ว่าไงล่ะ วันนี้เอาอะไรมาขาย!

บ่ายวันหนึ่งในฤดูหนาว
อากาศเย็นๆกับแดดจัดๆเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้างลงตัวสำหรับเขา อากาศดีๆยามบ่ายแบบนี้ก็พอช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนที่ระอุอยู่ภายในได้พอควร ด้วยผลกำไรจากงานที่เขากำลังทำตกลงอย่างเห็นได้ชัด 
แต่ด้วยความบังเอิญหรือความตั้งใจที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ สายตาของเขาก็ได้ไปจับจ้องอยู่กับป้ายเล็กๆหน้าร้านที่อยู่อีกฟากของถนน
รับซื้อทุกอย่าง
คำว่าทุกอย่างทำให้เขาคิ้วขมวดด้วยความสงสัย เขาไม่คิดว่าป้ายโฆษณาที่ดูเกินจริงนี้จะหมายความตรงตัวแบบนั้นจริงๆ
ถึงแบบนั้นเขาก็เลือกเดินข้ามถนนตรงไปที่ร้านเล็กๆร้านนั้น
"ขอโทษนะครับ ร้านนี้รับซื้อของทุกอย่างจริงๆเหรอครับ"
"ใช่แล้วล่ะ"พนักงานหลังเคาน์เตอร์ตอบ
"เรารับซื้อทุกอย่าง คุณสนใจจะขายอะไรหรือเปล่า"
"ก็คิดไว้บ้างนะครับ ไว้ผมไปปรึกษาภรรยาที่บ้านเสียก่อน" 
ในใจเขาคิดถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก่าๆหลายชิ้นที่บ้าน
"วันนี้ผมคงไม่มีอะไรติดตัวมาขายหรอกครับ"เขาพูดติดตลก
"ได้เลยครับ อ้าวคุณลูกค้า สวัสดีครับ มีอะไรมาขายอีกแล้วเหรอครับ"
พนักงานคนนั้นกล่าวทักทายเมื่อชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้าน
"เหมือนเดิม"ชายคนดังกล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ได้เลยครับ ช่วยกรอกข้อมูลในนี้ให้ครบแล้วเอาไปส่งหลังร้านนะครับ"
ชายคนนั้นรับแบบฟอร์มแล้วเดินเข้าไปที่ห้้องเล็กๆหลังร้าน ในนั้นมีชายอีกคนหนึ่งที่กำลังวุ่นกับเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ เขาไม่ได้ยินคำที่พวกเขาสองคนพูดคุยกัน
แต่เมื่อชายคนนั้นตรวจแบบฟอร์มเสร็จ ก็ยื่นปึกธนบัตรปึกหนึ่งให้ชายผู้มาเยือนคนนั้นไป
เขาถึงกับอึ้งในจำนวนเงินที่ได้จากการ"ขาย"ครั้งนี้
"เอ่อ ขอโทษนะครับ ร้านนี้เอาของมาหลังจากได้รับเงินก็ได้เหรอครับ"เขาถามพนักงานหน้าเคาน์เตอร์
"คุณหมายถึงอะไรครับ"พนักงานถามด้วยความแปลกใจ
"ผมไม่เห็นเขาเอาของมาขาย แต่ก็ได้เงินกลับไปแล้ว"
"อ๋อ เขาขายไปแล้วล่ะ"พนักงานหันไปมองชายคนนั้น รอยยิ้มบางๆปรากฏให้เห็นขึ้นบนหน้า
"คุณพูดถึงอะไร เขามาตัวเปล่าแล้วก็ได้เงินกลับไปขนาดนั้น"
เขาพูดพลางชี้ไปยังปึกเงินที่ชายคนนั้นกำลังยัดมันลงกระเป๋า
"หรือว่าเขาแอบเอายามาขาย!"
"เดี๋ยวก่อนๆ ที่นี่เรารับซื้อทุกอย่างก็จริงแต่ไม่ได้รวมถึงของผิดกฎหมาย"
พนักงานคนนั้นรีบปราม
"งั้นอะไรกันแน่ที่เขาขาย"
"ก็ความเชื่อไงล่ะ"
เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
"อะไรนะ คุณอย่ามาล้อผมเล่นดีกว่า"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น อัตราการแลกเปลี่ยนของความเชื่อถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสินค้าอย่างอื่น"
"ผมหมายถึง ความเชื่อมันเอามาขายได้ที่ไหนกัน"
"โถ่คุณ สมัยนี้เขาก็ขายกันทั้งนั้นแหละ"
"ไม่เพียงแต่ความเชื่อเท่านั้นนะ
ศรัทธา
เกียรติยศและศักดิ์ศรี
อุดมการณ์และความฝัน
ความรู้สึกนึกคิด หรือแม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ ก็เคยมีคนเอามาขายกันแล้วทั้งนั้น!"
"ผมไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน"
"ผมเข้าใจว่ามันฟังดูน่าพิลึก แต่คนสมัยนี้ เพื่อความอยู่รอดเขาก็ยอมขายกันทั้งนั้นแหละ"
พนักงานหนุ่มเงียบไปซักพัก เมื่อเห็นว่าเขายังไม่หายแปลกใจจึงพูดต่อ
"อันที่จริงคนเราต่างก็สูญเสียสิ่งเหล่านั้นกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"ก็คงไม่แปลกอะไรถ้าจะมีคนเอาความฝัน ความศรัทธามาขาย ขนาดไม่ได้้เงินตอบแทนก็ยังมีคนมากมายที่ละทิ้งเหล่านั้นไปอย่างไร้ค่า"
"แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมถึงต้องเอาความเชื่อมาขาย"
ดูเหมือนว่าคำอธิบายของพนักงานหนุ่มยังคงไม่สามารถให้ความกระจ่างแก่เขาได้
"ทำไมคุณไม่ถามเจ้าตัวเสียเลยล่ะ" เขาพูดพลางพยักพเยิดไปที่ลูกค้าที่พึ่งออกมาจากห้องด้านหลังร้าน  
เมื่อชายคนนั้นเดินมาใกล้ๆเขาจึงถือวิสาสะถามคำถามที่ค้างคาใจ
"ขอโทษด้วยที่ผมต้องเสียมารยาทถามคำถามนี้ แต่ผมสงสัยจริงๆว่าทำไมคุณถึงยอมขายความเชื่อของคุณกัน"
"ผมยอมขาย เพื่อความอยู่รอดของผมน่ะสิ"
"คุณคิดเหรอว่าเราจะอยู่รอดได้บนโลกใบนี้โดยไม่ต้องขายความเชื่อหรืออุดมการณ์"
"ผมคิด"
"ถ้างั้นผมก็คงต้องบอกว่าคุณคิดผิด"
"ผมก็อาจจะคิดผิดอย่างที่คุณว่า แต่สำหรับผมแล้ว การที่ผมไม่คิดที่จะขายอุดมการณ์ก็คืออุดมการณ์ของผม!"
"แล้วซักวันนั่นก็คือสิ่งที่คุณจะเอามาขาย"เขาพูดพลางยิ้มอย่างเย้ยหยัน

"สวัสดีครับ วันนี้มีเรื่องอะไรจะมาสอบถามอีกเหรอครับ คุณลูกค้า"
เขาเดินเข้ามา ตัวเปล่า
"เปล่า วันนี้ผมมาขาย"
พนักงานหนุ่มมองเขาด้วยรอยยิ้มพิลึกๆ"ถ้างั้นก็เชิญกรอกรายละเอียดในใบนี้ให้ครบแล้วเชิญไปติดต่อที่ห้องด้านหลังเลยครับ"


เขาเดินออกมาจากร้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยและสายตาว่างเปล่า ในมือนับเงินปึกใหญ่แล้วเก็บใส่ลงกระเป๋า
โอกาสหน้าเชิญแวะมาขายใหม่นะครับ!
เสียงพนักงานหนุ่มตะโกนไล่หลัง



SHARE
Writer
SpocK
นักบินอวกาศ
ชอบถ่ายรูปไปเรื่อย เก็บไว้เป็นความทรงจำ ชอบมองท้องฟ้า ชอบกลิ่นฝน ชอบเธอ

Comments