โกงความตาย: ตอน อยากอยู่บนสวรรค์ต่อ
        ซุปเปอร์แมนฟิตเนสแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การออกกำลังกายและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันทันสมัย เป็นห้องโถงว่างที่มีอุปกรณ์การออกกำลังกาย นานาชนิดวางเรียงรายอยู่
        บรรยากาศในห้องนี้พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ที่ต้องการให้ร่างกายมีความสมส่วน กล้ามเนื้อมีความกระฉับ รูปร่างได้สัดส่วน ที่ใครๆเห็นแล้วต้องหันมามอง
        "สวัสดีค่ะ คุณยอด" พนักงานต้อนรับที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ภายในตัวตึก ยกมือสวัสดี พร้อมกับรับบัตรสมาชิกที่ระบุว่าเป็นบัตร 'แพลตตินัม โกลด์เมมเบอร์ชิพ' จากชายหนุ่มซึ่งมีนามว่า 'ยอด' ซึ่งเป็นขาประจำที่ฟิตเนสแห่งนี้ในฐานะลูกค้า VIP
        "วันนี้ไม่เข้าเวรหรือค่ะ" พนักงานต้อนรับถาม พร้อมส่งยิ้มให้ ขณะที่ยื่นบัตรส่งคืน
        "วันนี้อยู่ห้องฉุกเฉินกะดึก เลยมาฟิสเนสเพิ่มพลังก่อน" ชายหนุ่มพูด พร้อมกับยกกล้ามเนื้อแขน ที่มีเป็นมัดๆให้ดู
         เขาเป็นชายหนุ่มที่ย่างเข้าสู่วัยเลข 4 นำหน้า ทำงานเป็นบุรุษพยาบาลในโรงพยาบาล
เอกชนชืืื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เมื่อมองจากรูปร่างภายนอก อายุประมาณสักสามสิบต้นๆ ผิวขาว ดำแดง แววตาอ่อนโยน ผมย้อมสีทองได้รูป  ราวกับเป็นหนุ่มรูปงามที่สาวหมายปอง แต่เขากลับนิยมชมชอบในเพศเดียวกัน
          ฟิสเนตแห่งนี้เต็มไปด้วย หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ สวยน้อย สาวใหญ่ มากหน้าหลายตา  อุปกรณ์ที่ยอดชอบมากที่สุด คือ ดับเบล ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเล่นกล้ามแขนมีความแข็งแรงและดูดีขึ้น สร้างความรู้สึกแมนขึ้น สามารถมองเห็นกล้ามเนื้อแขนเป็นมัดๆ และดูเป็นจุดเรียกความสนใจของหนุ่มๆในสถานที่แห่งนี้
         อาทิตย์ที่แล้วน้ำหนักสูงสุดที่เขายกได้ด้วยมือข้างเดียว คือ 5 กิโลกรัม เป้าหมายของวันนี้คือ 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ก้าวกระโดดมากแทนที่จะเพิ่มทีละ 1-2 กิโลกรัม กลับเพิ่มทีเดียว 5 กิโลกรัม
         ยอดรู้สึกว่าร่างกายร้อนระอุขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในห้องแอร์ อาจจะเนื่องมาจากการถ่ายเทพลังงานความร้อนในร่างกายที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ และใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ
        "ฮึ๊บ!" เสียงของยอดดังขึ้นขณะที่ยกดับเบลขนาด 5 กิโลกรัมด้วยมือขวา สลับกับมือซ้ายได้สำเร็จ
        'สุดยอด!' เขาพูดขึ้นในใจและยิ้มอย่างภาคภูมิใจกับความสามารถของตนเอง หลังจากนั้นจึงเพิ่มนำ้หนักของดับเบลอีก 5 กิโลกรัม สำหรับเป้าหมายของการยกน้ำหนักครั้งต่อไป คือ 10 กิโลกรัม
        "กรึ๊บ!!....โอ๊ย!" เสียงดังที่เกิดจากข้อไหล่ด้านซ้ายดังขึ้น มาพร้อมกับความเจ็บปวดถึงเนื้อกระดูกและทะลุใจของชายหนุ่ม 
        "ช่วยด้วยครับ ผมไหล่หลุด.....โอ๊ย!" เขาบอกกับผู้ดูแลฟิตเนสหนุ่ม ซึ่งมีร่างกายที่กำยำ สูงใหญ่ราวกับเป็นนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติ ยอดใช้มือข้างขวาเกาะกุมที่แขนด้านซ้าย และนั่งทรุดลงกับพื้นก้มหน้าที่ขาวซีด พร้อมกับส่งเสียงร้องโอ๊ย!! อย่างแผ่วเบา 
         ยอดเริ่มมีอาการหน้าเปลี่ยนสีจากสีแดงระเรื่อกลายเป็นหน้าซีดขาวเผือด เหงื่อเริ่มออกท่วมตัว พร้อมกับอาการตัวเย็นตัวทั่วสะพร่างร่างกาย เขารู้สึกเหมือนจะมีอาการหน้ามืดเป็นลม
         ผู้ดูแลฟิตเนสแห่งนี้ค่อยพยุงตัวเขาให้ลุกขึ้นจากความเจ็บปวดให้มานั่งบนเก้าอี้พร้อมกับเรียกโทรเรียกรถโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้มารับตัวเขาไปทำการรักษา 
         ภายในไม่กี่อึดใจ เสียงรถพยาบาลดังลั่นมาแต่ไกล มาถึงจุดหมายในเวลาไม่นาน เปลรถพยาบาลถูกลากลงจากรถ พร้อมกับพยาบาลที่อยู่ให้ชุดปฏิบัติการภาคสนาม และมีตัวอักษรย่อปักที่หน้าอกด้านซ้ายว่า EMS และมีการขยายความด้วยตัวอักษรด้านล่างว่า Emergency Medical Service
        "ช่วยดึงแขนเข้าให้หน่อยครับ ผมไหล่หลุด" เขาพูดกับพยาบาล ด้วยเสียงที่แผ่วเบา บนในหน้าที่ซีดเซียว ขณะที่กำลังถูกพยุงตัวขึ้นไปนอนบนเตียงตัวด้วยความทุลักทุเล 
         ในที่สุดเขาก็ถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินในฐานะคนไข้เร่งด่วน หรือที่ทางภาษาการแพทย์เรียกว่าเป็นผู้ป่วย urgency 
        "เป็นยังไงมาครับ"หมอเพชรถามคนไข้ ขณะที่มืออีกข้างกำลังเกาะกุมแขนซ้ายแน่นด้วยความเจ็บปวด
        "ไหล่หลุดครับ ช่วยดึงไหล่ให้หน่อย" ยอดตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับไร้เรี่ยวแรงที่จะตะเบ็งเสียงออกมาก 
        "หมอยังดึงไหล่ให้คุณไม่ได้หรอก ต้องเอ๊กซเรย์ก่อน เผื่อมีกระดูกหัก ในระหว่างที่ไหล่ของคุณหลุดออกจากเบ้า" 
        "ตอนนี้ผมไม่ไหวแล้ว มันปวดมาก!!" เขาพูดขณะที่หน้าตาของเขาบิดเบี้ยว มีรอยย่นบนหน้าผาก พร้อมกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บปวด
        "งั้นเดียวหมดให้ยาแก้ปวดทางเส้นเลือดก่อนนะ เผื่อจะทำให้รู้สึกดีขึ้น" หมอยอดบอกพร้อมกับแจ้งคนหนในการพ้นจากความเจ็บปวดให้คนไข้ได้รับรู้
        ยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า แวเล่ี่ยม และยาแก้ปวดซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดประเภทที่ 3 ชื่อว่า เพททิดีน ถูกให้ทางเส้นเลือดอย่างช้าๆ เพียงพอที่จะให้เขารู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ความเจ็บปวดค่อยๆบรรเทาเบาบางลงตามเข็มวินาทีของนาฬิกาที่กำลังเดินทาง และมาพร้อมกับความรู้สึกของร่างกายที่ไร้แรงโน้มถ่วงราวกับนอนอยู่บนปุยนุ่นในอากาศ บนสรวงสวรรค์ 
        เขาหลับตาพร้ิมลงบนเปลเข็นเตียงผู้ป่วย ไร้เสียงโอดครวญจากความเจ็บปวด สีหน้าเริ่มผ่อนคลายและมีสีเลือดฝาดเพิ่มขึ้น พร้อมกับความรู้สึกเป็นสุขหลังจากที่ยาค่อยๆออกฤทธิ์ไปตามเส้นเลือดที่มีสาขาอยู่ทั่วเรือนร่าง
        เขากำลังถูกลากพาโดยเปลนอนไปยังห้องที่มีป้ายบ่งบอกว่า 'ห้องเอ๊กซเรย์' ชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นจากภวงค์อีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเจ้าหน้าท่ีเอกซเรย์ ให้ช่วยขยับเคลื่อนตัวเอง เพื่อย้ายจากเปลที่เข็นลากมา ให้มานอนบนเตียงเอ๊กซเรย์
        "ช่วยขยับตัวเองมาอีกนิดนึงนะค่ะ...อีกนิดนึงค่ะ..อีกนิดค่ะ" เสียงของเจ้าหน้าบอกเขาเพื่อขอความร่วมมือ พร้อมจับช่วยพยุงตัวที่ไหล่ทั้งสองข้าง
        "กรึ๊บ!" เสียงบริเวณที่หัวไหล่ดังขึ้น พร้อมกับความเจ็บปวดที่มลายหายไปอย่างปลิดทิ้ง
        เมื่อเอ๊กซเรย์เสร็จแล้วเขาถูกพากลับไปยังห้องฉุกเฉินเพื่อให้หมอเพชรดูแผ่นฟิมล์ ที่ถ่ายภาพหัวไหล่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
       "ไม่ต้องดึงไหล่แล้วครับ" แพทย์ได้พูดกับยอดขณะที่ที่กำลังดูแผ่นฟิลม์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์
        "ไหล่เข้าที่แล้วก่อนที่ เจ้าหน้าที่จะถ่ายเอ๊กซเรย์ออกมา เดี๋ยวหมอจะให้ผ้าคล้องแขนพันไว้นะครับ เพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเอ็นรอบๆข้อต่อ และให้นอนโรงพยาบาลสัก 1 คืนนะครับเพื่อดูอาการ" 
       "ได้ครับ แต่หมอครับ....." ยอดตอบกลับ
       "อะไรครับ" หมอถาม
       "ขอยาแก้ปวด เพททิดีนทุก 4 ชั่วโมงนะครับ เพราะผมอยากอยู่บนสวรรค์ต่อ"
   
SHARE
Writer
khwanjai
Writer
Writer: Khwanjai W. รับเขียนบทความสุขภาพ และบทความ How to ติดต่อ LineID/Tel 0897333790 Fanpage: https://www.facebook.com/Writer2Happy/

Comments