ความลับของห้องพัก913
   รัน ดาราสาวผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติ ใบหน้างดงามราวกับถูกวาดมาอย่างบรรจง ดวงตาเปล่งประกายสดใสเฉียบคมและบาดใจผู้พบเห็นยิ่งกว่าการมองดวงดาวบนท้องฟ้า ผิวขาวเนียนนวลยวดกว่าแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ผมตรงสีดำเข้มแวววาวทอดยาวจนถึงบั้นท้ายเหมือนสายน้ำยามค่ำคืนที่สะท้อนแสงจันทร์ รูปร่างสอางค์งดงามตามฉบับนิยม ไม่ผอมไม่อ้วนจนเกินไป เธอกำลังนั่งบรรจงทาลิปสติกสีแดงดั่งโลหิตสดลงบนปากอันอวบอิ่มเป็นกระจับได้รูปด้วยมืออันกรีดกรายและท่อนแขนที่เรียวงามที่หน้ากระจกบานใหญ่ ประตูห้องของเธอแง้มไว้เล็กน้อยเป็นหน้าต่างให้ผมได้เห็นเจ้าของห้องผู้เป็นดาราดังเป็นครั้งแรก เธออยู่ในชุดคลุมสีขาวบางๆยาวคลุมพื้น ภาพของเธอทำให้ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ และดวงตาลุกวาวตะลึงในความงามของเธอนี่เราฝันไปหรืออย่างไรผมกำลังถามตัวเองว่าสิ่งที่กำลังเห็นอยู่เบื้องหน้านี้เป็นของจริงจับต้องได้หรือกำลังหลับใหลอยู่ในนิมิตรฝัน ผมไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะและทำผมร้อนทั้งกายและใจเหมือนโดนไฟเผา ไฟแห่งกิเลสกำลังเผาใจผมให้พังยับเยินในตอนนี้เสียทีเดียวนั่นใครหน่ะ!!!!เสียงของเธอทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ แล้วรีบเดินกลับห้องของตัวเองซึ่งอยู่สุดทางเดินอย่างรวดเร็ว กลัวว่าเธอจะหาว่าเราเป็นพวกโรคจิตแอบถ้ำมองไปต่างๆนาๆ คืนนั้นทั้งคืนไม่อาจจะนอนหลับได้เลย หลับตาลงทีไรก็เห็นภาพของเธอปรากฎขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจนทุกครั้ง ภาพของผู้หญิงในห้อง913 

จู่ๆเสียงกริ่งหน้าห้องของผมก็ดังขึ้น ผมเกิดความสงสัยว่าใครมาทำอะไรดึกๆป่านนี้ ถ้ามาทำไมถึงไม่โทรมาบอกก่อน พลันลุกจากเตียงแล้วหยิบกางเกงตัวใหม่มาใส่เพื่อปกปิดสิ่งที่ไม่น่ามองเอาไว้ แล้วมองดูที่จอเล็กๆข้างประตูเพื่อได้เห็นว่าคนที่ปรากฎตัวอยู่หน้าห้องของผมนั้นก็คือเธอคนนั้นนั่นเอง ผมเปิดประตูออกไปพบกับเธอที่อยู่ในชุดคลุมบางๆตัวเดิมและใบหน้าที่ถูกวาดอย่างบรรจงด้วยเครื่องสำอางค์ วินาทีผมพูดอะไรไม่ออกรู้สึกประหม่าไปหมด 

"ขอโทษนะคะ ใช่คุณหรือเปล่าคะที่เดินผ่านห้องฉันตอนหัวค่ำ"...แม้แต่เสียงพูดของเธอยังหวานยิ่งกว่าขนมหวานใดใดที่ผมเคยกินมาเสียอีก
"เอ่อะ...เอ่อ.... ใช่ครับ"
"ค่อยโล่งอกไปที นึกว่าจะเป็นคนอื่นเสียอีก"
"อ้อ ครับ และ...เอ่อ... แล้วทำไมถึงยังไม่นอนอีกครับ"
"ก็กำลังกังวลเรื่องนี้อยู่นี่แหละค่ะ" เธอพูดพร้อมกับยื่นใบหน้ามาใกล้ๆผม เธอสูงแค่ราวๆอกของผมเท่านั้น
"อ่อ ครับ งั้น...เอ่ออ ฝันดีนะครับ" ในหัวผมโล่งไปหมด มันคิดคำพูดไม่ออกสักคำ เลยคิดออกมาได้เพียงแค่คำว่า ฝันดี 
"งั้นฝันดีนะคะ เอ่อ คุณ คุณ....." เธอขมวดงิ้วเล็กน้อยก่อนผมจะตอบกลับอย่างทันควัน
"นัทครับ ผมชื่อนัทครับ คุณรัน"
"อุ้ย รู้จักรันด้วยเหรอคะ?" เธอยิ้ม
"เอ่อ ครับ เห็นในทีวี บ่อยๆ"
"ขอบคุณที่ติดตามผลงานนะคะ คุณแฟนคลับ"
"อ่อ ครับ แฮะๆ" ผมเขิลอายเล็กน้อยเลยแกล้งเอามือมาเกาหลังคอแล้วก้มหน้าไม่กล้าสบตาเธอ
"รันทำแซนด์วิชไก่รมควันเหลือไว้ เอาไหมคะ ถ้าไม่เอาพรุ่งนี้เช้ารันก็คงทิ้งมันแล้วล่ะค่ะ"
"ขอบคุณมากครับ คุณรัน"
"งั้นรอสักครู่นะคะ"
เธอเดินกลับห้องไปปล่อยให้ผมคิดจินตนาการไปเรื่อยถึงรสชาติอาหารที่เธอทำ นี่ผมกำลังจะได้กินอาหารฝีมือดาราดังระดับประเทศที่แอบปลื้มเลยหรือนี่ ความคิดนี้ทำให้ผมตื่นเต็มตาและหัวใจพองโตทันที
ไม่นานนัก เธอก็เดินกลับมาพร้อมกับแซนด์วิชในจาน2ชิ้น พร้อมเอ่ยคำเชื้อเชิญให้ผมลองชิม เธอบอกว่าเธอเพิ่งอุ่นมันมาใหม่ๆ ให้รีบกินก่อนที่มันจะเย็นชืด ผมกัดแซนด์วิชเนื้อนุ่มหอมกลิ่นไก่รมควันเข้าไป รสชาติของมันซาบซ่านอยู่ในลิ้นครู่หนึ่งก่อนที่ผมจะไม่รู้สึกตัวและความคิดทั้งหมดก็กลายเป็นความมืดมิดไป

ผมตื่นขึ้นบนเตียงที่นุ่มมากกว่าเตียงของผมมากนัก ห้องนี้มันเย็นยะเยือกประหนึ่งว่ากำแพงห้องถูกทำขึ้นมาจากน้ำแข็ง ไฟสีเหลืองนวลสลัวๆทำให้ผมมองเห็น รัน สาวสวยคนนั้นนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกำลังมองเข้าไปในกระจก ผมมองเธออยู่อย่างนั้นโดยไม่อาจบังคับสายตาให้ละไปจากเธอได้เลย เธอถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆไม่อ่อนหวานเหมือนก่อนหน้านี้ว่า "ตื่นแล้วเหรอคะคุณแฟนคลับ" 
"เอ่อ ครับ ผมอยู่ที่ไหนครับเนี่ย"
"ห้องของรันเองค่ะ" เธอตอบพลางค่อยๆหันมาหาผม
ผมพยายามลุกขึ้นและจะขอตัวกลับห้อง แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย รันค่อยๆเดินกรีดกรายมาหาด้วยท่าทางที่ยั่วยวน มันทำให้ใจผมร้อนเร่าจนตัวของผมอุ่นขึ้นไปด้วย เธอค่อยๆนอนลงข้างๆผมก่อนจะจูบลงอย่างแผ่วเบาที่ปากของผม กาลเวลาเหมือนหยุดเดิน น้ำแข็งก้อนใหญ่ถูกทำให้ละลายกลายเป็นน้ำด้วยความร้อนรุ่ม กิเลสในใจได้เผาผลาญผมจนละลายไปกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ผมไม่คาดคิดว่าจะได้พบประสบการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนผมเป็นพระราชาผู้ชนะในศึกสงครามที่ยาวนานและยากเย็น
เราทั้งสองนอนกอดกันสักพัก เธอค่อยๆเอาหน้าของเธอแนบลงที่หน้าอกของผม ตรงหัวใจของผมพอดี
"หัวใจของคุณ เต้น ตุบๆๆๆ หัวใจของคุณมันอุ่นจังเลยนะคะ"
"ที่มันอุ่นแบบนี้ก็เพราะคุณเป้นคนจุดไฟให้ความอบอุ่นหัวใจของผมไงครับ"
เธอลุกขึ้นแล้วค่อยๆใช้มือมาลูบที่กลางหน้าอกของผม ก่อนที่ผมจะเห็นว่าแววตาของเธอเปลี่ยนไป ใบหน้าของเธอคราวนี้ดูเย็นชายิ่งนัก มือของเธอก็พลันเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง บรรยากาศรอบๆก็หนาวเย็นขึ้นจนทำผมขนลุก
"คุณรัน เบาแอร์หน่อยไหมครับ มันหนาวจนมือของคุณเย็นไปหมดแล้ว" ผมพูดด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง
"ห้องนี้ไม่ได้เปิดแอร์หรอกค่ะ" เธอตอบพร้อมกับสบตาของผมและยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย แต่ครั้งนี้ผมกลับรู้สึกชาไปทั้งตัวเมื่อสบตาและรอยยิ้มของเธอ
"คุณได้ร่างกายฉันไปแล้ว คุณจะทอดทิ้งฉันไหม คุณนัท" เธอถามผมด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสารแต่ลงท้ายด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
"คืนนี้ผมให้คุณทั้งตัวและหัวใจของผม" ผมตอบเธอด้วยประโยคที่คิดว่าผู้หญิงทุกคนคงจะชอบฟังมัน
"แต่หัวใจของคุณไม่ได้มอบให้ฉันคนเดียวหนิ่คะ!!!!" ประโยคที่แข็งกร้าวนี้ของเธอทำให้ผมฉงนใจอย่างบอกไม่ถูก
"คุณหมายความว่ายังไงครับ"
"ก็คุณ แต่งงานแล้วไม่ใช่หรือคะ?"
"คุณรู้ได้ไงครับ คุณรัน?"
"แล้วคุณรู้ไหมคะว่าตอนนี้ภรรยาของคุณก็กำลังกลับมาหาคุณด้วย"
"คุณรู้ได้ยังไง" ผมเริ่มขึ้นเสียงกับเธอเล็กน้อยด้วยความกลัวในการกระทำผิดศีลธรรมในครั้งนี้
"แล้วคุณรู้ไหมคะ ทำไมฉันถึงได้ยอมนอนกับคุณ"
ผมเงียบและในหัวผมตอนนั้นปราศคำตอบใดใด
"เพราะคุณมันผู้ชายใจโลเล คุณมอบหัวใจให้ผู้หญิงคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย และคืนนี้คุณก็มอบให้ฉัน คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะบอกเรื่องนี้กับภรรยาของคุณหรอกนะคะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ และจะไม่มีใครเห็นว่าคุณได้หายไปไหน"
สิ้นคำสุดท้ายที่เธอพูด มือของเธอก็กุมหัวใจของผมที่กำลังเต้นอย่างเร็วและแรงด้วยความกลัวไว้ทั้งดวง เธอค่อยๆบีบมันให้เต้นเบาลงก่อนจะกล่าวคำอำลาผมเป็นครั้งสุดท้าย
"คุณรู้ไหมคะ ว่าความงามของฉันแลกมาด้วยอะไร?" 
ทันใดนั้นหัวใจของผมก็หยุดเต็นลงและถูกดึงออกไปจากร่างกาย ผมกลายเป็นร่างที่ไร้หัวใจ นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น และภาพสุดท้ายที่ผมเห็นคือเธอกำลังบรรจงเลียเลือดที่เปรอะเปื้อนมือของเธอในจังหวะแบบที่เธอได้ลิ้มรสความกระหายในกามของผม
ความลับของห้อง913ที่ไม่มีใครรู้ หรือถ้ารู้ก็คงไม่มีโอกาสได้ไปบอกใคร.............  
SHARE

Comments