โศกนาฏกรรมแห่งวังหลัง
ในวันนั้นที่สตรีทั้งหลายต่างแต่งตัวงดงามที่สุดเพื่อก้าวข้ามการเป็นสามัญชนไปสู่โลกแห่งสรวงสรรค์ แสงแดดอ่อนๆในยามเช้าช่างทำให้ทุกคนตื่นเต้นยิ่งนัก ข้าเป็นหนึ่งในนั้น สาวงามจากตระกูลขุนนางผู้จะถูกคัดเลือกเข้าเป็นสนมแห่งพระจักรพรรดิ โอรสสวรรค์ผู้ครอบครองพระราชวังเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าห้อง 
พวกเราทุกคนที่เข้ามาถึงจุดนี้ ได้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกพวกเราล้วนแต่มีใบหน้าที่งดงามตามอุดมคติ ผิวหนังของพวกเราต่างยังอ่อนเยาว์ ขาวเนียนและใสเยี่ยงหยกสีขาว แก้มของเราถูกเติมแต่งจนเป็นสีชมพูดั่งไข่มุก อยู่ในชุดผ้าไหมราคาแพงและดีที่สุดเท่าที่แต่ละคนจะจ่ายเพื่อมาสวมใส่ได้ พวกเราในวันนี้ไม่ต่างจากดอกไม้ ที่กำลังผลิบานในป่าเขียวขจี กำลังรอการผสมเกสรจากผึ้งและผีเสื้อเพื่อความสำเร็จสูงสุดในชีวิต

ไม่นานนักข้าได้ถูกเรียกให้เข้าไปเฝ้าองค์จักรพรรดิและพระพันปี ข้าไม่เคยเห็นพระพักตร์ของทั้ง2พระองค์มาก่อน ทั้ง2ประทับอยู่ในตำหนักที่ใช้สำหรับคัดเลือกพระสนม ถ้าไม่มีคนนำทางข้าคงหลงทางในวังหลวงนี้แน่ๆ 

พวกขันทีชั้นต่ำที่ถูกตอน กล่าวเอ่ยชื่อของข้าให้ก้าวออกมาเพื่อแนะนำตัวต่อทั้ง2พระองค์ และวันนั้นเองที่ข้ากลับบ้านมาแล้วพ่อแม่รวมทั้งญาติพี่น้องทุกคนต้องคุกเข่าและหมอบกราบข้าลงกับพื้น เรียกข้าว่า ท่านผู้หญิง ในเวลานั้นโลกของข้าช่างเหมือนอยู่ในความฝัน ข้าลูกสาวที่แต่ก่อนครอบครัวไม่เคยสนใจ บัดนี้ไม่ว่าจะไปทางไหนทุกคนก็ต้องคุกเข่าให้ข้าทั้งหมด 


ไม่นานหลังขากนั้นก็ถึงวันกำหนดตัวส่งข้าเข้าวัง ทางบ้านข้ามอบเงินจำนวนมากเพื่อใช้จ่ายในวัง ข้าเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามในฐานะ ฉีกุ้ยเหริน เป็นสนมขั้นที่5แห่งวังหลวงนี้ ด้วยตำแหน่งของพ่อข้า ข้าจึงได้ตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้มา ข้าถูกพาเข้าไปยังตำหนักหลังหนึ่งที่ตกแต่งอย่างสวยงาม
ขนาดสนมอันดับ5ยังได้ตำหนักที่งดงามขนาดนี้ แล้วตำหนักของฮวงกุ้ยเฟยจะเป็นยังไงกัน
ข้าได้แอบคิดและใฝ่ฝันจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของบรรดาสนม นั่นคือ ฮวงกุ้ยเฟย เป็นรองแค่พระจักรพรรดินีเท่านั้น ข้าช่างเหิมเกริม ด้วยคำชมที่ใครๆต่างก็ชื่นชมข้าว่างดงามยิ่งนักแต่ชีวิตข้าไม่ได้งดงามเช่นนั้น 

ป้ายชื่อของข้าถูกเลือกโดยพระจักรพรรดิในคืนที่4หลังการเข้าวังของข้า ข้าจะได้ถวายตัวต่อฝ่าบาทในคืนนี้ พวกนางกำนัลต่างเร่งรีบเตรียมน้ำที่ผสมกลีบดอกไม้หลายชนิดจนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วตำหนัก ข้าอยู่ในร่างเปลือยเปล่าที่ห่อหุ้มด้วยผิวกายอันถูกขัดสีฉวีวรรณจนงดงามดั่งไข่มุกสีชมพูอ่อน ข้าถูกพันด้วยผ้านวมที่หุ้มด้วยผ้าไหมราคาแพงปักด้วยรวดรายงดงาม ไปยังห้องบรรทม

คืนนั้นเองที่ข้าได้พบกับพระจักรพรรดิ พระองค์เพียงแค่บรรทมนิ่งๆ ไม่ลืมพระเนตร และข้าก็นอนข้างๆเขา สักพักเขาจึงค่อยๆหันมาทอดพระเนตร ข้าได้แต่หลบสายตาด้วยความเขิลอายของสตรี พระองค์ตรัสถามข้าว่ากลัวหรือไม่ ข้าได้แต่เงียบแล้วยิ้มที่มุมปากแบบที่ได้รับการสอนมา ค่ำคืนนั้นผ่านไปด้วยความสุขสมหวังที่สตรีทั่วไปไม่อาจจะได้รับ

หลังจากนั้นไม่นานข้าก็ตั้งครรภ์และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นพระสนมลำดับที่4 ในตอนนี้นั้นทุกคนต้องเรียกข้าว่า ฉีผินเหนียงเหนียง คำว่าเหนียง เหนียง ที่แปลว่าเทพธิดา และมีแต่พระสนมขั้นผินขึ้นไปเท่านั้นที่จะได้มีคำนี้ต่อท้ายตำแหน่งของตัวเอง ชีวิตในวังตอนนี้ไม่ว่าข้าจะเดินไปทางไหนก็มีแต่คนคอยก้มหัวให้และดูแลอย่างดี 
หากเจ้ามอบพระโอรสแก่ฝ่าบาท ข้าว่าตำแหน่งเฟยก็ไม่สูงเกินเอื้อม
คำพูดจากฮองเฮา ที่คอยพูดกับข้าทุกวันที่ข้าไปถวายพระพร ตำแหน่งเฟย สนมขั้น3 นั้นคงไม่เพียงพอที่จะสนองกิเลสตัณหาในใจข้า 


แต่แล้ว ดอกไม้ที่กำลังบานกลับถูกลมแรงพัดจนร่วงจากต้น ตกสู่พื้นดินและไม่มีชื่นชมมันอีกต่อไป ข้าแท้งลูกขณะท้องได้4เดือนกว่าๆ การแท้งลูกครั้งนั้นทำให้ร่างกายข้าทรุดโทรมลงอย่างหนัก พระจักรพรรดิเสด็จมาเยี่ยมข้าครั้งหนึ่ง ข้าต้องรีบลุกขึ้นแต่งเนื้อแต่งตัว และปัดแก้วให้เป็นสีแดง ทาปากที่ซีดเซียวให้ดูมีน้ำมีนวล แต่เครื่องสำอางค์ราคาแพงเหล่านั้นไม่อาจปกปิดความน่าเกลียดอันเกิดจากความทุกข์ที่กัดกินจิตใจข้าจนตรอมตมอยู่ทุกวัน 

ข้าไม่อาจยิ้มอย่างอ่อนหวานให้พระจักรพรรดิได้ มีเพียงรอยยิ้มที่กล้ำกืนฝืนทนถวายให้พระองค์เท่านั้น พระจักรพรรดิไม่เคยเสด็จมาหาข้า หรือเลือกข้าให้เข้าไปปรนิบัติอีกเลย การไปถวายพระพรที่คำหนักฮองเฮาก็ดูไร้ความหมายเช่นกัน เพราะที่ตำแหน่งอันหนาวเหน็บหลังนั้นมีแต่ดอกไม้อายุพันปีที่เหม็นเน่าและเหี่ยวแห้งประดับอยู่

คืนวันผ่านไปอย่างโหดร้าย เมื่อความโปรดปรานหายไป ตำแหนักข้าแทบกลายเป็นตำหนักร้าง ตำแหน่งพระสนมขั้น4 ฉีผินเหนียงเหนียง ไร้ความหมายในวังแห่งนี้ พวกขันทีและนางกำนัลต่างพากันย้ายออกจากตำหนักข้าไปหานายใหม่ของมัน ข้าเหลือนางกำนัลรับใช้อยู่เพียง2คนเท่านั้น พวกนางช่างดีกับข้าเหลือเกิน แต่พวกนางก็โง่เง่ายิ่งนัก 

ทุกคืนๆข้าได้แต่นั่งนับก้อนอิฐที่พื้นนอกตำหนักข้า ข้าเอาแต่เฝ้าคอยว่าเมื่อไหร่พระองค์เสด็จมา ข้าไปรอพระองค์ที่สวนหลวงเกือบทุกวัน บางครั้งพระองค์ก็ทอดพระเนตรเห็นข้าแต่ไม่เรียกข้าเข้าพบด้วยซ้ำ พระองค์ทรงสำราญอยู่กับหมู่มวลดอกไม้ที่เพิ่งบานใหม่ในอุทยานกับสนมองค์โปรดองค์ใหม่ 
กาลเวลาค่อยๆพรากความงามของข้าไปทีละน้อย ไม่นานข้าก็เป็นเหมือนฮองเฮาแต่อย่างน้อยนางก็ยังเป็นถึงพระจักรพรรดินี ส่วนข้านั้นไม่รู้จะถูกถอดยศวันไหน 


ในวังแห่งนี้ไม่มีความรักใดใดอยู่เลย เป็นโลกที่งดงามราวกับสวรรค์ ผู้คนสวมใส่ผ้าไหมงดงามและเครื่องประดับล้ำค่า แต่กลับปราศจากหัวใจ ต่อให้เคยมีหัวใจเมื่อเข้ามายังสถานที่นี้แล้วข้าก้ได้มอบหัวใจให้พระจักรพรรดิไปครั้งหนึ่ง และจนบัดนี้หัวใจดวงนั้นของข้าก็หายไปพร้อมกับความเยาว์วัย  
เมื่อความรักของพระจักรพรรดิคือบ้านเมืองและบัลลังก์ของพระองค์ ผู้หญิงอย่างข้าก้ไร้ความหมายใดใด เมื่อความโปรดปรานไม่อาจเทียบกับรักแท้ของหญิง-ชายสามัญชน เมื่อพระจักรพรรดิหลงรักเราเพียงดวงตาของพระองค์ ดวงตาที่หลงใหลในความงามของสตรี หัวใจของพวกเราก็ถูกทอดทิ้งไว้ในวังแห่งนี้ สถานที่ๆทุกคนข้างนอกกำแพงสูงมิดหัวสีแดงต่างปราถนาจะเข้ามาสัมผัส แต่จริงๆมันกลับเป็นดินแดนไร้หัวใจ 


โศกนาฏกรรมของผู้หญิง คือ การรักใครสักคนแต่เขาไม่รักตอบ คือการมอบหัวใจและร่างกายให้ใครสักคนแต่เขารับไว้แค่ร่างกายของเรา
SHARE

Comments