วัฒนธรรมเด่นในสื่อไทย ความเด่นที่มากจนเกินไป?
วันนี้จะมาพูดถึงเรื่องฉลาดเกมส์โกงสักหน่อย ไม่ได้สปอยล์นะ ไม่ได้จะพูดถึงตัวเนื้อหาในหนัง

แต่อันดับแรกก็บอกกันก่อนว่าหนังสนุกครับ บทดี ตัวละครมีความน่าสนใจ ไปดูเถอะครับคุ้มเงินคุ้มเวลา หนังไทยยังมีความหวัง

ส่วนสิ่งที่อยากจะพูดถึงจริงๆก็คือการที่ตัวละครหลักทั้งสี่เป็นเชื้อสายจีนหมดเลย รินที่เป็นตัวเอกเนี่ยแน่นอนอยู่แล้วหน้าหมวยซะขนาดนั้น พัฒน์ก็หน้าตี๋และเรียกพ่อว่าป๊า แบงค์นี่จะมีฉากนึงที่เปิดประตูเข้าไปหาแม่ที่หลังบ้านแล้วมีตี่จู่เอี๊ยะ(ทำนองศาลพระภูมิจีน)ตั้งอยู่ และเกรซที่แม้ชื่อและหน้าจะออกฝรั่งแต่ป้ายร้านที่บ้านก็แสดงให้เห็นว่าเป็นร้านของคนเชื้อสายจีน จริงๆจะว่าไปก็รู้ตั้งแต่เห็นเกรซครั้งแรกแล้วล่ะว่าตามเรื่องเป็นคนเชื้อสายจีน เพราะนามสกุลที่ปักอยู่บนเสื้อบอกว่าเป็นแซ่(ไม่เชื่อตีตั๋วเข้าไปดูใหม่ได้) แต่แซ๋อะไรอ่านไม่ออกนะ

ที่รู้สึกว่าน่าสนใจเนี่ยก็เพราะว่าประเทศไหนๆก็จะมี "วัฒนธรรมเด่น" (dominant culture) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มชนที่มีอำนาจในสังคมนั้น และเวลาที่มีการผลิตสื่อในสังคมนั้นๆ หากไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจะกล่าวถึงวัฒนธรรมไหนเป็นพิเศษ สื่อก็จะเลือกเอาวัฒนธรรมเด่นนั้นแหละมาใส่ไว้ อารมณ์ประมาณเป็น "ค่าตั้งต้น" ในคอมพิวเตอร์อะไรทำนองนั้น

เราจะเห็นเรื่องแบบนี้ได้ชัดเจนในประเทศทางตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐฯที่มีคนขาวเป็นวัฒนธรรมเด่น และตัวละครในสื่อถ้าไม่ได้ตั้งใจอะไรเป็นพิเศษก็จะแคสต์คนขาวเข้ามาเป็นหลัก ในสื่อไทยจริงๆก็มีเรื่องเช่นนี้อยู่บ่อยๆแต่เราอาจจะยังไม่ได้สังเกตเพราะยังไม่เป็นที่พูดถึงกันสักเท่าไหร่ ตัวละครหลายๆตัวในสื่อไทยถ้าไม่ได้มีอะไรพิเศษก็จะเจอว่าเป็นคนเชื้อสายจีนในสัดส่วนที่สูง ไม่ว่าจะแสดงออกผ่านทางหน้าตา ชื่อตัวละคร คำที่ใช้เรียกคนในครอบครัว การถูกคนอื่นเรียกว่าเฮียหรือเจ้ นามสกุลที่เป็นแซ่ หรือไม่ก็นามสกุลที่เป็นคำบาลีสันสกฤตเรียงต่อกันยาวๆตามลักษณะที่คนเชื้อสายจีนมักจะทำเวลาเปลี่ยนมาเป็นนามสกุลไทย

ซึ่งจริงๆก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะสัดส่วนประชากรไทยที่มีเชื้อสายจีนนั้นอยู่ที่ประมาณ 15% และสัดส่วนในเมืองใหญ่ก็มักจะมากกว่านั้นเพราะคนเชื้อสายจีนก็ไม่ค่อยจะไปอยู่ในชนบทหรือเมืองเล็กๆ อย่างในกรุงเทพฯโดยเฉพาะกรุงเทพฯชั้นในถ้าสัดส่วนนี้จะขึ้นไปมากกว่า 40% ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดังนั้นผู้ผลิตสื่อที่มีฐานอยู่ในกรุงเทพฯก็คงจะเคยชินกับการที่มีวัฒนธรรมจีนอยู่รอบๆตัว คนที่อยู่ในเมืองใหญ่ก็จะมีโอกาสพัฒนาตัวเองมากกว่า ทำให้การแคสต์ตัวละครก็จะได้คนเชื้อสายจีนมาเยอะ เป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดความคาดหมายอะไร

แต่ก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าการที่ตัวละครหลักทั้งสี่ในเรื่องนี้เป็นเชื้อสายจีนหมดเลยมันก็เกินไป รินกับพัฒน์เนี่ยหน้าออกหมวย-ตี๋จะให้เป็นเชื้อสายจีนก็ดูธรรมชาติดี แต่อย่างเกรซเนี่ยไม่ได้มีความจำเป็นเลยที่ต้องมีเชื้อสายจีน แบงค์เองจริงๆจะเปลี่ยนตี่จู่เอี๊ยะเป็นหิ้งพระก็ได้ หรือไม่ต้องมีไปเลยก็ยังได้เหมือนกัน

เพราะปัญหาอย่างหนึ่งที่มากับการที่มีวัฒนธรรมเด่นที่มันเด่นมากๆก็คือมันทำให้การเหมารวม (stereotyping) วัฒนธรรมรองเกิดมากขึ้น ในขณะที่คนในวัฒนธรรมเด่นมีความเป็นปัจเจก มีตัวตนของตัวเองได้ คนในวัฒนธรรมรองจะถูกมองว่าเป็นผลผลิตที่ถูกกำหนดโดยวัฒนธรรมนั้นๆ ไม่มีโอกาสที่จะมีความหลากหลาย และไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง

ถ้าเราจะย้อนกลับไปดูสื่อในสหรัฐฯอีกทีเราก็จะเห็นได้ชัดว่าในขณะที่คนขาวรับบทบาทได้หลากหลาย ตัวละครจะเป็นแบบไหนก็ได้คนขาวรับบทได้หมด แต่คนผิวสีและคนเอเชียมักจะถูกกำหนดไว้ให้รับได้เฉพาะบทบางประเภทเท่านั้น 

คนอินเดียและเอเชียมักจะเป็นเนิร์ด ไม่มีความเป็นผู้นำ ต่อสู้ไม่เก่ง หรือถ้าต่อสู้เก่งก็จะออกมาในแนววิทยายุทธเท่านั้น

คนดำมักจะอยู่ในบทที่ต้องมีความก้าวร้าว หรือไม่ก็เป็นตัวตลกของทีม ไม่ค่อยได้รับบทตัวละครที่มีความฉลาดเฉลียว

กุ๊ยข้างถนนมักจะเป็นคนลาติโนหรือไม่ก็ยุโรปตะวันออก คนกลุ่มนี้แทบจะไม่มีโอกาสรับบทเด่นหรือบทที่มีความเฉลียวฉลาดเลย

และแน่นอนคนมุสลิมนี่แทบจะร้อยทั้งร้อยเป็นได้แค่ผู้ก่อการร้าย

ถ้าเรามาดูในสื่อไทยเราก็จะเห็นอะไรที่คล้ายๆกัน ในขณะที่คนเชื้อสายจีนรับบทแนวไหนก็ได้ คนอีสานมักจะต้องรับบทที่เบ๊อะๆบ๊ะๆ คนสุพรรณมีหน้าที่พูดเหน่อๆให้ดูตลก คนเหนือมักจะผูกติดกับวัฒนธรรมมากและเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้ คนใต้โดยเฉพาะคนมุสลิมนี่เราแทบจะไม่ได้เห็นในสื่อ

ถ้าเป็นสื่อกระแสหลักและไม่ได้พูดถึงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแล้วเราก็แทบจะไม่ได้เห็นคนในวัฒนธรรมรองได้รับบทบาทที่หลากหลายเลย

แล้วการที่สื่อตอกย้ำความเชื่อแบบนี้เข้าไปเนี่ยมันก็ทำให้เกิดความเชื่อที่ผิดๆ หรือหนักข้อเข้ามันก็ทำให้เกิดอคติได้ อย่างที่เรารู้กันว่าคนกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อยมีอคติกับคนอีสานว่าโง่บ้างล่ะ ล้าหลังบ้างล่ะ ทั้งที่มันไม่จริงเลย ผมเป็นคนเชื้อสายจีนโตที่กรุงเทพฯแล้วมาใช้ชีวิตอยู่ที่ขอนแก่น คนแถวนี้เค้าก็มีความสามารถไม่ได้ต่างอะไรกันกับคนที่ผมเจอที่กรุงเทพฯ ชีวิตเค้าก็สามารถเติบโตไปเป็นอะไรๆได้ไม่ต่างกัน

จริงๆการแก้ไขในส่วนนี้ก็ไม่ได้ยาก อาจจะตั้งใจแคสต์คนที่เห็นชัดเจนว่าไม่ได้มีเชื้อสายจีนเข้ามา หรือแคสต์มาแล้วถ้าไม่ได้หน้าจีนจ๋าก็ปรับบทให้ไม่เป็นคนเชื้อสายจีน แล้วอีกอย่างก็คือลองเปลี่ยนบทแบบเหมารวมอย่างที่ว่าข้างบนดู
SHARE
Writer
Past-Forward
Free Thinker
น.พ.อธิพงศ์ พัฒนเศรษฐพงษ์ ภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

Comments

PrimaDonna
2 years ago
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ วันก่อนได้ดู Ted talk เกี่ยวกับนักแสดงเชื้อสายจีนที่โตที่อเมริกา เค้าเล่าให้ฟังว่าหางานแคสท์ยากมาก และพอหาได้ ผู้กำกับก็ให้พยายามพูดสำเนียงแบบจีน ไม่ใช่อเมริกัน  
ถ้าสื่อแสดงแค่วัฒนธรรมเด่น คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เห็นวัฒนธรรมรอง และยิ่งทำให้รู้สึกว่าวัฒนธรรมรองเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากความปกติ (deviance from norm) มากกว่าที่จะยอมรับในความแตกต่าง และเรียกมันว่า diversity  ก็ไม่แปลกที่หลายๆ คนจากวัฒนธรรมหลักที่ไม่ได้รู้จักใครจากวัฒนธรรมรองเองจะมี stereotype ที่ผิดๆ เกี่ยวกับคนเหล่านั้น
Reply
blackear
2 years ago
ผมมองอีกแบบครับ นับแต่พ.ศ.2300กว่าผ่านยุคคำเหยียดว่า'ไอ้เจ๊ก', 'ลูกเจ๊ก' นั้นไม่ง่าย

และผมยอมหย่อนประเด็นstereotypeให้ก็ได้ถ้านาทีนี้ ลูกหลานจีนโพ้นทะเลไต่เต้าถึงทีมโปรดัคชั่นนั่งแท่นเขียนบท
ใครก็บ้าเห่อpropagandaเชื้อสายตัวเองทั้งนั้นผมถือเป็นเรื่องธรรมดา

ครับ, ผมหวัง20ปีข้างหน้าเจอตัวเอกพม่าบ้างเมื่อเขาโตมากับการถูกเหยียด
Reply