กาลครั้งหนึ่งที่ไม่เคยจบลง
เราจะเชื่อความรู้สึกได้ยังไง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแค่เพียงไม่กี่วินาที ไม่นานก็จางหายไป
ประโยคคำถามจากตัวละครชื่อ 'ซินดี้' จากหนังรักร้าวหัวใจสลายชื่อดังอย่าง Blue valentine  ดังก้องไปทั่วสมองของฉัน มันเป็นเวลาเที่ยงคืนสี่สิบเจ็ดนาที ฉันนึกอยากออกไปยืนตรงระเบียงคอนโดแล้วจุดบุหรี่สูบสักมวน ก้มมองดูจราจรติดขัดบนท้องถนนเมืองหลวงด้วยความหงุดหงิดใจ แต่เรื่องทั้งหมดก็เป็นได้เพียงจินตนาการ เพราะคืนนี้ดันมีพ่อกับแม่มานอนร่วมอยู่ด้วย (วันนี้เรามาทำธุระกับครอบครัว) 

ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหนและจุดจบจะลงทิศทางใด บางทีมันอาจเริ่มจากกลางดึกของสิบปีที่แล้ว แม่เข้ามาถามว่า 'ถ้าหากแม่จะย้ายกลับไปบ้านยายที่เหนือ เรากับน้องจะไปด้วยมั้ย?' ตอนนั้นแม่ร้องไห้หลังจากทะเลาะกับพ่อเรื่องคนอื่น ฉันพอเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็เด็กเกินกว่าจะทำใจรับได้ว่าพ่อกับแม่จะหย่ากัน...

ไม่หรอก โชคดีเหลือเกินที่สิ่งเลวร้ายที่คิดไม่ได้เกิดขึ้น โชคดีมากที่พ่อกับแม่ยังคงอยุ่ด้วยกันมาตลอดจนทุกวันนี้ โชคดีที่เขาประคับประคองเห็นแก่ฉันกับน้องสาวและเลี้ยงพวกเราอย่างดีมาตลอด 

แต่เรื่องเหล่านั้นก็ไม่เคยจบลง...

การที่ครอบครัวของเรายังคงมีความสุขดี ไม่ได้แปลว่าเรื่องพ่อกับ 'ใครคนนั้น' จะจบลง แต่สิ่งที่ตลกคือ เมื่อเราต่างเติบโตขึ้น เรื่องที่เคยทำให้หัวใจสลายครั้งแล้วครั้งเล่าจะทำให้เราชินชาไปเอง แต่ถึงอย่างนั้น ฉันคิดว่าความสัมพันธ์ไม่ได้ถูกออกแบบหรือมีพื้นที่มากพอที่่จะใส่คนมากกว่าสองคนขึ้นไปได้ หากใครคนหนึ่งไม่ถอยออกมา สักวันจะมีใครบางคนขาดอากาศหายใจ เพราะการแย่งอากาศและพื้นที่การดำรงชีวิตไม่พอ

'เฮ้ย บ้านกูก็มี บ้านใครก็เป็นปะวะ' เพื่อนหลายคนบอกกับฉันแบบนั้นในวันที่เราต่างเติบโตพอจะเข้าใจคำว่าความสัมพันธ์ วันที่เราพูดคุยกันเรื่องทางบ้านกับคนสนิท และสุดท้ายเรากลับลงเอยปัญหาเดียวกัน

แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเรื่องปกติของผู้คนจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ควรใช่เรื่องที่ยอมรับได้ในสังคมกับการมี 'คนอื่น' นอกเหนือครอบครัวของตน หรือคนรักของตน สิ่งเหล่านั้นทำให้ฉันสงสัยว่าอะไรคือต้นตอปัญหากันแน่ ระหว่างความไม่พอของพ่อฉัน ความรักของแม่ที่มาเกินไป ตัวแปรบางสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงคนนึงกลายเป็นตัวสำรอง หรือโครงสร้างสังคมที่เคยชินกับการที่เพศชายเป็นใหญ่?

แปลกดี เราต่างยอมรับได้ภาพลักษณ์ว่าผู้ชายคือหัวหน้าครอบครัว ต้องออกไปทำงาน หาเช้ากินค่ำและผู้หญิงถูกขอให้เป็นแม่บ้าน จัดการเรื่องลูกและบ้านเท่านั้น เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติรึเปล่า เวลาที่ได้ยินว่าผู้ชายคนนึงนอกใจใครสักคน แต่พอฝ่ายหญิงนอกใจกลับ เรากลับมองว่าผู้หญิงคนนั้นย่ำแย่ (หากเป็นสภาพสังคมสมัยก่อนที่ยังไม่เปิดกว้างเท่าปัจจุบัน การใช้คำบางคำนั่นอาจเลวร้ายกว่านี้) แม้ทัศนคติอย่างที่กล่าวมาจะนับว่าล้าหลังแล้ว แต่มันยังคงเป็นความเชื่อฝังรากลึกลงในสังคม (เราเชื่อว่าหลายครอบครัวก็เจอเหมือนกัน)

ฉันรู้ว่านี่คือปัญหาของครอบครัว ฉันควรนำไปคุยกับพ่อแม่เพื่อให้ปัญหายุติสักที บางทีฉันอาจกำลังหาคนที่อธิบายถึงสาเหตุต่าง ๆ ให้ฟัง หรืออย่างน้อยก็หวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าจะมีคนช่วยสนับสนุนความคิดบ้าบอของตนเอง บางคนอาจมองว่านี่คือการระบายความในใจของเด็กบ้านแตก

เปล่าเลย ครอบครัวเรายังรักกันดี ฉันแค่รู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมในบางสิ่ง ทั้งที่เรายืนอยู่ในยุคที่ความหลากหลายทางเพศผลิบาน ความเท่าเทียมทางเพศถูกเชิดชูเป็นประเด็นสำคัญที่เราทุกคนควรตระหนัก...

หรือแท้จริงมันก็แค่เรื่องหลอกลวงอีกเรื่องนึง










SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

Pachara_Y
3 years ago
ที่พูดมานี่จริงทุกอย่างเลย ผู้หญิงบางคนยอมหลับหูหลับตาด้วยซ้ำไปนะ คิดแล้วมันก็น่าเศร้าที่เราไม่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แต่ปล่อยให้มันฝักรากลึกอยู่ในสังคม
Reply