งิ้วนรกหนามยาว16นิ้ว
       งิ้วนรกสิบหกองคุลีแหลม ดังขวากแซมเสี้ยมแซกแตกไสว
ใครทำชู้คู่ท่านครั้นบรรลัย ก็ต้องไปปีนต้นน่าขนพอง
     คุณคิดว่ามันมีจริงเหรอ ไอนรกอะไรเนี่ย? ฉันคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อเรื่องราวพวกนี้หรือต่อให้มันมีจริงตกนรกก็ตกชาติหน้าไม่ใช่ชาตินี้สะหน่อย!!!! 


     ความคิดอันไร้ศีลธรรมนั้นฝังอยู่ในใจของฉันเมื่อครั้งที่ฉันยังสวมใส่ความเยาว์วัยและความสวยที่ยั่วยวนใจชายหนุ่มทุกคนที่ได้พบสบตา ฉันเป็นคนที่รักการอ่านวรรณคดีไทยต่างๆ และชีวิตของฉันคงเหมาะกับนางในวรรณคดีนางหนึ่งก็คือนางกากี ใช่ฉันสวย และฉันรู้ว่าผู้ชายมากหน้าหลายตาล้วนอยากได้ฉัน และฉันก็อยากได้พวกเขาเช่นกัน 
     กิเลสในใจมันยากที่จะหักห้ามกันได้ มันร้อนแรงเหมือนไฟที่ให้ทั้งความอบอุ่นและกำลังในการทำสิ่งต่างๆได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ในยามที่เราเข้าใกล้มันจนเกินไป ก็ทุกข์เหมือนการโดนเผาทั้งเป็น

     15ปีก่อนฉันย้ายเข้ามาเรียนโรงเรียนเอกชนในกรุงเทพฯก็โดนจีบตั้งแต่ม.1 ไม่ถึงเทอมมีทั้งดอกไม้ การ์ดต่างๆ จดหมายบอกรัก มาวางที่โต๊ะเรียนของฉันบ้าง ฝากเพื่อนมาให้บ้าง ใครๆต่างก็ชื่นชมว่าฉันสวย รุ่นเดียวกันบ้าง รุ่นพี่ม.2 ม.3 รุ่นพี่ม.ปลายก็มีนะ ตอนนั้นฉันหลงระเริงไปกับสิ่งที่เรียกว่า รูปโฉม เป็นอย่างมาก 
สตรีมีรูปเป็นทรัพย์มันก็เป็นเรื่องจริงที่พวกคนไม่สวยคงไม่ได้สัมผัสหรอก จดหมายที่มาถึงมือฉันผ่านเพื่อน เพื่อนๆฉันจะได้เงินเป็นค่าจ้าง100บาทบ้าง 200บาทบ้าง ถ้าต่ำกว่านี้เพื่อนฉันจะไม่เอามาให้ สูงสุดที่เพื่อนฉันเคยได้คือ1000บาทเลยนะ รุ่นพี่1ในสมาชิกประธานนักเรียนเขียนให้ฉันเองแหละ แต่เนื้อหาเนี่ยน่าเบื่อเหมือนยโยบายประจำโรงเรียน ฉันอ่านไป3บรรทัดแล้วก็โยนทิ้งไป แทบจะอ้วก!!! ตอนกลางวันฉันลงไปโรงอาหารที คนหันมามองฉันทั้งโต๊ะ แน่นอนย่อมมีพวกขี้อิจฉานินทาฉันต่างๆนาๆ แต่ตอนม.ต้นที่ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ชีวิตอันสดใสก็ผ่านไป โดยประโยชน์เดียวที่ฉันได้จากความสวยของตัวเองก็คือเงิน 
     ตอนขึ้นม.4 ฉันเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษา เพราะฉันขี้เกียจเรียนเคมี ฟิซิกส์ คณิตยากๆ อะไรพวกนั้น ฉันเริ่มจับกลุ่มกับเพื่อนที่สวยๆด้วยกัน แก๊งเรากลายเป็นดาวโรงเรียน ไม่ว่าจะงานอะไรก็ต้องมี1ในพวกเราไปอยู่ในการแสดงออกหน้าออกตาเสมอ กลุ่มของฉันมี3คนเท่านั้น ตัวติดกันตลอด ถ้าเจอใครคนหนึ่งก็ต้องเจออีก2คนด้วยเช่นกัน ส่วนพวกเพื่อนคนอื่นๆในห้องนั้น บางคนก็เอาเบอร์พวกเราไปขายขายตัวละ100บาท โดยเบอร์ของฉันถูกซื้อกันไปมากที่สุด แต่ใครจะรู้ว่าเบอร์ที่ฉันขายออกไปนั้นเป็นเบอร์ปลอม โทรไปเจอใครก็ไม่รู้แหละ
     จนกระทั่งเทอม2ของม.4 เป็นช่วงที่มีงานกีฬาสี ฉันเลือกที่จะไปเดินพาเหรด และเป็นตัวเด่นที่ถูกแบกขึ้นเสลี่ยง ในช่วงกีฬาสีนี้เองนี่เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มฉันได้มีความสัมพันธ์พิเศษกับครูพละคนใหม่ของชั้นม.4 เพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องทำอะไรเลยในกีฬาสี เวลาเขาปล่อยซ้อมหรือลงมาเตรียมงาน พวกเรา3คนก็มักจะโดดออกไปนอกโรงเรียนเสมอ
     พวกใกล้งานกีฬาสี ฉันก็ถูกเรียกให้อยู่ซ้อมขึ้นเสลี่ยงทุกวัน และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันได้พบกับ พี่แม็ก ประธานสีม.5สุดหล่อที่เด็กทั้งโรงเรียนกรี๊ดกร๊าดอยากได้ ถ้าทุกคนงงว่าทำไมให้เด็กม.5เป็นประธานสี เพราะทางโรงเรียนมีนโยบายว่า ม.5เน้นกิจกรรม ส่วนม.6เน้นการเรียนและเตรียมสอบเข้ามหาลัย พี่แม็กเป็นผู้ชายคนแรกที่เข้ามาในชีวิต ที่ทำให้ฉันรู้จักความรัก พี่เขาเป็นคนหล่อแบบตี๋ๆ แบบสมัยนิยมผู้ชายสมัยนั้น แต่ก็เป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนและทำกิจกรรมเก่ง เอาเป็นว่าเป็นเดือนของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ ในเย็นวันหนึ่งหลังซ้อมเสร็จฉันนัดกับเพื่อนกินน้ำแข็งใสหน้าโรงเรียน ส่วนพี่เขาก็นั่งซ้อมกีตาร์ต่อแถวๆที่นั่งรอรถโรงเรียนนั่นเอง ฉันกินน้ำแข็งใสเสร็จเหลือบเห็นพี่เขานั่งแกะโน๊ตจากเพลงที่ฟังจากไอพอด ก็ตั้งใจเดินเอาถ้วยไปทิ้งโดยตั้งใจเดินผ่านพี่เขา พอฉันเดินผ่านพี่เขา เขาก็คว้าแขนฉันเอาไว้แล้วมองหน้าฉัน เราสบตากันและเขาก็พูดว่า 
ดูไปดูมาแกก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรา2คน ไม่นานพวกเราก็เป็นแฟนกันอย่างเปิดเผย เรื่องนี้ทำให้ใครๆต่างก็ตกใจ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าใครๆจะมาจีบฉันๆกลับไม่เลือกตกลงปลงใจกับใครเลย ความรักของเราผ่านไปอย่างสวยงาม ฉันไม่อายที่จะบอกว่าฉันเสียบริสุทธิ์ให้กับพี่แม็ก เพียง2เดือนหลังจากการคบกันเท่านั้น และเรา2คนก็ยังไม่รู้จักการป้องกันอะไรในตอนนั้น พี่แม็กบอกว่าฉันเป็นครั้งแรกของเขา แต่ผ่านไปไม่นาน ฉันกลับกลายเป็นขี้ปากของคนทั้งโรงเรียนเมื่อพี่แม็กดันเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนของเขาฟัง มันแพร่กระจายไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกอายและตัดสินใจบอกเลิกเขาทันที และสิ่งที่น่าเสียใจที่สุดคือเขาไม่คิดแม้แต่จะง้อด้วยซ้ำ ในวันที่ฉันบอกเลิก เขาแค่พยักหน้าแล้วเดินตามกลุ่มเพื่อนเขาไปสยาม เพื่อหาคอร์สสมัครเรียนติวสำหรับช่วงปิดเทอม

     รักแรกเสียใจที่สุด ใช่ฉันเห็นด้วย หลังจากการเสียใจครั้งนั้น ผู้ชายอีกหลายคนก็เข้ามาในชีวิต ต่างรุมจีบฉันหนักยิ่งกว่าเดิม แต่ฉันกลับไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจ ฉันคิดถึงแต่พี่แม็กรักแรกของฉันเท่านั้นและยังอายกับเรื่องที่พี่แม็กเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง ฉันปิดใจตัวเองหลายปี จนกระทั่งเข้ามหาลัย ฉันปฏิเสธการลงสมัครประกวดดาวของคณะ และให้เพื่อนคนอื่นสมัครแทน ฉันมุ่งมั่นตั้งใจเรียน และตอนนี้ก็ยังมีผู้ชายมาจีบฉันอยู่บ้าง แต่มีคนเดียวที่ฉันสนใจคือครูสอนวิชาโทของสาขาที่ฉันเรียน ฉันไม่รู้ว่าทำไมแต่ฉันชอบเขามาก เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างอบอุ่นเป็นลูกครึ่งไต้หวัน ซึ่งก็หน้าตี๋ๆขาวๆตามสเป็กที่ฉันชอบพอดี เขามักจะใส่ใจและถามตลอดเรื่องการเรียนของฉัน เพราะตอนนั้นลุคของฉันก็ดูเป็นเด็กหน้าห้อง แต่งตัวเรียบร้อยมิดชิด ใส่แว่น และเลิกสนใจเรื่องรูปโฉมหน้าตาของตัวเองมานานแล้ว จนกระทั่งมาพบครูคนนี้ ฉันเริ่มมีกะจิตกะใจจะมาแต่งเนื้อแต่งตัวอีกครั้ง ด้วยนิสัยเดิมๆคือไม่ว่ายังไงผู้ชายก็ต้องชอบและอยากได้ฉันแน่นอน แต่คราวนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะครูเขามีภรรยาอยู่แล้ว

     แต่ฉันไม่ได้สนใจใดใดทั้งสิ้น ตอนนั้นฉันรู้เพียงอย่างเดียวว่าฉันชอบครูเขา ฉันตามสืบเรื่องราวต่างๆก็พบว่าครูเป็นคนดีมาก เข้าวัดเข้าวา ปฏิบัติธรรม ซึ่งฉันไม่เคยเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้เลย ฉันเริ่มการทอดสะพานด้วยการชักชวนคุยเรื่องทำบุญแต่แฝงไปด้วยใจสกปรกหยาบช้า เราไปทำบุญด้วยกัน และฉับแอบใช้จังหวะที่กรวดน้ำจับมือครู แต่เขาก็ยังเฉยๆ อยู่นิ่งๆกรวดน้ำจนเสร็จ ฉันเริ่มพูดคุยกับครูมากขึ้น จนวันหนึ่งฉันได้พบภรรยาของเขา และความคิดของฉันตอนนั้นคือ
นี่เหรอ เมียครู!!! ทั้งไม่สวย ยังกับพวกแม่ชีแก่ในวัด 
     ฉันรู้สึกอยากแย่งชิงขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าความคิดแบบนี้มาจากไหน ความละอายใจมันหายไปไหนเสียหมด จากการที่ปิดตัวปิดใจมานาน อยู่ๆวันหนึ่งกลับใจแตกขึ้นมาสะงั้น ฉันทอดสะพานและอ่อยครุคนนี้สาระพัด จนวันหนึ่งเรา2คนได้เสียกันจริงๆ ฉันไม่คิดเลยว่าครุเขาจะกล้าทำ แต่อารมณ์ในตอนนั้นมันเหมือนเพลงโจโจ้ซัง ที่ความรักมักชวนชักให้ใจลุ่มหลงระเริง ในตอนนี้สมองฉันก็เหมือนบทประพันธ์จากเรื่องมัทนพาธา
ความรักดั่งโรคา  บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล  อุปสรรคคะใดใด
ความรักดั่งโคถึก  กำลังคึกผิขังไว้
ย่อมโลดจากคอกไป  บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะขึงไว้  ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง  บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย

จิตใจฉันมืดบอดและไม่สนใดใดทั้งสิ้น หลังจากที่มีครั้งที่1 ก็มีครั้งที่2 ที่3 ตามมา จนวันนรกแตกได้มาถึงเมื่อถุงยางดันแตกสะได้ในวันนั้น ฉันใช้ยาคุมฉุกเฉิน แต่เด็กคนนี้กลับมาเกิดกับฉัน และสิ่งที่ฉันเลือกคือกำจัดเขาออกไปสะ ฉันไปทำแท้งที่ต่างจังหวัด มันเป็นกระท่อมไม้เก่าๆ ยายแก่คนหนึ่งก็สายยางดูดเลือด และกรรไกรและมีดธรรมดาเท่านั้น ยายแกเคยเป้นหมอตำแยมาก่อน เขาใช้มีดกรีดลงที่ช่องคลอดและใช้สายยัดเข้าไป ไม่นานเลือดก็ไหลออกมาตามสายยางเหล่านั้น มันเจ็บปวดทรมานมาก เหมือนมีมีดนับพันเล่มทิิ่มแทงอยู่ที่อวัยวะเพศและท้องน้อยตลอดเวลา 

     ฉันรอดตายจากการกระทำครั้งนั้น และกลับไปเรียนพร้อมกับบอกเรื่องนี้กับครู แน่นอนครูรับไม่ได้ที่เราได้ฆ่าคนๆหนึ่งลงไป ไม่นานเขาลาออกจากมหาลัย ฉันพยายามจะตามเขากลับมา หน้าด้านถึงขั้นตามไปถึงบ้านแล้วตะโกนเล่าเรื่องทุกอย่างให้ภรรยาและลูกๆของเขาฟัง ฉันทำบ้านเขาแตก ภรรยาของเขาบอกเลิกเขาและพาลูกๆไปอยู่ต่างจังหวัด ฉันคิดว่าครูจะกลับมาหาฉัน แต่เปล่าเลย เขากลับมาต่อว่าด่าทอฉันต่างๆนาๆว่าเป้นสาเหตุให้บ้านเขาแตก ฉันก็ด่าเขากลับว่า ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก เขาก็มีส่วนผิด ถ้ารู้สึกผิดบาปขนาดนี้ก็ไปบวชเป็นพระสะเลยสิ่!!!!

     ครูไปบวชพระจริงๆตามที่ฉันพูด ฉันก็ยังสืบเสาะตามหาว่าเขาบวชอยู่ที่จังหวัดไหน ฉันขับรถไม่เป็นและไม่อยากไปคนเดียวเลยหลอกใช้ผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาหลงจีบฉัน ชวนเขาไปเที่ยวจังหวัดนั้น ฉันใช้เขาเป้นเครื่องมือเพื่อจะดูว่าครูที่ห่มผ้าเหลืองจะทนได้ไหมที่เห็นฉันมากับผู้ขายคนใหม่  ฉันใช้มารยาหลอกล่อครูว่าฉันฝันเห็นลูกตามมา เลยให้เพื่อนพามาตระเวนทำบุญ9วัดที่ต่างจังหวัดให้ลูก ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเขา ถ้าได้ทำบุญกับเขาลูกคงไปสู่สุคติ 

     มารยาของฉันได้ผลชะงัก ครูชวนให้ฉันปฏิบัติธรรมบวชชีพราหมณ์ที่นั่นและฉันก็ชักชวนเพื่อนผู้ชายที่มาด้วยกันให้อยู่ต่อ ครูได้แอบถามฉันทีหลังว่านั่นแฟนใหม่เหรอ แล้วฉันก็ตอบว่าใช่ สีหน้าของครูดูเรียบเฉยและปลงต่อโลก แต่ฉันไม่หยุดแค่เท่านี้แน่นอน ฉันไม่อาจตั้งใจปฏิบัติธรรมใดใดได้เลยสักนิด เพราะใจกระวนกระวายคิดแต่อยากให้ครูกลับมาเป็นของฉัน และกิเลสชั่วช้าในใจที่ได้ทำงานอีกครั้ง 

    ในช่วงกลางวันหลังฉันเพล ฉันเรียกครูในคราบผ้าเหลืองมาที่ห้องเพื่อให้ช่วยสะกดบทสวดมนต์แปลกๆ ครุปฏิเสธแต่ฉันหลอกเขาว่าเพื่อนฉันที่มาด้วยกันก็รออยู่แต่จริงๆแล้วเพื่อนคนนี้กำลังช่วยเด็กวัดล้างจานชามอยู่ ครูจึงยอมตามมา และฉันก็ทำบาปหนักอีกครั้งด้วยการยั่วยวนพระสงฆ์ด้วยเรือนร่าง และมีอะไรกับเขา ในเขตวัด เขาก็หักห้ามใจเขาไม่ได้เอง ไม่ใช่ความผิดของฉันคนเดียวสะหน่อย 

    เขารู้สึกผิดมากและขอสึกทันทีในตอนเย็น แน่นอนการมีสัมพันธ์สวาทกันครั้งนั้นไม่มีได้มีอะไรมาป้องกันเลย เพราะไม่ได้เตรียมมา และฉันก็ท้องอีกครั้ง ครั้งนี้ฉันคิดว่าจะสามารถมัดใจครูให้มาอยู่กับฉันได้ ฉันได้บอกเรื่องนี้กับครู แต่เขาก็ไปอยู่กับภรรยาและลูกๆที่จังหวัดอื่นทางภาคเหนือ ฉันตามไปถึงหน้าบ้านเขาที่มีญาตินั่งเต็มไปหมด และเริ่มร้องไห้ เล่าให้ทุกคนฟังอย่างน่าเวทนาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แน่นอนฉันเล่าเรื่องการทำแท้งครั้งที่1 และการท้องครั้งที่2นี้ ภรรยาของครูเอาแต่นั่งร้องไห้จนแทบเสียสติ เธอตวาดฉันออกมาด้วยความโกรธว่า อีสัตว์นรก บรรดาญาติของเขาต่างไม่พอใจและลากตัวฉันออกจากบ้านทันที เพราะทนฟังเรื่องเลวทรามองฉันไม่ได้ 

     ไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้นภรรยาของครูได้ขอหย่ากับครูอย่างเด็ดขาด แล้วส่งจดหมายมาหาฉัน ในนั้นเขียนด้วยเลือดของเธอว่า "ขอให้ไหม้อยู่ในนรกอย่างมีความสุข" ก่อนที่ฉันจะมาล่วงรู้ทีหลังว่าภรรยาของครูปลิดชีพตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย ในตอนนั้นฉันไม่เสียใจเลยสักนิด ฉันคิดแต่ว่าครูน่าจะกลับมาแน่นอน 


     เวลาผ่านไปประมาณ3เดือน ฉันถึงพบว่าฉันท้องนอกมดลูก และหมอต้องการให้ฉันเอาเด็กคนนี้ออกเพราะมันอันตรายมาก ฉันเสียใจมากเพราะต่อไปนี้จะไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้งครูเอาไว้ได้แล้ว ฉันแจ้งข่าวนี้กับครู แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาตอบแค่ว่าอืม แล้วจากไปเท่านั้น ฉันรู้สึกไร้ค่าและแย่มาก ทั้งผู้ชายที่เรารักทิ้ง ทั้งท้องแต่เรียนไม่จบ เรื่องระหว่างฉันกับครุถูกเพื่อนผู้ชายคนที่ฉันหลอกให้ขับรถพาไปหาครุที่ต่างจังหวัดก็เอาเรื่องของฉันไปเล่าให้คนฟังทั้งคณะ ภาพเมื่อตอนเด็กๆย้อนกลับมา เหมือนถูกฉายซ้ำในหัว ฉันตัดสินใจไม่กลับไปเรียนและกลับบ้านไปบ้านที่ต่างจังหวัด

     พ่อและแม่ยังคงเป้นคนที่รักฉันมากที่สุด แต่ฉันหารู้ไม่บาปกรรมที่ทำกำลังจะตามสนองฉันแล้ว ไม่นานฉันตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งที่มดลูก พ่อแม่ก็รักษาฉันอย่างเต็มที่ แต่ไม่รู้ทำไมคีโมกลับไม่สามารถทำลายมะเร็งได้เลย มันดีขึ้นก่อนจะค่อยๆลุกลาม หมอให้ฉันเลือกว่าจะตัดมดลูกทิ้งไหม แต่ฉันเลือกที่จะไม่ตัด มันจะลุกลามไปทั่วท้องของฉัน น้ำเลือดและน้ำหนองไหลออกจากช่องคลอดเหมือนเวลาเป็นประจำเดือน มันปวดท้องหน่วงและหนักมาก สภาพฉันแย่สุดๆ ฉันได้โทรไปหาครูเผื่อว่าเขาจะมาเยี่ยมเยือน แต่เขากลับตอบกลับด้วยเสียงพูดเรียบเฉยว่า หายไวๆนะ  

     ชีวิตฉันตอนนี้ก็เหมือนคนที่กำลังปีนต้นงิ้ว ฉันไม่รู้ว่าหลังจากฉันตายไปแล้วจะต้องไปปีนต้นงิ้วหรือไม่ แต่แค่ความทรมานตอนนี้ที่มอร์ฟีนก็เริ่มช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ฉันมีอาการชาปลายมือและเท้าและบางทีมันก็เจ็บเหมือนมีมีดมาฟัน สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้ก็แค่นอนรอความตาย ฉันสำนึกต่อบาปทั้งหมดที่ได้ทำลงไป บางครั้งก็ฝันเห็นเด็ก2คนมาวิ่งเล่นรอบๆ บางครั้งก็ฝันถึงภรรยาของครูเขามาร้องไห้แล้วบอกฉันว่าให้หัดทำบุญบ้าง แต่ฉันในตอนนี้แม้แต่จะลุกไปเข้าห้องน้ำยังทำไม่ได้เลย บางคืนฉันฝันเห็นต้นไม้สูงใหญ่ที่มีหนาม แต่หนามของมันเหมือนปลายหอกทีมีปลายแหลมและคมทั้งด้านข้างๆ และมันร้อนมากจนเป็นสีแดง แต่ละต้นฉันเห็นคน2คนแค่2คนปีนอยู่บนนั้น ทุกครั้งที่เอามือจับหนามของต้นไม้นั้น มือก็จะโดนบาดจนเลือดไหล และมีควันขึ้นจากมือ มือและเท้าต่างก็มีรอบเลือดสีดำแห้งๆ เพราะพอจับหนามมันสักพักเนื้อก็จะสุกเพราะมันร้อน ฉันเห็นพวกเขาปีนไปได้สักพักก็มือขาดบ้าง เท้าขาดบ้างตกลงมา นอนโอดโอยแล้วอยู่ดีๆก็เห็นเขากลับขึ้นไปปีนต่อในสภาพที่มือและเท้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม ฉันกลัวจะสะดุ้งตื่น ฉันจะฝันวนๆแบบนี้สลับกันทุกคืนตั้งแต่กลับมารักษาตัวที่บ้าน บางทีก็เห็นเด็ก บางทีก็เห็นภรรยาครู บางทีก็เห็นต้นไม้มีหนาม 

    ฉันไม่รู้ว่าจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองฝันถึงดีหรือไม่ แต่ตอนนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ แค่คิดจะสวดมนต์จิตใจก็จะระลึกถึงเรื่องที่เราหลอกครูตอนเป็นพระให้เข้ามาหาเราเพื่อช่วยเราสะกดบทสวดมนต์ ได้แต่นอนเฉยๆ ทำจิตว่างๆ รอวันตาย ฉันได้แต่ภาวนาให้ความฝันเป็นแค่ความฝัน ให้คนเราตายแล้วสูญ ให้นรกมันไม่มีจริง ให้ต้นงิ้วมันไม่มีจริง ให้เป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น 
SHARE

Comments

adindarinii
2 years ago
ถ้าเป็นเรื่องจริง????
Reply
LonelyShadow
2 years ago
จริง?
Reply
transai
2 years ago
อึม...แย่นะ
Reply
meawlovebj
2 years ago
ใจหายเลยนะคะ
Reply
Babibibabi
2 years ago
อ่านแล้วขนลุกเหมือนกันนะฮะ ถึงมันจะจริงหรือไม่จริงยังไงแต่ชอบที่เขียนนะฮะ มันเหมือนเตือนให้เราคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำและให้รอบครอบ มีสติ และทำในสิ่งที่ถูกต้อง ขอบคุณสำหรับเรื่องราวนะฮะ
Reply