ชื่อเรื่องจากคนคนหนึ่งที่ลองเสี่ยงกับความรักดูอีกครั้ง :)
เราเชื่อได้เลยว่า...คนที่ผิดหวังจากความรักมา ยังไง๊ยังไงก็มีกำแพงป้องกันตัวเองที่มันหนามากขึ้น และก่อนหน้านี้ก็เป็นอีกครั้งที่เราผิดหวังกับมันมาเจ้าความรักนิละ แต่แน่นอนนิสัยความเป็นมนุษย์มันไม่มีทางรู้จักพอหรอก รู้นะว่าถ้าเปิดประตูไปอีกครั้งนึงมันจะเจ็บนะ แต่ก็ขอลองเปิดมันดูอีกครั้งเมื่อถูกใจ แต่จะมีใครไปรู้ละว่า การที่เราเปิดกับมันครั้งนี้มันอาจจะเป็นทีของเราแล้วบ้างก็ได้ แต่มันก็อยู่กับแต่ละคนอ่ะนะว่าเจออะไรกันมาบ้าง มันหนักหนายังไง แล้วผ่านมันมาได้ยังไง แต่ก็ไม่อยากให้ใครปิดกั้นโอกาสตัวเองนะ บางทีโชคดีมันอาจจะเข้าข้างเราบ้างแล้วก็ได้...ก่อนเคยปิดใจมาก่อนแน่นอนอย่างที่บอกไป เมื่อเราได้รับความเจ็บปวดมาแล้วเนี่ยเราก็ต้องมีการป้องกันตัวเองออกจากความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น สำหรับฉันนะ ปิดมันมานานมากเพราะว่าเจอแต่ความผิดหวังมาโดยตลอด ก็ทุกครั้งที่มีเจ้าความรักเนี่ยเชื่อได้ว่าส่วนใหญ่ก็ต้องคาดหวังกับคำๆนี้อยู่แล้ว วาดฝันไว้อยากให้มันเป็นไปตามที่เราฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเนี่ย เมื่อเราหวังมากใช่ไหม เราก็จะลืมเผื่อใจสุดท้ายเราก็จะเจ็บ...แต่วันนี้เราได้เจอคนๆนึงที่เปลี่ยนความคิดของเราออกไป สวัสดี...คำที่เราเริ่มทักกันคนๆนี้เค้าเป็นคนธรรมดามากๆ เรียบง่าย เรียนเก่ง บ้านก็ถือว่ามีฐานะเลยทีเดียว แต่งต่างกับเราโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เค้าทำให้เราเห็นเนี่ยเออเค้าอะไรก็ได้ ความคิดเป็นผู้ใหญ่ กล้าตัดสินใจ เป็นคนยิ้มง่าย อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่มันติดอยู่ตรงที่ เค้าก็เหมือนเราอ่ะ ไม่เคยมีใคร เพราะเค้าให้เหตุผลว่าเค้ายังไม่พร้อมที่จะเอาใจไปผูกหรือไปผูกพันกับใคร...เราเผื่อใจไว้แล้วละว่าเอออาจจะเจ็บได้นะถ้าเค้ายังไม่กล้าเปิดใจจริงๆ เรานี่ละเราเลยเข้าไปเริ่มคุยกับเค้าก่อน เค้าบอกกับเรานะว่าทีแรกเค้าอึดอัดเค้าปรับตัวไม่ถูกเวลาเราไปคุยด้วย แต่ไม่รู้สิในตัวเค้ามีอะไรที่มันน่าค้นหามั้ง :) เค้าบอกเราว่ายังไม่กล้าเปิดใจ แต่เราเห็นว่าเค้าเป็นคนจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเราได้ดีมากอ่า ฮีโร่ตัวโปรดในเกม ใส่ใจถาม ป่วยหรอ เดินไหวไหม หายไวไวนะ เหมือนเค้าเปิดใจกับเรามากขึ้น มันดีมากจริงๆนะความรู้สึกนี้เราพึ่งเคยได้สัมผัส  แต่ในบางทีเราก็คาดหวังเกินไปจนตั้งคำถามมากมายไปทั่วในใจ เค้ารู้สึกยังไงกับเรานะ เค้าอึดอัดหรือรำคาญเราหรือป่าวนะ หรืออะไรอย่างนี้  คำถามมีเต็มหัวไปหมดแต่ใครจะกล้าถามละบ้าาาาและประโยคมันก็จบลงด้วยการอ่านไม่ตอบเอาจริงๆเราเฟลมากที่อ่านไม่ตอบเราแล้วก็หายไปเลยหลายวัน เอาจริงๆกลัวไปเลย แบบเออจะไม่ทักไปแล้ว แต่ในความคิดเราถ้าหายไปนานๆอย่างนี้ถ้าสมมติว่าเค้าเริ่มเปิดใจแล้วเค้าอาจจะกลับไปปิดเหมือนเดิมก็ได้ เอาวะ ลองทักไปก่อนดู เป็นไงเป็นกัน อยู่กับที่ก็นก ลองทักไปดูถ้านกอย่างน้อยก็เท่าทุน เราคิดงี้ ทำได้แค่รอค่ะ รอเค้าตอบ... สวัสดี...สวัสดี หายไปไหนมาตั้งนาน... โอ้วแม่เจ้าาาาา รอเราอยู่หรอ ? //คิดเข้าข้างตัวเองอีกละ เธอนั่นละอ่านไม่ตอบเรา...เราก็อยู่ตรงนี้เหมือนเดิม คือแบบเห้ยเธอเริ่มเปิดใจให้เราแล้วจริงๆใช่ไหม เขินแบบเขินขั้นสุด เราก็ไม่รู้หรอกนะว่าหลังจากนี้มันจะเป็นยังไงแต่อยากให้รู้ไว้ว่าตอนนี้เธอเข้ามาอยู่ในความทรงจำที่ดีของเราเรียบร้อยแล้ว และเราก็คิดว่าเราจะทำทุกวันให้มันดี หวังว่าเธอจะโอเคนะ คุณดอกทานตะวัน เราเป็นเหมือนดอกทานตะวัน แล้วเธอเป็นแสงอาทิตย์ :)ที่เราเปรียบอย่างนี้ก็เพราะว่า...ดอกทานตะวันถึงแม้จะไม่มีอะไรมันก็อยู่ของมันได้แต่พอมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่งเข้ามาถึงมันแล้วละก็มันก็จะยกช่อชูดอกแลดูสดใส แต่พอแสงอาทิตย์หายไปมันกลับกลายเป็นดอกที่ดูมีแต่ความเศร้าหมอกก้มหน้ารอว่า เมื่อไหร่แสงอาทิตย์จะกลับมาอีกทำให้มันได้ชูดอกและสดใสขึ้นอีกครั้ง ... และในทุกครั้งที่มีคนเข้ามาในชีวิตเราก็จะขอบคุณที่เค้าเข้ามาสอนให้เราโตมากขึ้นผ่านอะไรที่มันยากๆมาได้ อยากให้คนที่ยังปิดประตูของตัวเองอยู่เนี่ยสักครั้งลองเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เจอสิ่งที่ดีบ้าง อยากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ... โชคดี ทานตะวันกับแสงอาทิตย์ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน : )
SHARE

Comments