เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อเดินไปด้วยกัน
แกรู้มั้ย....หลังจากวันที่เราแยกจากกัน มันก็ยาวนานจนฉันจำวันเวลาแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนที่มีความจำดีคนหนึ่ง ที่ฉันคิดแบบนั้นเพราะแกเคยบอกฉันแบบนั้นไง แต่ที่ฉันจำได้ในวันนั้นคือแกบอกให้ฉันละทิ้งความฝันของฉันเพื่อไปอยู่ด้วยกัน แกรู้มั้ย.... ฉันตอบโดยไม่คิดด้วยซ้ำว่า ไม่ ฉันยังจำได้อีกว่าแกมองเข้ามาในแววตาฉัน เราจ้องตากันและกัน ฉันยังคงคิดถึงเสมอ คิดถึงแววตาที่เหมือนกับว่าแกจะรู้คำตอบของฉันอยู่แล้ว สายตาที่มองมาที่ฉันเหมือนกับว่าต้องการคำตอบอื่นจากปากฉัน 

ไม่ได้เหรอ 
แกพูดกลับมาเบาๆ ฉันยังคงยืนยันคำตอบเดิม แกรู้มั้ยสำหรับคนแบบฉันมันไม่ได้มีโอกาศมากนักหรอกนะ แน่นอนฉันคิดเสมอว่าแกจะเข้าใจฉัน..... 
เราว่าเราเลิกกันเหอะ

.........เลิกกันเหอะ ง่ายด่ายจังเลยนะ ฮ่าๆๆ พอแกพูดจบแกก็เดินจากไป ภาพของแกที่เดินหันหลังไปฉันก็ยังคงจำความรู้สึกได้ ความรู้สึกของความว่างเปล่านั้น เราจะไม่ได้เดินข้างกันอีก ไม่มีอีกแล้วคนที่ค่อยฉันเวลาที่ฉันนั่งเขียนงานอยู่ที่ห้องสมุดคนเดียว คนที่ค่อยมาบ่นเรื่องสีของลิปสติกให้ฉันฟัง คงไม่มีอีกแล้ว.... 

        ฉันขอโทษที่ฉันบอกว่าจำไม่ได้ฉันโกหก ฉันจำได้ว่าวันนั้นวันศุกร์ ฉันจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้ใช้ชีวิต ม.ปลายด้วยกัน เรากำลังจะต้องไปใช้ชีวิตมหาวิทยาลัยที่เราฝันกันมานาน ฉันจำได้ว่าวันนั้นแกทาลิปสติกสีแดงอมชมพูที่ฉันซื้อให้ และฉันยังจำได้ว่าฉันรักแกแค่ไหน 

แล้วแกยังพอจำมันได้มั้ย 
      ถึงแม้ในตอนนั้นฉันจะเสียใจแค่ไหน แต่ตอนนี้พอฉันโตขึ้นผ่านเรื่องราวมามากมาย ฉันกลับหันกลับไปมองเรื่องราวของเรา ฉันคงบอกได้เพียงว่า เรานั้นโชคร้ายที่ความฝันและความรักของเราไปด้วยกันไม่ได้ ฉันไม่รู้ถึงสาเหตุของเรื่องทั้งหมดหรอกนะ และตอนนี้ก็ไม่อยากรู้แล้วด้วย แกเก็บเหตุผลนั้นไว้เหอะ ตอนนี้ก็คิดซะว่า
เราคงไม่ได้เกิดมาเพื่อเดินไปด้วยกัน ก็เท่านั้นเอง
SHARE
Written in this book
Emotions on life
Writer
Singtosan
ชายผู้หลบซ่อนตัวในความสงบ
เราคือชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่อย่างสงบในหมู่บ้านอันห่างไกล ไม่ต้องพบเจอผู้คนมากมายก็ได้ แค่ในยามราตรีได้นั่งเขียนข้อความถึงดวงจันทร์และท้องฟ้า บอกเล่าความฝันของผู้คนก็เพียงพอแล้ว

Comments