ห้องฉุกเฉิน ตี 5
ตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการคันแบบทนไม่ไหว และคงเป็นเพราะหมดฤทธิ์ของยาที่ไม่ช่วยบรรเทาเลยสักนิดเดียว เพียงแต่ช่วยให้หลับไปครู่หนึ่งเท่านั้น พอเปิดไฟดูเวลาก็เห็นว่าเพิ่งตี 4 ครึ่ง เปิดผ้าม่านดูฟ้าข้างนอกยังมืดสนิท พื้นถนนเปียกน้ำจากฝนที่ตกหนักเมื่อคืน ยังดีที่ไม่มีน้ำขัง

เมื่อวานเป็นผื่นคันขึ้นทั้งตัวตั้งแต่ตอนเช้า เป็นอาการที่ไม่ได้เจอมานานมากแล้ว แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนคงเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันเลยทีเดียว ก็พยายามกินยาและนอนพัก แต่ผลสุดท้ายก็สู้ไม่ไหว ตัดสินใจแต่งตัวลงไปเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล มีลุงยามเดินไปส่งที่คิวแท็กซี่ ที่อยู่หน้าที่พักพอดี 

พอไปถึงโรงพยาบาลฟ้ายังมืดอยู่ ตอนลงจากแท็กซี่มีเจ้าหน้าที่ยืนรอรับอยู่หน้าประตู ตอนกำลังเดินไปที่เคาท์เตอร์ลงทะเบียนก็ไม่เห็นว่ามีใครนั่งอยู่เลย พอไปถึงถึงได้เห็นว่าเค้าฟุบหลับกันอยู่ แต่ก็ตื่นขึ้นมาจัดการทำธุระให้เรารวดเร็วมาก ตอนนั้นนึกในใจว่าระหว่างเราที่ต้องนั่งรถมาโรงพยาบาลตั้งแต่ยังไม่ถึงตี 5 กับเจ้าหน้าที่สวมชุดทำงานที่ดูน่าอึดอัดนั่งฟุบหลับอยู่ที่หน้าจอ ใครน่าสงสารกว่ากัน 

เจ้าหน้าที่พาเดินเลีี้ยวไปอีกทาง ไม่เหมือนกับที่เคยมาทุกครั้ง พอเห็นตัวหนังสือสีแดงตัวใหญ่ๆ ที่ประตูห้องทางนั้นก็ร้องอ๋อในใจ เวลานี้มันก็มีแต่ห้องฉุกเฉินเท่านั้นแหละที่เปิดอยู่ ข้างในห้องมีพยาบาลฟุบหลับอยู่ พอเห็นเราเข้ามาก็ตื่น เค้าบอกให้ไปนั่งที่เตียงฉุกเฉิน ในห้องมีเตียงเรียงกันอยู่หลายเตียง แต่ก็ว่างทุกเตียง ทั้งห้องก็ค่อนข้างเงียบ ยังนึกในใจว่าถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐวันที่วุ่นๆ หน่อยอาจจะได้เห็นคนที่ฉุกเฉินจริงๆ อย่างพวกประสบอุบัติเหตุ หรือโรคร้ายแรงกำเริบ 

พอพยาบาลวัดไข้ วัดความดันเสร็จ เค้าก็ให้นั่งรอหมอตรงนั้น หมอเดินออกมาจากห้องข้างหลังพลางขยี้ตาไปด้วย ตอนที่ถามอาการก็ดูเหมือนแกจะยังไม่ค่อยตื่นดีเท่าไหร่ แต่ก็ดูจะเข้าใจอาการทันทีที่เราอธิบาย แล้วสั่งให้ฉีดยา (ในที่สุด! เรามาเพื่อสิ่งนี้แหละ!) เรื่องนี้ทำให้นึกถึงตอนสมัยเด็ก มีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นภูมิแพ้ผื่นคันอาการหนักแบบนี้ จนไม่ไหวจนพ่อกับแม่ต้องพาไปโรงพยาบาล จำไม่ได้ว่าร้องไห้หนักตั้งแต่ออกจากบ้าน หรือไปร้องไห้ที่โรงพยาบาล แต่จำได้ว่าร้องไห้หนักมากเสียงดังไปทั่วโรงพยาบาลนั่นแหละ ไปถึงก็ได้ฉีดยา 1 เข็ม แล้วกลับมาบ้านอาการก็ค่อยๆ ทุเลาลงเรื่อย แต่ก็ใช้เวลานานหลายวันกว่าผื่นจะยุบทั้งตัว

พอหมอฉีดยาเสร็จ เค้าก็กั้นห้องให้ แล้วก็ปิดไฟให้เรานอน แต่ก็นอนไม่หลับ เลยลุกขึ้นมานั่งอ่านหนังสือ สักพักแม่ก็โทรมา บอกว่าพ่อเห็นเช็คอินที่โรงพยาบาล พอคุยเรียบร้อย (พร้อมห้ามไม่ให้มาหา) ก็วางสายกันไป จากตอนนั้นพยาบาลก็เข้ามาเช็คเป็นระยะ มีการงุนงงกันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเราไม่ง่วงเลยสักนิด แถมยังนั่งเล่นมือถือไปอ่านหนังสือไป ความจริงที่โหดร้ายมากกว่าการไม่ง่วงก็คือมันคันมากจนนอนนิ่งๆ ไม่ไหว มันทรมาน 

ผ่านไปประมาณ 45 นาที ซึ่งระหว่างนั้นพยาบาลก็มาดูอาการเรื่อย หมอก็ออกมาอีกครั้ง ถามว่าเป็นยังไงบ้าง เราก็บอกว่ามันยังคันอยู่เลย ไม่แย่ลง แต่ก็ไม่ค่อยดีขึ้น หมอบอกว่ามันจะไม่หายทันทีนะ แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น พร้อมกับดุว่าถ้าเอาแต่ใช้มือลูบมันอยู่อย่างนั้นมันจะไม่หายแน่ๆ แต่พอเดินออกไปก็สั่งให้พยาบาลฉีดยาเพิ่มอีกเข็ม โชคดีที่เป็นคนไม่กลัวเข็มฉีดยาเลย แล้วก็เคยผ่านการรักษาที่น่ากลัวกว่าการฉีดยาธรรมดามาแล้ว ก็เลยผ่านเข็มที่สองไปแบบชิลๆ 

พอฉีดยาเสร็จก็นั่งอ่านหนังสือต่อ (รู้สึกคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เอาหนังสือติดมือมาด้วย มันช่วยฆ่าเวลาได้มาก แถมยังเป็นนิยายที่สนุกด้วย ไม่งั้นคงนั่งหมกหมุ่นอยู่กับอาการคันจนเป็นประสาท) คราวนี้ผ่านไปพักเดียวก็รู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พอพยาบาลมาเช็คดูอาการก็บอกว่าดีขึ้นมากแล้ว ให้กลับบ้านได้ เลยบอกว่าขอนั่งรอแฟนมารับสักพัก แป๊บเดียวแฟนก็โทรเข้ามาว่าถึงพอดี 

พยาบาลเดินไปส่งตรงบริเวณจุดรับยา เราก็คิดว่าคงมียาแก้แพ้กับยาทาแก้คันกลับบ้าน พอจ่ายเงินเสร็จไปรับยาจริง ก็อึ้งจนอุทานออกมาเลยเมื่อได้ยินเภสัชบอกว่า "มียาทั้งหมด 5 รายการนะคะ" หลังจากชะงักไปแป๊บนึงก็บอกให้เภสัชแจกแจงยาให้ฟัง สรุปแล้วก็เป็นยาแก้แพ้กับยาทาแก้คันตามที่คิดไว้ เพียงแต่ว่ากินหลายชนิดพร้อมกัน ยาสองตัวเป็นยาที่มีติดบ้านอยู่แล้ว (ก็เป็นภูมิแพ้นี่นะ) แต่ก็รับมาหมด

ตอนออกมาจากโรงพยาบาลเห็นว่าฟ้าสว่างแล้ว ตอนนั้นประมาณ 7 โมงเช้า ความจริงเพิ่งเข้านอนตอนประมาณตี 1 ครึ่ง ตื่นมาตี 4 ครึ่ง เจอยาแก้แพ้ไปทั้งหมดสองเข็ม แต่ก็ยังไม่ง่วงเลย 

ตอนนี้ก็ยังคันอยู่ยังไม่หายดี และไม่ง่วง แต่ก็ไม่ทรมานเหมือนทีแรก ตอนแรกว่าจะถ่อสังขารออกไปเรียนตอนบ่าย เพราะคิดว่าตอนนั้นอาการคงทุเลาลงมากแล้ว แต่อีกใจก็นึกขำตัวเองว่าเป็นพวกทะเยอทะยานจริงๆ คิดได้ว่าถึงดีขึ้นก็ไม่ควรไป 
SHARE
Writer
Pachara_Y
Translator
I came from the past.

Comments

loongchat
2 years ago

โรคนี้รักษาได้หายขาดไหมครับ
ขอให้หายคันหยุดเป็นภูมิแพ้โดยเร็วนะครับ
Reply
Pachara_Y
2 years ago
ขอบคุณค่ะ :) เท่าที่คุยกับคุณหมอคือไม่หายขาดนะคะ รักษาตามอาการ และดูว่าแพ้อะไร แล้วหลีกเลี่ยงน่ะค่ะ แต่ก่อนหน้านี้เราคุมภูมิแพ้ได้แล้วและไม่ได้เป็นหนักแบบนี้นานมากแล้วค่ะ เพราะว่าหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ แต่ช่วงนี้ยุ่งๆ เครียดๆ ด้วย ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ดูแลตัวเองเหมือนเดิม คิดว่ามันก็เลยกลับมาเป็นค่ะ 
ctlunatica
2 years ago
เราก็เคยเป็นผื่นแบบที่ว่าเหมือนกัน ขอให้หายไว ๆ นะ
Reply
Pachara_Y
2 years ago
ขอบคุณจ้า
transai
2 years ago
ขอให้หายเร็วๆนะคะ
Reply
Pachara_Y
2 years ago
ขอบคุณค่ะ :)