ใบมีดของเดชไอ้ด้วน



เขานอนจมอยู่บนบ่อเลือดสีแดงแจ๋ของตนเอง ที่ข้างถนนยามค่ำคืนสุดแสนโคตรจะโรแมนติก เขาหายใจติดขัดพะงาบ ๆ เหมือนปลาทองที่เสือกกระโดดออกมาจากโหลแก้ว ใบหน้าของเขาบวมเป่ง ไม่มีความรู้สึกทางอารมณ์ใด ๆ เลยนอกเสียจากอาการด้านชาไปทั่วทุกส่วน จะว่าไปตอนนี้ใบหน้าของเขาก็คล้ายกับผีห่าซาตานหรือองค์เอเลี่ยนจากต่างดาว น่าขยะแขยง ถ้าเป็นไปได้ใครซักคนที่เป็นผู้กำกับจากฮอลลีวูด ช่วยพาเขาไปเดินโฉบไปโฉบมาหน้ากล้องเสียทีเหอะ จะเป็นหนังซอมบี้วิ่งมาราธอนกันก็ได้ เผลอ ๆ เขาอาจจะได้รางวัลนักแสดงชายหน้าเหี้ยกลับมาประเทศของเราก็ได้ ลองคิดดูซิว่า ถ้าหากว่าเขาขืนกลับบ้านไปตอนนี้โดยที่มีใบหน้าฟกช้ำดำเขียวนี้ละ พ่อกับแม่ของเขาจะว่ายังไง พ่อกับแม่ของเขาอาจจะจำหน้าลูกชายสุดที่รักของตนเองที่ไม่ได้เจอกันนานถึงสามปีนี้ไม่ได้ และมันจะเป็นยังไงต่อ แม่เขาอาจจะกรีดร้องจนเส้นเลือดแตกในสมองเลยก็ได้ หรือไม่ พ่อของเขาก็อาจจะสะดุ้งกุ้งควักเอาปืนลูกซองที่ไม่เคยใช้ออกมายิง โป้ง โป้ง ใส่ลูกชายของตนเองก็ได้ มันเป็นความสยดสยองที่คุณหาได้จากการชมภาพยนตร์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ และตอนนี้เขาคิดถึงห้องแคบ ๆ ที่ไม่ได้ทำความสะอาดมานานสองเดือนแล้ว เขาอยากนอนบนที่นอนแล้วเปิดพัดลมเบอร์ที่ทำให้เราพบกับความเหน็บหนาวมากที่สุด เขาอยากกลับบ้านไปเพื่ออยู่กับหนังห่วย ๆ ที่ไม่ได้เรื่องได้ราวซักเรื่อง แต่มันคงเป็นความลำบากในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนว่าเขาไม่มีเรี่ยวแรงสุดท้ายซุกซ่อนอยู่เลย เขาพึ่งตระหนักได้ว่า อายุของเขาเดินทางมานานจวบจนถึงเลขห้าแล้ว เขาแก่เกินกว่าจะต่อสู้หรือขัดขืนกับอะไรก็ตามที่ขวางทางเขา เลือดไหลออกมาทางจมูกคล้ายกับคนเป็นไข้หวัด แต่ผิดกันนิดหน่อยตรงที่เลือดมันไม่ใช่ของเหนียวข้น เขาพยายามลืมตาเพื่อแสดงให้พวกมันเห็นว่าอาการเมามายของเขานั้นหมดไปก่อนหน้านี้แล้วหลังจากโดนใครบางคนเตะเข้าที่ท้อง เขาอยากจะร้องไห้แต่ดันทำมันไม่เป็นเพราะไม่เคยจ่ายเงินเข้าไปเรียนการแสดง ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้าไปในความคิดของเขาอย่างเชื่องช้า มันคล้ายกับอสรพิษร้ายจากทะเลทราย พิษของมันร้ายแรงและไหลแล่นเร็วอยู่ในหลอดเลือด เขายังไม่อยากตาย “ได้โปรด ได้โปรด ฟังฉันก่อน” เขาง้างปากของตนเองออกเพื่อพูดอะไรบางอย่าง “ฉันขอโทษ เหล้าทำให้ฉันเป็นอย่างนั้น” เขาพูดได้อย่างกะคนใกล้ตายจริง ๆ เขาหวังว่าพวกมันจะสวดมนต์ให้กับเขา เขารู้ว่ามันงี่เง่าและเสียศักดิ์ศรีที่เขาบังเกิดความภาคภูมิใจตั้งแต่เขาอายุได้สิบห้า วันนี้ทุกอย่างจะต้องทลายลง เขาจะต้องรอดไปจากกองเลือดของตนเองให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เขาจะต้องรอด นี่ไม่ใช่การสั่งเสียก่อนตาย

ไม่มีความน่าเกรงขามอยู่เลยซักนิดเดียว ดูเหมือนว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระที่เขาพยายามปั้นหน้าของตนเองให้ดูโหดเหี้ยมไร้ความเมตตา มันดูตลก ตลกก็เพราะว่าดวงตาของเขาโปนใหญ่ออกมาคล้ายกับคนเป็นโรคไทรอยด์ เขาน่าจะไปหาหมอเสียก่อน ดูที่ฟันหน้าของเขาก่อนสิ มันไม่มีระเบียบวินัยเหมือนทอทหารเหยียดตัวตรงเลยใช่ไหม ไม่มีประโยชน์ถ้าหากเพลงชาติดังขึ้น โชคยังดีของตาแก่ใกล้ตายเมื่อเขาเอาหน้ายื่นเข้ามาใกล้แล้วยังไม่ได้กลิ่นปาก เขานั่งค่อมบนร่างของชายแก่ที่นอนแผ่หลาอยู่บนกองเลือด เขาทำเสียงเล็กๆในปากอย่างคนไม่สบอารมณ์ เขามองชายแก่อย่างน่าเวทนา ในแววตาคู่นั้นมันมาพร้อมกับการดูถูกและเหยียดหยามให้มุดหน้าหนีลงไปในท่อระบายน้ำโดยฉับพลัน ชายแก่สำลักเลือดกระเด็นใส่ใบหน้าของหนุ่มน้อย ต้องถอนหายใจออกเฮือกใหญ่เพียงเท่านั้นถึงจะลบเลือนอารมณ์ของตนเองได้ เขาพยายามสงบสติอารมณ์ไว้มากเกินไปหรือเปล่า ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ทำให้เขาโล่งใจได้ขนานนั้น ความอัดอั้นแฝงอยู่ในดวงตาของเขา ความอดทนของเขามีมากหลังจากเอามีดเสียบเข้าไปที่ท้องของใครบางคนจนปางตาย หรือไม่ ความอดทนอดกลั้นนั้นเกิดจากการที่เขาดูเป็นไอ้ตัวตลก เขาตลกเกินกว่าจะเครียดแค้นใครบางคน เขาตลกเกินกว่าจะพยายามฆ่าใครบางคน “ไปกันเถอะที่รัก ฉันคิดว่าอีกไม่นานตำรวจกำลังจะมา” เสียงดังมาจากด้านหลังของเขา หญิงสาวผิวสีเข้มคนหนึ่งพูดหลังจากที่เธอพึ่งปั้มบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มเขียวจนควันคลุ้ง เธอดูร้อนรนแต่ก็สะกดอารมณ์เอาไว้อย่างดี เธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ผมเธอสีทอง เธอมีความมาดมั่นในตนเองสูงเกินกว่าเครื่องบินจะเหินข้ามหัวเธอไปได้ เธอยืนมองอยู่ด้านหลังนั้นนานพอที่จะมีเซ็กส์กับใครบางคนเพื่อคั้นเวลาได้แล้ว มันอาจจะเป็นประจำที่เขาไม่ค่อยสนใจสิ่งที่เธอพูดมากมายนัก “เอาละ เอาละ เรามาทำความเข้าใจกันใหม่นะลุง ผมสาบานว่าเมื่อลุงฟังเรื่องที่ผมพูดต่อจนจบ ผมจะเรียกรถแท็กซี่เพื่อส่งลุงให้ถึงโรงพยาบาล และเวลานั้นลุงจะรอดตาย ลุงจะได้นอนบนที่นอนนุ่ม ๆ ลุงจะมีนางพยาบาลสาวสวยคอยรับใช้อยู่ข้างเตียง แต่ว่าเอาละตอนนี้ ลุงต้องช่วยผม ฟัง และก็ฟัง ฟังอย่างเดียวเท่านั้น เข้าใจไหม” เขาเงยหน้าขึ้นมองรอบข้างหวังว่าคงไม่มีใครเดินผ่านมาแถวนี้ ลุงพยักหน้าเพียงเบา ๆ อย่างไร้สิ้นเสียงใด ๆ จะตอบโต้ “ใช่ นั้นแหละ ท่องเอาไว้ นางพยาบาลแสนสวย นางพยาบาลแสนสวย” ในที่สุดเขาก็ระงับไม่ให้ตัวเองพูดจาตลกไม่ได้ ลุงกระพริบตาใสอย่างคนสนใจที่จะฟังเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ มีความเป็นไปได้หรือเปล่าถ้าหากลุงกำลังละเมอเพ้อพกอยู่กับเนื้อหนังของนางพยาบาลหน้าตาแชล่มเหมือนในหนังเอ๊กซ์เอวีของประเทศญี่ปุ่น “มันเป็นอย่างนี้ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากเด็กคนหนึ่ง เด็กตัวเล็ก ๆ ที่มีผิวสีขาวสะอาด เด็กคนหนึ่งที่ชื่นชอบดนตรีโฟล์ก เคยฟังเพลงนี้ไหม มันเป็นเพลงของบ็อบ ดิลลัน มันมีท่อนหนึ่งที่ติดหูเขามาโดยตลอด มันร้องประมาณว่า เฮา เมน-อิ ไทม มัซท อะ แมน ลุก อัพ. บิโฟ- ฮี แคน ซี ฑิ ซไค?” เธอเมินหน้าหนีไปพ้นควันบุหรี่ทางอื่นอย่างคนเบื่อหน่าย “ลุงเชื่อไหมว่า เขาร้องเพลงนี้ได้ตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เพราะว่าพ่อของเขาเปิดกอกใส่หูให้ฟังทุกวัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันหมายความว่าอะไร แต่นั้นละ เขาหลงรักมัน เขาชอบมันโดยที่ไม่มีความเข้าใจอะไรเลยซักอย่าง บางทีเพลงบางเพลงก็ส่งข้อความบางอย่างที่เฉพาะเจาะจงสำหรับใครบางคนเพียงเท่านั้น มันเป็นเรื่องวิเศษใช่ไหม ถ้าหากเราเป็นผู้ค้นพบข้อความบางอย่างด้วยตัวของเราเอง” ชายแก่นอนฟังอยู่บนกองเลือดอย่างเลื่อนลอย “เขาไร้เดียงสา ไร้เดียงสาเกินไป ในสายตาของเจ้าเด็กน้อยทุกอย่างบนโลกยังดูรื่นเริง ขำขัน มันเป็นเหมือนเรื่องโจ๊กของพระอาทิตย์ในเทเลทับบีส์ที่ฉายให้เด็กตื่นเช้าดู” เขาหัวเราะอย่างคนเย้ยหยันก่อนจะเล่าต่ออย่างยืดยาว “ จวบจนเมื่อถึงวันนั้น มันเป็นวันที่ทำให้ทุกอย่างพินาศลง ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป ไม่มีการเตือนล่วงหน้าเหมือนหนี้จากอินเทอร์เน็ต เขาค้นพบบางอย่างที่ทำให้โลกอันสดใสน่ารักของเขาต้องกลายเป็นผิวสีดำ เขาไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยรู้สึกถึงมันมาก่อน และทุกอย่างมันเริ่มขึ้นจากตอนนั้น มันเริ่มจากตอนที่เขาเรียนถึงประถมสามหรือสี่นี้แหละ ผมจำไม่ได้ว่าตอนนั้นเด็กน้อยอายุเท่าไหร่ มันนานมาแล้ว เอาเป็นว่าตอนนั้นเขาเริ่มสนใจและพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง เขาเริ่มสนใจว่ามีสิ่งใดซ่อนอยู่ใต้กระโปรงของเด็กนักเรียนผู้หญิง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพระอาทิตย์ถึงต้องเดินตามเขาไปไหนต่อไหน เขาเริ่มจดจำ เขาเริ่มที่จะป่าวประกาศให้ใครต่อใครได้รู้แล้วว่าเขาไม่ยอมให้ใครคนใดมากลั่นแกล้ง เขาเริ่มเดาแล้วว่าคำตอบของวิชาสังคมคือข้อไหน และตอนนั้นเอง ใช่ มันยากที่จะลืม การเข้าค่ายลูกเสือภายในโรงเรียน หลังจากที่ทำกิจกรรมบ้า ๆ บอ ๆ มาทั้งวัน พอเมื่อถึงเย็นย่ำ เราต้องอาบน้ำ ทุกคนต้องเปลือยกาย เชื่อไหมว่ามันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเคยเห็นไอ้จ้อนของคนมากมายขนาดนั้น แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่เรื่องราวที่ผมจะพูดต่อไปนี้ แม่งตลกฉิบหาย ผมไม่อยากจะเชื่อ เขาตั้งคำถามขึ้นหลังจากที่เห็นอัณฑะของเพื่อนกันเองนี้แหละ เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทำไมวะ ทำไมกันวะ ทำไมไข่ของพวกแม่งถึงกลมเหมือนกันไปหมด เขาไม่เข้าใจเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น นี่มัน แบบว่า แบบว่าเรื่องบ้าบออะไรกันวะ เหี้ยเอ้ย” ดูเหมือนว่าหล่อนเริ่มสนใจสิ่งที่เขากำลังจะพูดแล้ว เธอเคาะบุหรี่ออกจากซองอีกตัวหนึ่งก่อนจะจุดสูบอย่างเคร่งเครียด “ลุงรู้ไหมว่า ทำไมเขาถึงตั้งคำถามพิลึกพิลั่นแบบนั้น ลุงพอจะเดาออกไหม” เขาเบือนหน้าออกจากสายตาของลุง ดูเหมือนว่าเขาพยายามจะเก็บงันความรู้สึกของตนเองเอาไว้ ปากของเขาเบ้ออกคล้ายกับเด็กขี้แง “เด็กคนนั้นมีไข่ข้างเดียว”

เขาพูดอย่างคนโศกเศร้า หล่อนหัวเราะอย่างคนไม่ออกหน้าออกตาแต่แสดงอาการอย่างคนเหยียดหยาม ชายแก่กังวลอยู่กับวิธีเขยื้อนตัวไม่ให้สะเทือนถึงบาดแผล “ทีนี้ลุงจะหัวเราะผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก ลุงเชื่อไหมว่าเมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้น ภายนอกของเขาใช้ชีวิตอย่างคนปกติ เขามีทุกอย่างอย่างที่คนอื่นมี เรียนจนจบปริญญา ได้ทำงานในสิ่งที่ตนรัก ทุกสิ้นเดือนส่งเงินนิดหน่อยให้กับพ่อแม่ เขามีห้องเช่าใหญ่โตหรูหรา เขามีโทรทัศน์จอกว้างอย่างกะอยู่ในโรงหนัง เขามีเครื่องเสียงที่ฟังกระจกแตกยังไพเราะ เขามีตู้เย็นที่สามารถยัดคนเข้าไปแช่ได้ทั้งตัว เขามีห้องครัวโคตรจะหรูหรา แต่ลุงรู้ไหมว่า ตั้งแต่วันนั้นที่เขาได้รู้ว่าเขามีไข่ข้างเดียว เขาไม่เคยเปิดหนังสือโป๊ของพ่ออีกเลย เขาไม่เคยแม้แต่จะสำเร็จความใคร่ให้กับตนเอง เขาไม่อยากให้มีเรื่องราวพวกนี้อยู่ในหัวของตนเอง เขาอับอาย และลุงรู้ไหม จนเมื่อถึงตอนนี้เขาอายุยี่สิบเจ็ด เขาไม่เคยร่วมรักกับผู้หญิงคนใดเลยซักคน ไม่ต้องถาม เขาไม่กล้ารักใครเลยตั้งแต่ตอนนั้น แต่ลุงไม่ต้องเศร้า วันนี้เป็นวันเกิดของเขา เขาคิดเอาไว้ว่าคืนนี้จะฉลองวันเกิดให้กับตนเอง เขากำลังจะมีเซ็กส์ครั้งแรก เขากำลังจะได้หลับนอนกับผู้หญิงซักคน” พอถึงตอนนี้ใบหน้าของเขากลับดูกระชุ่มกระชวย เขาหันหน้าไปหาเธอที่ยืนอยู่ด้านหลังอย่างคนเมื่อยขบ เขาร้องว้าวออกมาหลังจากมองทรวดทรงของเธอ เขาพูดกับชายแก่ว่า “ให้ตายเหอะ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทั้ง ๆ ที่คืนนี้เป็นคืนที่วิเศษ ผมน่าจะตะหนักได้ล่วงหน้าว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อไปนี่มันเป็นเรื่องบ้ามาก ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะซ้อมลุง ผมไม่ได้ตั้งใจจะปักมีดลงที่ท้องของลุง แต่ว่านะ ลุงต้องเห็นใจผม ลุงต่างหากที่เป็นคนเริ่มก่อน ลุงต่างหากที่ดันกินเหล้าจนเกินกำลังของตนเอง ลุงต่างหากที่จู่ๆก็พูดออกมาว่า ไปตายซะเหอะ เดชไอ้ด้วน ไข่หลุดอย่าหยุดสู้ มันบ้ามาก ผมกำลังจะมีเซ็กส์ครั้งแรก เราพึ่งเดินสวนทางกันแท้ ๆ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าลุงมีพลังวิเศษอะไร ผมไม่รู้ว่าลุงรู้ได้ไง มันเป็นความลับตลอดยี่สิบกว่าปีของผม ผมหวังว่าลุงจะเข้าใจผม ผมหวังว่าลุงจะให้อภัยผม ลุงไม่น่าทำอย่างงั้นเลย”

เสียงหัวเราะอย่างคนคลุ้มคลั่งดังอยู่ในรถแท็กซี่ ท่ามกลางบรรยากาศของแสงสีกลางเมืองที่โฉบผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว เขาหัวเราะได้เอร็ดอร่อยจนดูน่าหมั่นไส้ และดูเหมือนว่ามันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับคนขับแท็กซี่หากสังเกตว่าเขาแอบเหล่จากกระจกมองหลัง ถึงแม้ว่ามีดจะปักอยู่บนพุงที่มีไขมันยุ้ย ๆ และถึงแม้ว่าเลือดจะเปื้อนเปรอะและไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ตอนนี้ชายแก่หาได้มีความกังวลใจอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ เขาภาคภูมิใจกับความอดทนของตนเองได้มากมายขนาดนี้ เขาหัวเราะให้กับเรื่องราวที่พึ่งผ่านไป เขาหัวเราะเพราะว่าเขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ มันเหมือนกับการได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง “แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ด เดย์ทูยู” เขาไม่ได้เผลอร้องเพลงอย่างคนอารมณ์ดีมานมนาน ตอนนี้เพลงที่เหมาะที่สุดของเขาน่าจะเป็นเพลงของรายการเจ้าขุนทอง มันเหมาะกับการเริ่มต้นใหม่สำหรับเขา เช้าพรุ่งนี้คงเป็นเช้าที่สดชื่น ชายหนุ่มผู้เงียบขรึมขับเคลื่อนรถยนต์ไปอย่างสงบ เขาสนใจแต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขาเท่านั้น “นี่ โชเฟอร์” คนขับแท็กซี่สบสายตากับเขาผ่านกระจกมองหลัง “ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแล้วละ ฉันคิดว่าเดี๋ยวมันคงหายเอง” ชายหนุ่มคนขับลดสายตากับไปมองถนนอย่างเดิม เขาไม่ได้สนใจเลยว่าเหตุใดชายแก่ถึงได้แปลกประหลาดเยี่ยงนี้ เขาไม่สงสัยเลยว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงเมื่อมีดยังปักคาอยู่ที่ท้องของเขา เลือดนั่นไม่ใช่เรื่องโกหกใช่ไหม มีดนั่นเป็นของมีคมจริง ๆ ใช่ไหม เขาไม่ได้สนใจ ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในหัวของชายขับรถคนนี้กันแน่ เขายากที่จะคาดคะเนหรืออ่านใจ เขาเป็นคนพูดน้อย เก็บความรู้สึกไว้ลึกและแนบเนียน “ฉันว่าจะปล่อยมันไว้อย่างนี้แหละ มันจะเป็นที่ระลึกสำหรับเรื่องราวของวันนี้” ชายแก่พูดโพล่งขึ้นมาอย่างลอย ๆ โดยไม่สนใจว่าใครหน้าไหนจะได้ยิน “มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายฉัน ฉันชอบมัน มันเหมือนกับว่า พอรู้ว่ามันเติมเต็มบางส่วนของฉัน ฉันก็แบบว่าไม่อยากจะตัดมันทิ้ง มันคือคริปโตไนต์ ตอนนี้ซุปเปอร์แมนกลับกลายเป็นคนธรรมดาไปแล้ว” เขาหัวเราะเสียงดัง “ไอ้กางเกงในแดง” เขาอ่อนแรงเพราะว่าหัวเราะมากเกินไป “และอีกอย่างหนึ่ง” ชายแก่พยายามเก็บยิ้มของตนเอง “ไอ้นี่มันจะเป็นสิ่งเตือนใจให้กับฉันว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเกิดวันเดียวกับฉัน และแบบว่ามันตลก เขาเหมือนฉัน” พอถึงตอนนี้เขาแฝงทีท่าของความเศร้าซึม มีบางอย่างกำลังเจรจาอยู่ในความคิดของเขา “นายเกิดวันนี้หรือเปล่าโชเฟอร์” บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบก่อนที่เขาจะพูดคำนั้นออกมา “เปล่าครับ มันผ่านมาแล้ว” เสียงของเขาแหบพร่าแต่ฟังดูอำมหิต ชายแก่ยิ้มอย่างมีเลศนัย บางอย่างทำให้เขาโล่งอก “ทีนี่ฉันจะเล่าอะไรให้นายฟัง มันเป็นเรื่องของชายแก่คนหนึ่ง ชายแก่คนที่มีไข่ข้างเดียว”







SHARE

Comments