบร้อน

แต่เชื่อมั่นว่าสักวันมันจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแน่นอน

อีกประโยคที่ฉันชอบมากๆคือ
เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยากจะเป็นประโยชน์อะไรสักอย่างกับสิ่งที่ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้ และหากรู้ว่าเรามีประโยชน์แล้วล่ะก็ มันเป็นเรื่องที่แปลกมากนะที่พลังแห่งชีวิตก็จะหลั่งล้นออกมาอ่านแล้วทำให้ฉันได้กลับเข้ามาข้างในตัวเอง
ฉันเริ่มคิดว่า เอ๊ะ! ฉันเป็นประโยชน์กับใครบ้างนะ
แล้วจะทำให้มันดีขึ้นได้ยังไงนะ

ฉันอยากเป็นลูกที่ดีขึ้น 
ฉันอยากเป็นครูที่ดีขึ้น
ฉันอยากแปลงานให้ดียิ่งกว่าเดิม
ฉันอยากเป็นผู้บริโภคที่ดีขึ้น
ฉันอยากเป็นคนดีๆให้กับสังคม
และฉันอยากดีขึ้นเพื่อตัวเอง

จากนั้นการอ่านตำราต่างๆก็น่ารื่นรมย์ยิ่งกว่าที่เคย
ไฟในการทำงานก็ค่อยๆลุกโพลงขึ้นทีละน้อย

ฉันพยายามคิดว่า สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้
จะช่วยให้คนได้เสพข้อมูลดีๆ
จะช่วยให้คนได้พัฒนาความสามารถของตัวเอง
จะช่วยให้คนเข้าถึงข้อมูลในอีกภาษาที่ถูกต้องมากขึ้นนะ

การได้ซื้อของเล็กๆน้อยๆให้คนในครอบครัว
อย่างไอศกรีมสักถ้วย เสื้อสักตัว
ของอร่อยๆที่พวกเขาชอบ 
คำว่า "ขอบคุณนะลูก" ก็ทำให้ฉันรู้สึกอุ่นๆข้างใน 

ฉันกลับไปเรียนภาษาจีนอีกครั้ง
เรียนด้วยความรู้สึกสนุกๆ
เพราะฉันไม่เปรียบเทียบกับใคร
ฉันเรียนเพราะฉันอยากรู้
ฉันเรียนเพราะฉันอยากเข้าใจอีกโลกหนึ่ง
ฉันเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง

มุมมองที่มีต่อโลกและชีวิตก็ค่อยๆเปลี่ยนไป
ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป
ทีละน้อยๆ

ทุกครั้งที่ปัญหาพุ่งเข้าชน
คลื่นความรู้สึกมากมายถั่งท้นท่วมใจ
ฉันจะพยายามหายใจเข้าลึกๆ
แล้วถามตัวเองว่า
"ตอนนี้ฉันทำอะไรได้บ้างนะ"

เพราะฉันรู้ว่าตัวเองไม่เก่ง
แต่ไม่เก่งไม่ได้แปลว่าไม่มีประโยชน์นี่นา

หากวันนี้มีใครที่อ่านแล้วรู้สึกทุกข์ใจ
ไม่รู้จะเริ่มต้นมีประโยชน์ที่ตรงไหน
ฉันอยากนำเสนอให้ "ขอบคุณตัวเอง"

การโอบกอดความธรรมดาของตัวเอง
ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอาย

มากเท่าๆกับที่การ "ขอบคุณ" ตัวเอง
และเรื่องเล็กน้อยขิงข่าทั่วไปก็ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายเหมือนกันนะ

หากคุณทุกข์ แต่วันนี้ยังลุกขึ้นจากที่นอน
แต่งตัวออกไปทำงาน
"ขอบคุณนะ"...ขอบคุณที่ยังสู้

หากคุณทานอาหารที่มีประโยชน์
วันนี้คุณออกกำลังกายเล็กๆน้อยๆ
"ขอบคุณนะ"...ขอบคุณที่เลือกสิ่งดีๆให้ตัวเอง

ฉันว่าการขอบคุณเป็นเรื่องแสนวิเศษ
มันแปลว่าคุณได้ทำประโยชน์บางอย่างให้อีกฝ่าย
และความรู้สึกนี้เองที่หล่อเลี้ยงตัวตนข้างใน

พอคิดได้แบบนี้ฉันก็มีเรื่องขอบคุณได้ทุกวัน
ขอบคุณคนที่เปิดประตูให้ตอนถือของพะรุงพะรัง
ขอบคุณพนักงานเสิร์ฟที่เอานั่นเอานี่มาให้
ขอบคุณรถอีกคันที่ยอมชะลอแบ่งเลนให้กัน
ขอบคุณพี่ยามที่โบกรถแข็งขันไม่ว่าจะร้อนแค่ไหน

ขอบคุณฟ้าดินที่ให้ชีวิต
ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ครอบครัวนี้มา
(ฉันเป็นพุทธแต่เชื่อใน higher power ร่วมด้วยแหละ)
ขอบคุณปัญหาที่ทำให้ได้เรียนรู้
ขอบคุณคนที่ทำให้ฉันผิดหวัง 
มันทำให้ฉันเข้าใจโลกมากขึ้น

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ไม่ว่าจะทำงานอะไร

"ขอบคุณนะ".

บันทึกเมื่อวันที่ 03 มิถุนายน 2550, 12:25 AM


SHARE
Writer
Gentlediary
Language enthusiast
ความคิด I ความสนใจ I ความทรงจำ IG: Eve.piri

Comments

GirlinHood
2 years ago
ขอบคุณนะ ❤
Reply
Gentlediary
2 years ago
ขอบคุณที่แวะมาอ่านเหมือนกันนะคะ 😊