มนุษย์เว้าแหว่ง : imperfect us

มนุษย์เว้าแหว่งเสมอ...
 
ความเว้าแหว่งที่ว่ามิใช่ความน่ารังเกียจ ไม่ใช่เรื่องของความขาดแคลน มันอาจจะ เป็นความสวยงาม หรืออาจจะเป็นอะไรบางอย่าง

เพราะมนุษย์ไม่เคยสมบูรณ์แบบ

หรืออาจจะกล่าวอ้างได้ว่า ความสมบูรณ์แบบมิอาจตั้งอยู่จริงบนโลก


อาจจะใช่สำหรับใครคนหนึ่ง แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับใครอีกคน...

วันนึงดาวพลูโตก็ไม่ได้อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลอีกต่อไป...

อะไรคือความเป็นจริง? 
แล้วอะไรเป็นภาพลวงตา?


“ผมไม่อยากโดนจับ" เขาขอร้องฉันแบบนั้น ท่าทางคล้ายคลึงกับการสวดอ้อนวอนจากพระเจ้าให้มอบความหวังครั้งสุดท้ายให้แก่เขา ไม่ได้เห็นน้ำตาเขามานานแค่ไหนกันแล้วนะ 

นั่นน่ะสิ..

“ช่วยผมหน่อยไม่ได้หรอพี่..นะ..ขอร้อง...” เขาเอ่ยทั้งน้ำตาอีกครั้ง มือใหญ่นั่นกุมมือฉันราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย อาจจะใช้คำว่า ‘ราวกับ’ ไม่ได้ เพราะฉันก็คงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเขาจริงๆ ที่พึ่งจริงๆที่อยู่ตรงนี้เพื่อเขามาตลอด

ใช่เพื่อเขา... 
เพราะถ้าไม่ได้เพื่อเขา ฉันก็อาจจะไม่ได้มีลมหายใจอยู่ตรงนี้แล้ว

เพราะโลกมันไม่น่าอยู่เลยสักนิด

“เราช่วยไม่ได้ไม้..เราช่วยไม่ได้”

“ทำไม? ผมไม่เข้าใจทำไม? ทำไมพี่ไม่ช่วยผม?! แค่ไปส่งผมที่ชายแดนก็ได้ หรือจะอะไรก็ได้ ผมไม่อยากติดคุก ทำไม” เขาถามคำถามนั้นซ้ำๆ ถามว่าทำไม ทำไม ทำไมอยู่นั่นแหละ จนฉันอยากจะอุดหู หรือระเบิดหูตัวเองซะ จะได้ไม่ต้องได้ยินคำถามเห็นแก่ตัวพวกนี้อีก

“เราช่วยไม่ได้ ไม่ได้จริงๆ” ฉันย้ำอยู่แบบนั้น

“นะ..ได้โปรด พี่ต้องช่วยได้สิ”

“ไม่ๆ ไม่ได้จริงๆ”เสียงฉันเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขายังไม่หยุดความต้องการ ร่างใหญ่ของเขากองทรุดอยู่กับพื้น เขย่ามือฉันอย่างรุนแรง แล้วเริ่มใช้เสียงที่ดังขึ้น

“ขอร้อง ผมขอร้อง ได้โปรดนะพี่นะ..ช่วยผมเถอะ”

“ไม่ได้! บอกว่าไม่ได้ไง!! ออกไป ..ฮ..ฮึก...ออกไป!!”สติฉันแตกเกินกว่าจะควบคุม ทำไมถึงพูดไม่ฟังกันนะ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้

เขาร้องไห้งอแงเรากับเด็กขาดความรัก เขาขอร้องเพื่อให้ตัวเองได้อยู่รอดต่อไป ทั้งที่การขอร้องของเขาแทบจะฉึกหัวใจฉันให้ขาดเป็นเสี่ยงๆ

“นะ....นะพี่ นะ ได้โปรด นะพี่นะ ทำยังไงก็ได้ ไม่ติดคุก ไม่ติดคุก ไม่ติดคุก!!”เขาย้ำแล้วย้ำอีกถึงสิ่งที่เขาประสงค์ เสียงของเขาดังขึ้นกว่าเดิมคล้ายคนคุ้มคลั่ง อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ของสารเสพติดที่เขานำเข้าร่างกายก่อนที่จะมาพบเจอฉันก็ได้ สารเหล่านั้น สิ่งที่เขาเรียกมันว่า ‘ทางแก้ปัญหา’ แต่ปลายทางมันกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังทำลายครอบครัวของเราอยู่นะตอนนี้ 

น่ารำคาญเหลือเกิน
“ไม่ได้! ปล่อย!” ฉันกรีดร้องสู้กลับไป สะบัดมือใหญ่นั่นออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี

“ไม่เอา ไม่เอา นะ ไม่เอา ไม่ติดคุก ไม่ติดคุก!”

“บอกให้ปล่อยไง!!”

เพียะ! 

เสียงที่ฉันตบหน้าเขา

“พี่…”

“ขอโทษ...เราขอโทษ..เรา..” ฉันอ่อนแรงลง เกิดมาฉันไม่เคยทำร้ายเขา และนี่เป็นครั้งแรก เขาเองก็ดูมีสติมากขึ้น ค่อยๆคลานเข้ามากอดฉันพร้อมเสียงอ่อน หากแต่ยังยืนยันจุดประสงค์เดิม

“นะ พี่ช่วยผมนะ”

“ไม่ได้..เราช่วยไม่ได้” ฉันดูเหมือนคนใจร้ายเลย ก้อนเมฆกำลังเคลื่อนต่ำ เสียงฝนด้านนอกที่ตกเปาะแปะในตอนแรกดูรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตีคู่ขนานกับพายุอารมณ์ของเราสองคน พัดผ่านแล้วสงบ
ก่อนฟ้าจะกรีดร้องอีกครั้ง

“ทำไมล่ะ?! ทำไมพี่ช่วยผมไม่ได้ ทำไม ผมขอเหตุผล! ผมขอเหตุผลหน่อยได้มั้ย! ทำไม?!” เขาเขย่าตัวฉันอย่างรุนแรงซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แทบจะเข้ามาบีบคอแล้วหากทำได้ แต่เขาก็ยังพยายามควบคุมสติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้...

จนฉันเชื่อว่านี่คงเป็นความพยายามที่สุดของเขาแล้วในยามนี้ 

“เธอทำผิด! ก็เธอทำผิด จะให้เราทำยังไง? จะให้เราทำยังไง ห๊ะ?!!” น้ำตามากมายหลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้ เสียงฉันเริ่มดังสู้กับเขาอีกครั้ง

เราสองคนเถียงกันประโยคเดิมๆอย่างไม่รู้จบ

“พี่ไม่รักผมหรอ?! พี่ไม่รักผมหรอ ทำไมอะ ทำไม ถ้าผมติดคุกไปจะทำยังไง?!!”

รักงั้นหรอ?

ฉันเกลียดคำนี้เข้ากระดูกดำเลย กี่ครั้งแล้วที่เขาใช้มันเป็นข้ออ้าง เราต่างก็รักตัวเองทั้งนั้น คำว่ารักมันแค่สัญลักษณ์จอมปลอมเพื่อพันธนาการความเห็นแก่ตัวของเราทั้งสองแค่นั้นเอง

“ก็เธอทำตัวเองอะ ทำตัวเอง..ฮ...ทำตัวเองทั้งนั้นเลย...เราช่วยแล้ว...เราบอกเธอแล้ว!”

“ช่วยอะไร บอกอะไร?!!”

พายุข้างนอกนั้นโหมกระหน่ำ เสียงลมหวีดหวิวราวจะขาดใจ แต่ไม่ได้ช่วยให้กลบเสียงทะเลาะกันของเราได้เลย

“เราบอกเธอแล้ว” ฉันย้ำซ้ำๆกับเขา เหมือนกับรู้ว่าอาจจะเป็นสารสุดท้ายระหว่างเราที่ฉันอยากจะสื่อให้เขาได้รับรู้บ้าง

“บอกอะไร พี่ก็ปล่อยผมอยู่คนเดียวมาตลอดอะ พอถึงเวลาผมก็อยู่คนเดียวมาตลอด!”

เสียงร้องไห้อาจจะดังกว่าเสียงฝนในยามนี้

“เราบอกเธอแล้วว่าอย่าไป..ฮ..ฮึก..อย่าไปยุ่งกับมัน”

“บอกตอนไหน พี่ไม่เคย ไม่เคยอยู่กับผมเลย!” เขากระจองงอแงเหมือนเด็กๆ เด็กๆที่ยังเรียกร้องหาความรักทั้งที่มีความรักอยู่แล้วอย่างล้นปรี่... 

“เธอทำผิดเองไม้ เธอทำผิดเอง จะมาเอาอะไรจากเรา จะมาขอให้เราช่วยได้ยังไงอะ เราให้ไปหมดแล้ว”

“ให้เหี้ยอะไรอะ?! พี่เคยให้อะไรผมหรอ พี่ได้แต่ทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว พี่ไม่เคยอยู่กับผมเลย ผมเหงาแค่ไหน พอถึงเวลา พี่มีแต่ทิ้งผม พี่ไม่เคยสนใจผมเลย!”

“ไม่ได้จริงๆ ไม่ได้จริงๆ”

“ยังไงพี่ก็ต้องช่วยผม!”

“เธอทำผิดเอง!! เราพูดกี่ครั้งแล้วว่าเรื่องนี้มันเหี้ย เราพูดกับเธอกี่ครั้งแล้ว!”

อา...การทะเลาะกันครั้งนี้มันช่างยาวนานราวกับอนันต์ เขาไม่เข้าใจ เราไม่เข้าใจ อยากจะจบปัญหานี้โดยเร็ว ไม่รู้จะต้องทำอย่างไรดี

เขาไม่เข้าใจจริงๆสินะ...

ก็อาจจะเป็นไปได้ ในเมื่อเราสองคนไม่เคยพูดอะไรกันตรงๆอยู่แล้ว เราได้แต่เสียดสีกันไปกันมา ให้ผิวหนังของหัวใจมันถลอกๆช้าๆ แผลของหัวใจที่มันไม่เคยมีวันปิดสนิท

“พี่ไม่เคยอยู่ช่วยผม ไม่เคยเลยที่จะอยู่ช่วยผมตอนมีปัญหา” สายตาของเขาช่างน่ากลัว ฉันเคยเห็นเขาโกรธหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันดูน่ากลัวกว่าเดิมร้อยเท่าพันทวี ตาโตบนใบหน้าที่ฉันเคยชื่นชมว่างดงามนั่นกำลังถลน มือเขาที่ชี้มาที่หน้าของฉันนั้นสั่นระริก...

“เราบอกแล้วใช่มั้ย! ว่าอย่าไปยุ่งกับของพวกนั้น เราบอกแล้วไง!”

“พี่ไม่เคยพูด!!...พาผมหนีไปเถอะนะ ผมขอเป็นครั้งสุดท้าย จริงๆนะ” เขาวิ่งมาจับมือฉันแล้วเขย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน

“อย่าเห็นแก่ตัวได้มั้ย?! พูดจริงๆ ขอร้อง พูดจริงๆ” ฉันยกมือไหว้เขา แม้ฉันจะอายุมากกว่าเขา แต่ถ้าให้ฉันกราบแล้วหยุดปัญหานี้ได้ฉันก็อยากจะทำ

“นี่ไง! พี่ไม่เคยรักผมอะ พี่ไม่เคยรักผมเลย พี่ทิ้งผมมาตลอด แล้วพอถึงเวลานี้พี่ก็ยังทิ้งผม เรามันไม่เคยเป็นครอบครัวเดียวกัน!”

ทำไมถึงพูดแบบนี้กันนะ?

“เราทำงาน เราหาเงิน ส่งเงินให้เธอทุกเดือน ทำงานชิบหาย ทำงานงกๆๆ ส่งเงินให้ทุกเดือน แล้วเธอเอาตังค์ไปทำไร?!”

“คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้หรอ เวลาผมมีปัญหา พี่เคยนอนกอดผมมั้ย?! เคยมาช่วยมั้ยว่าผมจะแก้ปัญหาได้ยังไง? พี่ก็แค่ให้เงินอย่างเดียว เปย์ๆๆๆ อย่างนี้หรอ?” 

อา....เจ็บหัวใจจังเลย น้ำตานี่มันหยุดไหลไม่ได้ซะที ความเข้าใจผิดของเขาก็เช่นกัน

“แล้วเธอเอาเงินไปทำอะไร ไปหากะหรี่คนนั้น ไปซื้อยา ไปซื้อของเหี้ยๆพวกนั้น เราบอกเธอแล้วใช่ปะ เราบอกเธอนานแล้วใช่ปะว่าผู้หญิงคนนั้นมันเหี้ย เราบอกเธอนานแล้วใช่ปะ ว่าไอสิ่งพวกนั้นมันเหี้ย! เธอเคยฟังเราปะ ไม่เคยเลย?”

เขาทรุดลง ใบหน้านั่นมีน้ำตาไหลลงมา เขาหันหน้าหนีจากฉันให้ได้รับรู้ว่าไม่อยากฟังสิ่งที่กำลังได้ยินอยู่ ไม่อยากได้ยินข้อแก้ตัวเหล่านี้จากฉันเลยสักนิด คำแก้ตัวของฉันมันคงฟังไม่ขึ้น หรืออาจจะเป็นเหตุผลที่ไม่มากพอที่เขาจะยอมรับ

ฉันทิ้งเขาไปงั้นหรอ?

ตอนไหนกันนะ?

“ไม่เคยเลย ไม่เคยสักครั้ง อย่ามา!”เขาตอบกลับ เสียงของเขาเริ่มอ่อนแรงลง แต่พายุอารมณ์ยังคงโหมกระหน่ำไม่จางหาย

“ทำตัวเอง ก็รับกรรมไป” โทสะอาจจะทำให้ฉันชี้หน้าเขาแบบนั้น

“มึงไม่ใช่พี่กู มึงไม่ใช่พี่กู”

“ขอบคุณมาก..” หน้าฉันคงจะดูหยิ่งยโสมากสินะตอนพูดคำนั้น...ฉันเดินหันหลังให้เขา...ปัญหามาคงกำลังจะจบแล้วสินะ

“มึงไม่ใช่พี่กู เราไม่เคยเป็นครอบครัวเดียวกันเลย มึงมีแต่ให้เงินกู...”

ฉันได้แต่ถามตัวเองซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า...เขาคิดแบบนี้จริงๆหรือ? 
ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือเปล่า?

“เคยคิดบ้างมั้ย เคยแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้างมั้ย?! เวลาเธอตังค์ไม่มีเธอใคร เธอหาเรา เวลาผู้หญิงคนนั้นตังค์ไม่มีเธอหาใคร เธอหาเรา เวลาเธอไม่มีเงินซื้อยา เธอหาใคร เธอก็หาเรา แล้วตอนนี้เธอบอกว่าอะไรไม้ เธอบอกว่าเราเหี้ย! เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราให้ไปคืออะไร?”

ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เสียงของฉัน หรือใจของฉัน หรือตัวของฉัน ที่มันสั่นแรงกว่ากัน...แรงสะอื้นจนตัวโยนจนน่าสมเพช

“แล้วถึงเวลาพี่อยู่กับผมมั้ยล่ะ?!”
“แล้วเธอเคยอยู่กับเราเปล่า? เธอเคยมาหาเราบ้างรึเปล่า? เราทำงานงกๆๆนะเว่ย”
“พี่ก็อ้างแต่งานๆๆๆ!”
“แล้วเงินทุกบาทที่ได้ไปคืออะไรอะ?”
“ก็บอกแล้วว่าเงินมันไม่มีค่าอะไร!”
“ก็ถ้าไม่มีค่าแล้วมึงเอาไปให้เค้าทำไมอะ? แล้วติดคุกต้องใช้อะไร ใช้เงิน!”
“พี่เคยสนใจอะไรบ้างมั้ย?!!” เขาตะโกนแทรกมาทั้งที่ฉันยังพูดไม่จบ เขาไม่ฟัง ไม่ฟังอะไรเลย
หรืออาจจะเป็นฉันเองที่ไม่ฟังอะไรจากเขาเลยเหมือนกัน


ไม่อยากฟังแล้ว
ได้หรือเปล่าสวรรค์
ไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว

“เคยสนใจความรู้สึกผมบ้างมั้ย!!! ไม่งั้นผมไม่ไปใช้ยาหรอก!”

“ถ้าไม่สนใจฉันไม่ให้เงินเธอหรอก!!” ฉันสวนขึ้น กระแสอารมณ์รุนแรงกรีดร้องในห้องนี้ พายุอารมณ์โหมกระหน่ำ คำพูดที่อยากจะฆ่ากันและกันให้ตายไปเสียเดี๋ยวนี้ อยากจะให้อีกฝ่ายหยุด แล้วเข้าใจอะไรบ้าง แต่ดูเหมือนจะบานปลาย และไม่มีวันจบสิ้น

“ผมไม่อยากได้เงิน ผมพูดกี่รอบแล้ววะ!!” เขาทึ้งหัวตัวเอง เขาดูเหมือนคนบ้า เขาควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ตีอกชกหัวตัวเองแบบนั้น และฉันเอาแต่ร้องไห้อย่างน่ารำคาญ

“ถ้าเราไม่สนใจเราไม่หาเงินมาให้เธอหรอก เราแค่อยากให้เธอมีความสุข เวลาเธอเอาเงินเราไปทำเรื่องเหี้ยๆ ฮ..ฮึก..สุดท้ายเราก็ยอมเธอตลอดปะวะ เธอเอาเงินเมื่อไรเราก็ให้ เธอเอาเงินไปให้ใครเราก็ให้ เราทำงานแทบตายห่านะเว่ย รู้มั้ยว่ายาในกระปุก เรากินไปกี่รอบแล้ว? เราไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว มีกันแค่สองคนอะ มึงก็ทำตัวเหี้ย ถ้ากูไม่รักมึงขนาดนี้ กูจ..ฮึก..กูจะทำขนาดนี้หรอ? ถามว่ากูไม่เคยคุยกับตำรวจหรอ เปล่าเลย...เราหาสาย คุยกับเพื่อนที่เป็นตำรวจไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เค้าบอกว่ามีทางเดียวคือเราต้องรับผิดแทน เราต้องติดคุก...ฮ..ฮึก เราติดแทนเธอได้ เราติดได้ แต่ถ้าเราติดคุกอะ ใครจะหาเงินมาเลี้ยงเธอ ใครจะหาเงินมาไถ่ตัวเธอ แต่เธอไม่เคยถามเราเลยเว่ย เธอเอาแต่คิดเรื่องของตัวเอง ถามตัวเอง..หน่อยมั้ย ฮ..ฮึก ว่าใครคิดเรื่องตัวเองมากกว่ากัน” 

ฉันพูดประโยคยืดยาวหวังให้เข้าใจ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เราพูดเรื่องจริงต่อกัน ฉันหันหลังให้เขา ไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตา และความอ่อนแอเหล่านี้อีกแล้ว หวังว่าสิ่งที่ฉันพูดมันจะเตือนสติอะไรบางอย่างให้เขาได้...

ฉันหวังแค่นั้น...

“ผมไม่อยากติดคุก อย่างน้อยพี่แค่ขับรถไปส่งผมได้มั้ย ผมขอแค่นี้”

และนั่นคือสิ่งที่ฉันได้รับตอบแทนจากความพยายามทั้งหมดที่ทำไป

“พูดขนาดนี้แล้ว..เราพูดขนาดนี้แล้ว...ยังคิดถึงแต่ตัวเองอีกหรอ?”

“ผมขอพี่เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ผมไม่ขออะไรอีกแล้วอะ คือให้ผมรอดไปจากตรงนี้ก่อนได้มั้ยอะ”หัวใจเหมือนโดนกรีดตรงกลาง เลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นรอยยาวแม้ไม่เห็น ร่างกายด้านนอกไม่มีแผล แต่เหวอะหวะไปหมดทั้งตัว ความเหวอะหวะของความโหดร้ายจากเขากระแทกจนฉันอยากจะหยุดหายใจไปซะ เผื่อจะได้หลุดจากนรกแห่งความรู้สึกเหล่านี้เสียที

ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว

“ฮ..ฮึก..ฮึก...เธอไปเถอะ...บอกเขา...ว่าเราเป็นคงบงการเรื่องทั้งหมด..บอกเขาว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย..โดนเราสั่งมาอีกที...เดี๋ยวเราจะไปขึ้นศาล และจัดการเรื่องนี้ต่อเอง”

พอแล้ว...เรื่องนี้จะจบ...พอเสียที

“ไม่ๆๆๆ ไม่พี่ แค่พาผมไปชายแดน ที่ไหนก็ได้แค่นั้นจริง”
ดวงตาเขาเบิกโพลงกว้าง ปฎิกริยานั้นทำให้ใจชื้นขึ้นมานิดนึงด้วยเห็นว่าเขาก็ยังเป็นห่วง
ยังมีความรักต่อกันบ้าง...

ใช่ไหมนะ?

“เราอยู่เอง..เราอยู่แทนเธอเอง”

“ไม่ๆๆ มันต้องมีทางออก”

“ไม่มีแล้ว..ไม่มีแล้ว” ฉันพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเขา ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน


“เราช่วยเธอเป็นครั้งสุดท้ายนะ ไหนๆเราก็ไม่มีค่าอะไรอยู่แล้ว” เขาดูทำตัวไม่ถูก เขาดูลังเล เขาดูยอมแพ้....

อาจจะเป็นการยอมแพ้จอมปลอมก็ได้

แต่ขอให้ฉันมีความสุขสักนิดเถอะ สักนิดที่เห็นความเมตตาสงสารในแววตาของเขา

แค่นั้นฉันก็พอใจ

“เอาเค้าไปด้วยนะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” ถ้าจำไม่ผิดที่ผ่านเขาเหมือนจะรักผู้หญิงคนนั้นมาก เขาจับมือฉันก่อนจะแก้ตัว

“ผมไม่เคยรักมัน มันก็แค่สนุก”

“สนุกไง เธอจะได้มีความสุข”ฉันพูดจากใจจริงๆนะ

“….”

“เดี๋ยวเราจะจัดการกับตำรวจเอง...” ฉันทรุดนั่ง จับมือของเขามากำไว้ ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงด้านขวา

“อันนี้กุญแจรถ...ส่วนนี่กระเป๋าตังค์..รหัสเอทีเอ็มเธอก็รู้อยู่แล้ว...เอาไป...แล้ว..ฮึ..ฮึก แล้วไม่ต้องกลับมาอีก...ไปเลย” เสียงฉันอ่อนแรงลง หมดแรงจะสู้กับเขาแล้ว


หวังว่าเขาคงเห็นความรักของฉันบ้าง
เขาจะได้เลิกบ่นซะทีว่า ฉันไม่รักเขา...เจ้าเด็กน้อยของฉัน


“ไม่พี่ไม่ ไม่ทำอย่างนี้ซิ” เขาเข้ามาจับมือฉันไว้ ท่าทางลังเลเหลือเกิน....

“ไป!! ฉันบอกให้ไปไง!! ไป ออกไป!” ฉันทั้งไล่ ทั้งถีบเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขาเม้มปากแน่น คิ้วขมวดมุ่นใช้ความคิด

“ไม่ทันแล้วจะไม่ทันแล้ว บอกให้ไปไง!!”

“พี่...พี่....”

เขาพร่ำเรียกฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฮึก...ไป จะไม่ทันแล้ว!! ฮึก...”

ฉันผลักเขาออกแต่เขาคว้าฉันไปกอดไว้จมอก

กอดครั้งสุดท้ายระหว่างเรา
ฉันยอม...เพราะเขาจะได้ไม่มากล่าวหาว่าฉันไม่เคยกอดเขาอีก

“ไป ไป!!”

ตำรวจกำลังจะมาในไม่ช้า ฉันรู้ดี...


เรื่องราวพวกนี้มันควรจะจบได้แล้ว...อาจจะไม่ตรงตามแผนที่ฉันคิดเอาไว้...

แต่สุดท้ายเขาก็จะรอด และตอนนี้อาจจะเหลือเพียงแค่ฉัน..เพียงแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น


เขาลุกขึ้นยืนเต็มลำตัว เก็บกระเป๋าตังค์และกุญแจรถของฉันเข้ากระเป๋า หันมามองฉันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลาลับจากไป


ฉันทิ้งช่วงระยะเวลานึงกับการร้องไห้อยู่เช่นนั้น ก่อนจะหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียน...


ธุระของฉันจบสิ้นแล้ว เขาจะต้องรอด


สิ่งสุดท้ายสำหรับเรื่องนี้ ก็เพียงแค่หวังว่ายาในกระปุกยังคงจำนวนมากพอ.


เพราะมนุษย์เว้าแหว่งเสมอ

#เรื่องสั้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากacting class ep.1 
#มนุษย์เว้าแหว่ง

SHARE
Written in this book
Inspired by acting classes
One shot scene work that take me to many stories
Writer
Dalyn1989
Content writer
www.thailandindy.com

Comments

chirstal
2 months ago
สู้ๆนะค่ะ แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้น

Reply