ตอนที่ 2: ไม่รู้สำนึก
มนุษย์ที่แท้จริง
   
 บ่ายแก่ๆกับอากาศร้อนๆดูจะเป็นบรรยากาศที่ไม่เป็นใจต่อนิทราของเขาเท่าไรนัก เสียงนกเจือยแจ้วและเครื่องจักรถนนครวญครางตอนรับการฟื้นจากนิทรา บนเตียงนอนสีน้ำเงินในห้องผนังสีไข่ที่ดูคุ้นเคยดี ตู้หนังสือสีน้ำตาลเข้มนั้นยังวางอยู่ที่เก่าเต็มไปด้วยหนังสือปรัชญาและเอกสารสำคัญทางการเรียนของเขา ทุกอย่างดูปกติดีเหมือนเช่นเคยเพียงแต่ว่า

เขามั่นใจว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับมาที่ห้องของตนแน่ๆ
    ทันทีที่ยันกายขึ้นมาจากเตียงแข็งๆ แขนเสื้อเชิ้ตสีเทาของเขาก็รู้สึกแฉะอย่างแปลกๆ คราบสีแดงฉานเล็กน้อยประปรายอยู่ที่แขนเสื้อทำเอาเขาตกใจไปขณะนึง มันเป็นความจริงที่เหตุการณ์ที่สับสนวุ่นวายในหัวเขาเกิดขึ้นบ่อยๆ หลายครั้งที่เขาไม่รู้สึกสำนึกตัวเองว่าทำอะไรลงไป หลายครั้งที่ฝันแปลกๆว่าได้ไปสถานที่แปลกๆ แต่ประหลาดตรงที่ไม่ว่าครั้งใดก็ตาม หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงนั้นไม่เคยเปลี่ยนไป เมื่อฟื้นความจำได้สักพักสติสัมปชัญญะเข้าทีเข้าทาง เขาจึงเดินไปที่โต๊ะทำงานที่รกไปด้วยกองเอกสารสุดรกรุงรัง โพสอิทเขียวแปะอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา



เมื่อคืนคุณเข้าใกล้เธอได้มากที่สุดแล้ว มันอันตรายน่าดูที่เดียว 
                                                                      --Codename  Putnam002

    เขาไม่ประหลาดใจคงเพราะเคยชินไปเสียแล้ว ช่วงระยะหลังมานี่เขาได้รับใบปลิวประหลาดข้างถนนขณะที่เขากลับมาจากทำธุระ ใบปลิวที่ว่าระบุอีเมลไว้อีเมลหนึ่งว่าด้วยการเข้าสู่ "ความจริงและรูปลักษณะของมัน" แรกๆเขาไม่สนใจที่จะตอบกลับ แต่เหตุการณ์ประหลาดๆเกิดขึ้นรอบตัวเขาในกลางดึกหลายๆคืน ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเห็นลายกราฟฟิตี้เกี่ยวกับคำว่า"ความจริงและรูปลักษณะของมัน" บนตึกตรงข้ามร้านกาแฟประจำของเขาทั้งที่มันไม่เคยมีมาก่อน บิลค่าห้องที่มีคำๆนี้อยู่ข้างหลังในทุกเดือน หรือแม้กระทั่งรอยแกะบนต้นไม้ในสวนสาธารณะเกี่ยวกับคำๆนี้ 

ความจริงและรูปลักษณะของมัน
   เขาไม่อาจเพิกเฉยต่อเรื่องบังเอิญพวกนี้ได้จึงติดต่ออีเมลนั้นไป ผลคือทุกๆอาทิตย์จะมีโพสอิทสีเขียวมาแปะที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาซึ่งจะมีสองลักษณะคือ แบบกลางวันที่เมื่อเขาตื่นนอนขึ้นมาจะเป็นผลลัพธ์ของแต่ล่ะคำสั่งที่ในตอนกลางคืนสั่งการมา และหลังจากที่เขาอาบน้ำหรือไปข้างนอกกลับมาจะเป็นพิกัดและคำสั่งนั้นๆในแต่ล่ะครั้ง 


ไปที่บาร์ XXX ถนน XXX เธออยู่ที่นั่น                                                                         --Codename Putnam002

   ดังนั้นเมื่อคืนนี้เองเขาจึงต้องขับรถไปอีกฟากเมืองในย่านที่แปลกตาเพื่อตามคำสั่ง

"นี่เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่" 
เขาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนลงจากรถพลางกลืนแคปซูลสีน้ำเงิน
ขาวลงคอ แคปซูลที่ว่ามักจะวางไว้ที่หน้าต่างทุกครั้งที่มีคำสั่งมาและเขาไม่คิดจะปฎิเสธมันหรอก

    แน่นอนสิ่งที่เขาพบหลังจากที่ก้าวเข้าบาร์นั่นไปก็คือเหตุการณ์เมื่อคืน ในบ่ายนี้เช่นกันรายงานผลลัพธ์สั้นๆว่าอันตรายกอรปกับคราบเลือดที่แขนเสื้อนี่น่าตลกสิ้นดี อาการมึนหัวยังคงรุมเร้าอยู่เนืองๆเขารู้สึกอยากออกไปหาอะไรแก้แฮงค์สักหน่อย โกโก้ร้อนสักแก้วก็ยังดี ชายหนุ่มในแจ๊กเกตสีเทาพร้อมยีนส์สีน้ำเงินเข้มรองเท้าผ้าใบจึงก้าวออกจากห้องพักแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ออกตัวไปหาของเหลวมาแก้กษัยในเวลานั้น 


"เมื่อคืนนี้มึนเป็นบ้าเป็นหลังเลยล่ะ" เขาเริ่มบทสนธนากับอีกฝ่าย
"ยังชอบออกไปดื่มคนเดียวตลอดเหมือนเดิมหรือไง" อีกฝ่ายตอบรับพลางจิบ
"จริงๆฉันไปเป็นเพื่อนคุณได้ตลอดนะถ้าคุณอยากดื่มน่ะ ปราช" เธอเสริม
"ไม่ล่ะ ขอบคุณนะ ลินดา" เขายิ้ม

    ลินดาเป็นผู้หญิงที่สนิทกับเขาคนนึงว่าได้ เธอแก่กว่าเขาสักสี่ถึงห้าปีได้ทำงานสักอย่างเกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัวที่เขาไม่เคยคิดไปยุ่มย่าม พวกเขาพบกันเมื่อปีก่อนที่ยิมแห่งหนึ่ง ลินดาจบจากคณะจิตวิทยา จากมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ร่างสูงผมยาวสีบลอนและนัยตาสีน้ำเงินดึงดูดมนุษย์เพศผู้หลากหลายคนเข้ามาห้องล้อมเธอ เพียงทว่าเธอกลับไม่สนใจคนเหล่านั้นไปมากกว่าเพื่อนมนุษย์ทั่วไป แต่ต่างจากปราชที่เธอเห็นบางสิ่งที่พิเศษในเขา แววตาของเขาเวลาที่สอนเรื่องปรัชญาแขนงต่างๆมันดึงดูดเธอลงไปในห้วงลึก 

"อันที่จริง วันนี้คุณไม่ไปทำงานเหรอ" ปราชถามเธอพลางหยิบคุกกี้เข้าปาก
"Day off น่ะ" เธอหันไปมองสิ่งของรายทาง
"โกหกไม่เก่งเหมือนเคยนะคุณพี่สาว" เขาขำ
"อยู่กับเธอมันสนุกกว่างานบ้าๆนั่นน่ะสิ" เธอยิ้ม
"ไม่เอาน่า คุณแก่กว่าผมตั้งห้าปีต้องมีความรับผิดชอบต่อสถานะสิ" เขาดุเธอ
"สถานะ จะเอาอัตถิภาวะนิยมมาอบรมฉันอีกรอบเหรอคุณชาย อีกอย่างสี่ปีย่ะไม่ใช่ห้า"
"เสรีภาพมาพร้อมกับความรับผิดชอบ" เขาทำตาเหล่ล้อเลียน Jean Paul Sartre
"เด็กบ้า" เธอยิ้มอย่างไม่สบอารมณ์

"คุณจำเรื่องความไร้สำนึกได้มั้ย ที่ผมเล่าให้คุณฟังที่คาเฟ่แมวครั้งนั้นน่ะ" ปราชเริ่มเปิดประเด็น
"มนุษย์แรกเกิดมาว่างเปล่า เขาจึงใช้เสรีภาพของเขาเลือกให้เป็น อัตตาที่มีสำนึก..จำได้แม่นล่ะ"
"แล้วการไร้สำนึกล่ะ" เขาถาม
"การปล่อยตัวเองไหลไปตามกระแสสังคม ทำเพราะคนหมู่มากอยากให้ทำใช่มั้ยล่ะ ฉันจำได้" 
"ใช้ซาร์ทพูดไว้แบบนั้น แต่ไร้สำนึกที่ผมกำลังอธิบายในแบบของผมมันเป็นอีกความหมายนึง"
"ผมกำลังพูดถึง ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะในเรื่องของเดกาสตร์" 
"ที่ว่าเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของบุคคลหรือสิ่งต่างๆรอบตัวว่ามันมีจริงหรือไม่"
"ถ้ามีจริงมันต้องเป็นสิ่งที่เรากังขามันได้  แต่ถ้าไม่มันก็คือของไร้สำนึก พูดง่ายๆภาพลวง"
"แล้วทำไมมันไม่เป็นภาพลวง สัมปชัญญะเกี่ยวข้องอะไรกับตัวตนมันล่ะ" เธอสงสัย
"มันไร้สำนึก แต่มันไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริงนี่ มันแค่แสดงสิ่งที่เราเห็นให้เราไม่ใช่สิ่งที่มันเป็น"
"สัมปชัญญะในทางจิตวิทยาของคุณคงหมายถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้า"
"ผมคงบอกว่า ไร้สำนึกกับไร้สัมปชัญญะเป็นคำคนล่ะคำความหมายล่ะกัน"
"เข้าเรื่องเถอะ วันนี้ฉันยังตื้นเขินเกินกว่าจะเข้าใจอะไรใหม่ๆเช่นความหมายที่แยกกันนี่" 
ลินดาตัดบท
"ตื้นเขินแต่ผมก็เติมได้นะ" เขาหยอกเย้า
"ปราช! เข้าเรื่อง" เธอดุ
"โอเค ผมกำลังจะบอกว่าระยะหลังมานี่ผมเจอกับคนๆหนึ่ง ผมไม่มั่นใจว่าเธอมีสำนึกจริงๆมั้ย"
"หมายถึงเธอเจอผีเหรอ ผีไม่มีจริงหรอกนี่คุณอายุเท่าไหร่กัน ปราช" เธอหัวเราะ
"ผมไม่ได้หมายถึงผี ผมหมายถึงผมสงสัยในตัวตนของเธอ" เขาพูดจริงจัง
"เธออาจจะทำงานหนักกับโปรเจ็คปลายภาคนี้จริงๆนะปราช ฉันช่วยคุณได้นะถ้าต้องการคนรับฟัง"
"ขอบคุณลินดา แต่ช่างมันเถอะคุณไม่เข้าใจมัน" เขาตัดบทอย่างหัวเสีย
"หนุ่มน้อย ฉันอยากช่วยเธอจริงๆนะอย่างเช่นคืนนี้ไปขับรถเล่นหรือหาอะไรดื่มที่บาร์ประจำของเราไง" เธอยื่นข้อเสนออย่างห่วงใยพลางกุมมือเขา
"ผมรู้ เอาเป็นว่าผมจะติดต่อแล้วกันแต่วันนี้ผมต้องไปจัดการเรื่องเอกสารในมหายวิทยาลัยก่อน"
"และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมต้องการคนรับฟังมากกว่า.." เขากล่าวไม่ทันจบลินดาก็เสริมอย่างรู้ทัน
"คนหลับนอน...ฉันรู้น่าเธอเห็นฉันเป็นผู้หญิงยังไงกัน" เธอพูดอารมร์เสียปลอมๆ
"มนุษย์ที่แท้จริงไง ถึงเวลานั้นคุณแสดงออกอย่างนั้นจริง" สายตาซุกซนของเขานำเหนือเธอ
"อย่าหลงรักผีนั่นก่อนหลงรักฉันล่ะ ปราช" เธอลุกขึ้นเก็บของ
"คุณก็รู้ผมไม่มีทาง ผมยังยืนยันข้อเสนอเดิม คนสวย" เขายิ้มพร้อมจูบแก้มเธอแล้วเดินจากไป
"จิ้งจอกปรัชญา" เธอสบถ

    แดดยามเย็นลับเหลี่ยมเขาสูงไป ถนนกลับมามีชีวิตชีวาผู้คนออกจากที่อยู่อาศัยเพื่อทำกิจกรรมยามวิกาลของแต่ล่ะคน เช่นเดียวกับปราช เขากลับมาเอาของที่ห้องเพื่อจะไปนั่งทำรายงานในมหาวิทยาลัย ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในห้องสีไข่นั้น บนชั้นหนังสือของเขากลับมีโพสอิทสีแดงแปะไว้อย่างน่าแปลกใจ มีใครเล่นตลกอะไรอีกในคราวนี้ เขาเดินไปหยิบมาอ่าน ทันทีนั้นเหงื่อกาฬพลั่งพลูลงตามรูขุมขน ชีพจรเขาตกไปเกือบถึงตาตุ่ม ปราชหยิบของเท่าที่หยิบได้และไฟแช๊กนำโชคของเขา หัวใจพองโตอย่างตื่นเต้นนำเขาไปสตาร์ทเครื่องยนต์รีบบึ่งไปตามทางของถนนไฮเวย์..

สวนสาธารณะ ใต้ต้นโมกข์ ข้างบึงน้ำ สามลมถวิลรอเธออยู่เพราะมันถึงเวลาแล้ว                                                                             --ผีในกระจกของเดสการตร์

To be continued..
SHARE
Written in this book
Red woman
ปราช เด็กหนุ่มที่ต้องพบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดที่อธิบายได้ยากในหลักเหตุผล และวันนั้นเองที่เขาได้พบกับผู้หญิงในชุดสีแดง ทุกอย่างรอบตัวเขากลับหมุนกลับและดูยุ่งเหยิง รวมถึงชะงักจิตของเขาให้เป็นไปตามความประสงค์ของบางอย่าง 
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments