ความฝันเวอร์ชั่น 2.0
--
ตั้งแต่มอหนึ่งถึงมอหก
ฉันไม่เคยคิดอยากเป็นอะไรเลย
นอกจากเป็น "ทูต"

ฉันฝันว่าจะได้ทำงานระหว่างประเทศ
ได้ไปประจำอยู่ทั่วทุกมุมโลก
ได้เข้าเฝ้าเพื่อทูลลาสมาชิกราชวงศ์เพื่อไปปฏิบัตหน้าที่

ฉันฝันว่าวันหนึ่งจะได้เดินทาง พบปะผู้คน แวดล้อมด้วยคนเจ๋งๆ ได้ใช้ภาษาสลับไปมา 2-3 ภาษา เป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศ

นิยายเรื่องไหน หนังสือเล่มไหนมีทูต ฉันตะลุยซื้อทุกเล่ม

ชีวิตมัธยมของฉันขับเคลื่อนด้วยความฝันนี้

ฉันลงเรียนสายภาษา ทั้งอังกฤษ จีน ฝรั่งเศส

ฉันตั้งใจเรียนวิชาสังคมที่มีเรื่องราวความเป็นไปของโลก
วิชาภูมิศาสตร์ที่ทำให้ได้รู้ว่าประเทศต่างๆอยู่ตรงไหน

ฉันเข้าร่วมกิจกรรมสหประชาชาติจำลอง
เพื่อหาทางออกให้ประเด็นใหญ่ๆบนโลก
สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การค้ามนุษย์ ฯลฯ

ใครๆก็บอกว่าฉันมาถูกทางแล้ว
ขนาดหมอดูยังทักว่าฉันจะได้ทำงานสายต่างประเทศเลย

เวลาใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ฉันยืดอกตอบได้อย่างภูมิใจว่า
"ทูตค่ะ อีฟอยากทำงานกระทรวงการต่างประเทศ"

6 ปีในช่วงมัธยม ฉันยึดความฝันนี้เป็นธงชัย
2,000 กว่าวัน 50,000 กว่าชั่วโมง
มันนานเนอะ...

เพื่อให้วันหนึ่ง โลกแห่งความเป็นจริงเคาะประตู
แล้วบอกว่า ฝันนั้นไปต่อไม่ได้แล้วนะ

มันเหมือนรถที่แล่นมาเต็มกำลัง
เพื่อพบว่าถนนข้างหน้าขาดสะบั้น
ฉันเคว้งไปเลย

มันเหมือนคุณเคยมั่นใจกับอะไรบางอย่าง
เพื่อตื่นมาพบว่าคุณไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง

แท้จริงแล้ว ความฝันช่างอ่อนแอนะ...คุณว่ามั้ย?
มีปัจจัยมากมายสามารถผลักความฝันให้ล้มครืน
ครอบครัว เพื่อน สังคม สภาพเศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ

สุดท้ายฉันไหลไปตามกระแสที่ "มันควรเป็นไป"
ตอนนั้นฉันได้แต่บอกตัวเองว่า
"I'll just go wherever life takes me."
ฉันจะไปตามที่ชีวิตให้ฉันไปก็แล้วกัน
ฉันปล่อยบังเหียนชีวิตแล้ว

ฉันอยู่อย่างนั้นอีก 3 ปี
อยู่โดยที่หนีไปจากสิ่งแวดล้อมเดิม
ไปไกลจากคนที่เคยถามฉันเสมอว่า
"โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร"
หรือตั้งคำถามว่า "ไหนบอกจะเป็นทูต?"

เพราะฉันไม่รู้จะตอบยังไง
บางเรื่องมันก็ไม่มีคำอธิบายหรอกเนอะ

ทว่า ช่วงเวลานั้นฉันได้เข้าใจอะไรบางอย่าง
จะเรียกมันว่า "สัจธรรม" ก็ได้มั้ง


สัจธรรมที่สอนว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป
ความฝันก็เช่นกัน
ความทุกข์ก็เช่นกัน

ไม่มีอะไรคงอยู่ตลอดไป

แค่เดือนแรกที่ย้ายไปเรียนต่อฉันก็หยุดร้องไห้ให้กับเรื่องนั้นแล้ว
แม้ฉันไม่อาจเรียกร้อง 50,000 กว่าชั่วโมงนั้นคืนมาได้
แต่ยังมีอีกนับแสนนับล้านชั่วโมงที่รออยู่ข้างหน้า

โลกไม่ได้หยุดหมุนในวันที่ไม่มีฝันแล้ว
ฝันอาจสลาย แต่ความหวังยังคงอยู่
และเชื่อฉันนะ...วันหนึ่งน้ำตาจะหยุดไหล

ฉันก็ยังต้องอยู่ ต้องใช้ชีวิต ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นยังไง
ดังนั้นจงมีหวัง ลงจากรถคันนั้น
เดินลงทางข้างๆ แม้ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร

สัจธรรมอีกอย่างที่ฉันได้พบ
ก็คือ จงยินดีและภาคภูมิกับความสุขและตัวเองให้ได้ทุกๆวัน
เพราะถ้ารอมีความสุขจนถึงวันที่ฝันเป็นจริง
มันอาจไม่มีวันมาถึงก็ได้

ปัจจุบันจึงสำคัญเหลือเกิน

เวลาล่วงเลย
เมื่อฝันเก่ากลายเป็นความทรงจำ
ฉันเริ่มต้นมองหาฝันใหม่อีกครั้ง
อาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าเดิม
อาจไม่โชติช่วงชัดเจนเช่นที่เคย
แต่มันหล่อเลี้ยงตัวตนข้างใน

บางคนอยู่ได้แม้ไม่มีฝัน
แต่ฉันเป็น dreamer ดำรงอยู่เพื่อเติมเต็มบางสิ่ง

สำหรับคนอย่างฉัน
ฝันเป็นจุดประสงค์ เป็นเป้าหมาย เป็นทิศทาง 

เป็นวิสัยทัศน์  เป็นเหตุผล เป็นจุดหมาย
เป็น "ตัวตน" 


เมื่อไม่มีฝัน 
ฉันถึงรู้สึกเหมือนบางอย่างข้างในแตกสลาย
บางอย่างที่วันนี้ก็ยังไม่เหมือนเดิม

แต่ไม่ว่าจะไปถึงฝันนั้นหรือไม่
วันนี้ฉันมองย้อนกลับไป
แล้วบอกตัวเองได้อย่างซื่อตรงว่า
"ที่เป็นอยู่นี้จริงๆก็ดีแล้วเนอะ"
ฉันไม่คิดจะแก้อะไรเลย

ทุกสิ่งที่มีและเป็น ตอนนี้มันดีที่สุดแล้ว
ดียิ่งกว่าที่ฉันเคยจินตนาการถึงด้วยซ้ำ

ฉันแทบไม่คิดว่า "ถ้าตอนนั้น..."
เพราะฉันย้อนเวลากลับไปไม่ได้
ฉันได้แต่อยู่กับฝันใหม่
แล้วทดแทนฝันเก่าที่เคยมีเท่าที่จะทำได้
ภายในเส้นทางใหม่ที่ฝันเวอร์ชั่นนี้กำหนดกรอบให้

ฉันยังคงเดินทาง
ยังเรียนภาษา
ยังพบปะผู้คน
ยังพยายามเป็นประโยชน์ให้ชาติ
ยังติดตามความเป็นไประหว่างประเทศ


โลกของฝันเก่าและฝันใหม่ก็ยังเป็นโลกใบเดิม
อยู่ที่เราจะมองมันยังไง
บางสิ่งอาจไม่เหมือนเดิม
But it's okay. Life is beautiful-always was, is, and always shall be.
แด่ความฝันทั้งหมดทั้งมวลบนโลกใบนี้.

21 พฤษภาคม 2560, 12:16 AM
SHARE
Writer
Gentlediary
Language enthusiast
ความคิด I ความสนใจ I ความทรงจำ IG: Eve.piri

Comments

Nanah
2 years ago
เราอ่านงานเขียนของคุณชิ้นนี้ชิ้นแรก สัมผัสได้ถึงศักยภาพในตัวคุณ สำหรับเรา คุณเหมาะที่จะเป็นนักการทูตมากๆค่ะ และเชื่อว่าจะเป็นนักการทูตที่ดีมากด้วย จนอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรคืออุปสรรคที่ทำให้คุณต้องพับเก็บความฝันในการเป็นนักการทูตลง .. เป็นกำลังใจให้นะคะ ในฐานะคนที่มีฝันและชอบอะไรคล้ายๆกัน :)
Reply
Gentlediary
2 years ago
ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาอ่าน ❤️❤️❤️ อุปสรรคหลักๆตอนนั้นก็จะเป็นความคาดหวังของครอบครัวค่ะ ที่บ้านไม่อยากให้รับราชการ อยากให้ช่วยงานที่บ้านมากกว่าเพราะเป็นลูกคนโต แถมยังเป็นลูกสาวเค้าเลยยิ่งเป็นห่วถ้าสมมติได้ออก post ไปประเทศนั้นประเทศนี้ค่ะ รวมๆก็เหตุผลนี้เลย 😅 แต่ว่าตอนนี้ก็กลับมาทำงานของตัวเองนะคะ 😂 ค่อยๆถางแผ้วเส้นทางใหม่ไปทีละน้อยทุกวันค่ะ
Nanah
2 years ago
เราก็ลูกสาวคนโตเหมือนกันค่ะ หัวดื้อด้วย แต่กลับกันตรงที่ ครอบครัวเราปล่อยให้บุกป่าฝ่าดงมีอิสระทางความคิดเต็มที่ หรือเพราะเหนื่อยจะห้ามรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ 555 บางทีเราอาจจะยังไม่ถึงจุดที่คุณเคยเผชิญ ... เป็นกำลังใจให้อีกครั้งค่ะ ไปแอบส่องไอจีมา คนอะไรเก่งจัง ><
Gentlediary
2 years ago
ขอบคุณมากๆนะคะ 😊😍 ในไอจีก็มีแต่เรื่องเอะอะปกิณกะไปวันๆ 😂😂😂 วันนี้มีฝันใหม่แล้วก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ ฮึบๆ เป็นกำลังใจให้ฝันของกันและกันนะคะ ว่างๆแวะมาเยี่ยมกันอีกนะคะ