แหกอินเดีย Ep.5 บนผืนทราย ใต้แสงจันทร์
16 MARCH 2017

หลังจากรสบัสแล่นอย่างต่อเนื่องมาป็นเวลาเกือบ 12 ชม. ตอนเช้าฉันตื่นมาและพบว่าสองข้างทางตอนนี้เต็มไปด้วยความว่างเปล่า เรากำลังอยู่ใจกลางท้องทะเลทราย และจุดหมายของเรา Jaisalmer นครสีทอง หัวใจแห่งธาร์ อยู่ห่างไปอีกไม่ไกลแล้ว

เมื่อวานหลังจามยืมโทรศัพท์ของคนที่เอเจนซี่รสบัสโทรหา Safari tour ทำให้รู้ว่าเขาบอกว่าจะมารับเราบ่ายโมงวันนี้
ใช่แล้วหลังจากผ่านมาสี่วัน ซิมโทรศัพท์ที่ซื้อมาจากเดลีก็ยังไม่สามารถใช้การได้ เราลองโทรไป call center ก็แล้ว เติมเงินใหม่ก็แล้ว ก็เปล่าประโยชน์ จึงคิดว่าคงโดนโกงไปแน่ แต่หลังจากรอดมาสี่วันและเงินค่าซิมที่เสียไปมากมาย เราก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ซื้อซิมใหม่ และใช้ชีวิตแบบไม่มีอินเทอร์เน็ตต่อไป

ว่าแต่ตอนนี้พึ่งจะแปดโมงเช้า กว่าจะถึงเวลาอีกตั้งครึ่งวัน เราก็ไม่รู้จะไปไหน
แล้วจะทำไร Julien เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันมา จะมาหา couch surfing ที่นี่ แต่แปลกที่ได้โฮสเป็นเจ้าของโรงแรมเลยชวนไปด้วยกันก่อน ไปถึงก็สั่งอาหารเช้า แต่ยังไม่เจอโฮสเจอแต่พ่อเขาที่เป็นเจ้าของแทน ลุงใจดีมาก มานั่งคุยด้วย และเราก็ค้นพบว่าลุงมีกิจการโรงแรมอยู่ในเมืองนี้อีกห้าแห่งและหนึ่งในนั้นคือที่เราจองไว้สำหรับคืนพรุ่งนี้ด้วย อห จากนั้น Julien มันก็เล่าเรื่องที่เราโดนหลอกแล้วก็เรื่องตกรถไฟให้ลุงฟัง 55 แล้วลุงก็ดูหน้า แล้วอยู่ ๆ ก็ดูลายมือให้เรา แปลกดี ลุงถามเราว่าทำไมถึงคิดอะไรเยอะแยะจริง บอกเราว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็ช่างมัน ให้เป็นบทเรียน อะไรที่จะเกิดมันก็จะเกิด แล้วก็บอกว่าเราจะได้แฟนรวยเว้ย 555 บอกว่าจากนั้นจะมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้น สาธุ

เรื่องดวงที่ว่าจริงรึเปล่าไม่รู้ สิ่งที่ลุงพูดช่วยดึงสติให้เราเลิกคิดถึงเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมา ให้เราโฟกัสและมีความหวังกับเรื่องใหม่ที่ยังไม่เกิด ต้องขอบคุณลุงมาก ๆ
จากนั้นไม่นานเราก็ล้มตกเก้าอี้เว้ย แล้วลายมือตรงที่ลุงดูให้ก็เป็นแผล จบกันดวงของชั้นนน

จากนั้นก็นั่ง ๆ นอน ๆ รอ กว่ารถจะมารับก็ตั้ง 1:45 เลทไปเกือบชม. เล่นให้ใจหายอีกแล้ว แล้วก็แวะรับฝรั่งจากอังกฤษสองคน ดูท่าเป็นวัยรุ่น น่าจะเด็กว่าเรา ซ่ามาก นั่งรถไปราวหนึ่งชม. สองข้างทางมีแต่ ทราย แห้ง ๆ แล้วก็มีแพะเต็มเลย มีคนนั่งอยู่กลางทาง เป็นพัก ๆ ไม่มีไรเลย ไม่รู้ว่าทำไร สงสัยว่าอาจเป็นชนเผ่าที่เร่ร่อนอยู่ในธาร์

ไปถึงเข้าห้องพักก็งั้น ๆ นั่งกินน้ำ พักผ่อน แล้วก็ไปขี่อูฐ น้องชื้อ Buda ประสบการณ์ใหม่มาก ขี่ม้าล่าสุดตอนนั้นยังไม่ถึงสิบขวบมั้ง อูฐตัวสูงมาก ต้องให้น้องนั่งแล้วเราถึงขึ้นไปได้ น้องขยับสองดี เสียววาบ แถมชอบหันมาเลียสีข้าง แถว ๆ ขาซ้ายฉัน แล้วก็ขยับปากเหมือนขย้อนอะไรอยู่เป็นพัก แต่ขนน้องนิ่มมาก นิ่มแบบไม่น่าจะนิ่มได้ขนาดนี้อะ

อากาศไม่ร้อนเท่าไหร่เลย ถึงแม้จะดูแดดแรง แต่ลมเย็นกว่าบ้านเราอีก รอบ ๆ ก็มีแต่ทรายไม่มีอะไรเลย มีต้นไม้พุ่มเตี้ย ๆ บ้าง แต่มองแล้วก็เพลินดี ขี่ไปสักพักก็ไปนั่งให้น้องพัก แล้วเราก็ไปเล่นทราย ถ่ายรูปเล่น แล้วเดินต่ออีกหน่อย ไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกกัน ทัวร์ไหน ๆ เหมือนจะมาแวะที่เดียวกัน เลยมีน้องอูฐมานั่งเรียงให้เห็นเต็มไปหมดเลย ตะวันเริ่มคล้อยลงแล้ว อากาศก็เย็นลง เห้อ ไปที่ไหนที่ไหน พระอาทิตย์ก็ยังดวงเดิม แต่วันนี้พระอาทิตย์ตกลงกลางทะเลทราย

หลังพระอาทิตย์ตกเราก็รีบกลับไปที่พักก่อนฟ้าจดมืดสนิท มีข้าวเสิร์ฟพร้อม มีการแสดงมีดนตรี ระบำ แบบพื้นเมือง เอาโถจุดไฟวางไว้บนหัว แล้วก็เต้นหมุนเป็นวง เจ๊งมาก
แล้วเขาก็มาถามเราว่าจะนอนในห้องหรือกลางทะเลทราย เราก็ฮะ นอนกลางทะเลทรายได้ด้วยหรอ สุดท้ายเขาก็แบกแคร่กับผ้าห่มไปให้ มันเจ๋งจริง นอนใต้ดวงดาว ฝรั่งหนุ่มน้อยเอาจินมาด้วยจ้าา พร้อมมาก จิบเบา ๆ แล้วนั่งมองดาว

สักพักฟ้าก็สว่างขึ้นเรื่อย ๆ เราหันไปมองพระจันทร์กำลังค่อย ๆ ขึ้นมาจากเนินทรายด้านหนึ่ง ดวงกลมใหญ่สีส้ม สวยมาก กี่ครั้งกันนะที่เราได้เห็นแบบนี้ นึกถึงครั้งหนึ่งที่เคยมองพระจันทร์ขึ้น
มาไกลแค่ไหน พระอาทิตย์ก็ยังเป็นดวงเดิม พระจันทร์ก็ยังเป็นดวงเดิม
  


SHARE
Written in this book
แหกอินเดีย
บันทึกการเดินทางในอินเดีย
Writer
Mamong
Writer
I live and I write FB: Mameowmon

Comments