ฮุบเหยื่อ... ตอนปลาย (18+)

คำเตือน : เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นอาจมีเนื้อหารุนแรง โปรดมองเรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเพียงความบันเทิง 


ประตูกระท่อมถูกปิดลง หลังจากร่างหมอนั่นถูกหามเข้าไป และแสงไฟในกระท่อมก็สว่างออกมาตามรอยผุพังของผนัง

ผมแน่ใจแล้วว่านี่เป็นการลักพาตัวเรียกค่าไถ่
มันทำให้ผมนึกถึงครั้งที่ยังทำธุรกิจกับพวกคนใหญ่คนโต ผมเห็นเรื่องพวกนี้จนชินตา มันผิดกฏหมาย ผิดศีลธรรม แต่รายได้มันงามหากทำสำเร็จ... 
ผมเกิดไอเดียหนึ่งอย่างจึงร่นถอยไปที่รถ 

ผมดึงที่นั่งตรงเบาะที่อยู่หลังคนขับ มันถูกดัดแปลงให้ถอดเบาะนั่งได้ ผมดึงมันออกมาในนั้นมีลวดสลิงที่รับน้ำหนักได้หลายสิบปอนด์ ปืนสั้น Beretta 3032 Tomcatบรรจุเต็็็็็็็มแม็ก ผมยกมันขึ้นมาและเช็คเซฟไกปืนดูว่ามันแน่นหนาพอหรือเปล่า เพราะถ้าหากมันลั่นตอนที่ถูกเหน็บอยู่กับเอวก็คงต้องบอกลาพวงสวรรค์ 

รถสีเทาคันนั้นยังคงจอดนิ่ง มีเสียงคนในบ้านพูดคุยกันเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย ในกระท่อมเก็บอุปกรณ์นั้นไม่มีห้องน้ำ ผมรออย่างใจจดใจจ่ออยู่ที่มุมมืดด้านซ้ายของกระท่อม 
....

เวลาผ่านไปสักเกือบครึ่งชั่วโมง มีหนึ่งในสามคนเดินออกมาหาที่ยิงปืนฉีดน้ำ มันเตี้ยกว่าผมสักเกือบๆครึ่งฟุต ตัวผอม ใส่แจ๊คเก็ตสีดำ ผมมองไม่เห็นหน้าของมันเพราะความมืด มันเดินเลี้ยวไปทางขวาและรูดซิปกางเกงออก 

เสียงน้ำอุ่นๆจากท่อของหมอนี่กระทบลงกับพื้นและใบไม้กลบเสียงฝีเท้าของผม ผมล้วงลวดสลิงออกมาจากกระเป๋าแจ๊คเก็ตและพันปลายลวดทั้งสองด้านเข้ากับมือซ้ายและขวา ผมถึงตัวมันแล้ว!!

ทันทีที่ผมรัดคอมัน มันพายามดิ้น ผมรัดแน่นขึ้นหันหลังให้ชนกับมัน และโน้มตัวไปข้างหน้าจนรู้สึกว่าเท้าของหมอนี่ลอยขึ้นจากพื้น เสียงของน้ำจากปลายท่อยังดังต่อเนื่องแต่อาจมีเปลี่ยนจังหวะบ้างเพราะการดิ้น

มันหยุดดิ้นแล้ว.
ผมค่อยๆผ่อนมันลงอย่างช้าๆ.
ร่างของมันนอนราบกับพื้น มันไม่ยังไม่ตาย แค่สลบเพราะขาดอากาศหายใจ ผมจับมันนั่งมัดมือและเท้ามันติดด้วยกัน และเอาเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำของมันเองมัดปิดหน้าและปากไม่ให้ส่งเสียง

ผมเดินเงียบๆไปที่ข้างประตู แอบฟังพวกมันคุยกันว่า 
"หมอนั่นมันออกไปฉี่หรือไปสร้างห้องน้ำ ทำไมมันถึงไปนานจัง"

"อืม..." อีกเสียงตอบรับสั้นๆ

"ฉันออกไปดูมันก่อนนะ" สิ้นเสียงพูด เสียฝีเท้าก็ดังขึ้นและใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาทางประตู!!

ผมดึงปืนออกจากเอวปลดเซฟตี้ไก และทันทีที่ประตูถูกเปิดออก มันเดินออกมา มันอยู่ข้างๆผม ใกล้จนเกือบไหล่จะชนไหล่ ยังไม่ทันได้ตะโกนเรียกหรือส่งเสียง ผมจ่อยิงมันเข้าที่ขมับ มันล้มลงทั้งยืน ผมวิ่งเข้าไปและเอาปืนจ่อมันอีกคนไว้ มันเป็นผู้ล้ายรูปร่างอ้วนแต่ไม่มาก
นั่งกินอะไรบางอย่างอยู่ ปากยังคงมีอะไรที่ว่านั้นอยู่เต็มปาก มีปืนอยู่บนโต๊ะห่างจากตัวมันแค่เอื้อมมือ แต่ไม่ทันที่จะได้ขยับผมก็เข้ามาถึงตัวมัาเสียก่อน

"ปืนนั่นฉันว่าเอามาเก็บไว้ที่ฉันดีกว่านะ " ผมใช้มือขวาถือปืนจ่อไปที่หน้าของมัน และหยิบปืนลูกซองประดิษฐ์แบบยิงทีละนัดมาไว้ที่อีกมือหนึ่ง

"มึงเป็นใคร?"
ผมพิจรณารูปพรรณสันฐานของมัน มัััััันเป็นคนผิวขาว ตัดผมเกรียนทั้งหัว ไอ้อ้วนพูดขึ้นขณะที่ผมกวาดสายตามองไปทั่วๆห้อง ข้างในนี้สะอาดกว่าที่คิด มันกว้างประมาณ4คูณ5 เมตร ตรงริมห้องข้างๆไอ้อ้วนนี่มีผู้ชายถูกมัดมือและเท้า และมีผ้าดำคลุมหัวนอนสั่นอยู่


"ไม่ต้องรู้หรอก" ผมพูดเรียบๆและยิ้มให้มัน

มันมองหน้าผมด้วยสาสยตาโกรธจัด ให้ตายสิ ไม่กลัวกันเลยใช่มั้ย?

"นั่นใคร?" ผมกระดิกปลายปืนไปทางผู้ชายที่นอนอยู่ 

"บรอนด์ ... " มันเว้นช่วงไปหน่อยแล้วพูดต่อ "บรอนด์ ลูกชาย ส.ส. ****** "

"โอเค ทีนี้ลุกตามฉันมา ยกมือไว้บนหัวด้วย"
ผมเดินหันหลังออกมาจากกระท่อม ทิ้งระยะห่างสองสามเมตรแต่ยังคงเอาปืนจ่อไปที่มันทั้งสองกระบอก

"มีน้ำ กับผ้ามั้ย?"


"มีแต่น้ำเปล่า" มันชี้ไปในรถ. 

"ไปเอามา" ผมสั่ง


"แล้วเพื่อนฉันอีกคนล่ะ?" มันถามผม

"ยังไม่ตาย แค่สลบ" ผมกระดิกหัวไปทางที่หมอนั่นสลบอยู่ 
ไอ้อ้วนพยักหน้าเบาๆ

ผมปล่อยให้ไอ้อ้วนเช็ดคราบเลือดของคนที่ถูกยิงออกจากผนังและประตูกระท่อมมันเช็ดคราบเลือดไปพร้อมพูดขอโทษและอำลากับศพเพื่อนมัน 
หลังจากเสร็จจากการทำความสะอาด มันก็บอกว่าถ้าจะห่อศพไปทิ้งในรถมีผ้าใบผืนใหญ่อยู่สองสามผืน

โอ้! ดีเลย

ผมสั่งให้มันจัดการห่อและเอาศพยัดท้ายรถพร้อมกับอุ้มไอ้คนที่สลบอยู่เข้ามาในรถ ผมให้มันขับรถช้าๆไปทางทะเลสาบที่ห่างจากที่นี่หนึ่งไมล์ 

"รัดเข็มขัดซะ ขับไปถ้าเร่งความเร็วเกิน40หรือเอามือออกจากพวงมาลัย หัวเอ็งกระจุยแน่" 
ผมจ่อมันด้วยปืนทั้งสองกระบอกเเหมือนเดิม มันทำตามผมอย่างง่ายดาย 
ผมต้องคอยสั่งมันว่าจะให้เข้าเกียร์ตอนไหน เอามือออกจากเกียร์ตอนไหน วุ่นวายเอาเรื่องเลยล่ะ

ถึงทะเลสาบ. 
ตอนนี้ผิวน้ำทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งที่หนาเป็นคืบ ผมใช้ปืนลูกซองของมันยิงลงไปที่พื้นน้ำแข็งเกิดเป็นหลุมใหญ่ขนาดใช้ได้ ผมให้มันลากถุงผ้าใบมาและเปิด เอาศพออกมาแล้วทิ้งลงไปในหลุมนั้น ก่อนจะกลับไปที่รถเพื่อลากอีกร่างมาใกล้ๆปากหลุมอย่่างทุลักทุเลมันนั่งลง มันนั่งหันหลังให้ผม ผมกับมันอยู่ห่างกันราวสามเมตร

"นี่เพื่อนแกหรือเปล่า?" ผมถามมันมันพยักหัวตอบเป็นการตอบผม

"ทิ้งมันลงไป"

ไอ้อ้วนทำหน้าเหวอ
"แต่เขายังไม่ตายนะโว้ย!!" มันหันหัวมาตะคอกใส่ผมในท่านั่ง

ผมเลยใช้ปืนขผมเองยิงไปที่หัวของร่างนั้นสองนัด 
ไอ้อ้วนเงียบลงทั้งๆที่ยังอ้าปากค้าง มันหันมามองตาผมและทำเสียงอึกอักอยู่สองสามครั้งก่อนจะหัากลับไปและลากร่างที่ไร้วิญญาณนั้นลงไป มันก้มมองตามไปจนร่างนั้นจมหายไป

.....
"แกเคยฆ่าใครไหม?"
ผมถามมัน 

"เคย ฉันเคยฆ่า" สายตายังคงมองที่ปากหลุม 

"เด็ก ผู้หญิงล่ะเคยไหม?" ผมถามมัน

มันค่อยๆเล่ามาอย่างหมดเปลือกทั้งฆ่า ข่มขืน เรียกค่าไถ่สารพัด มันทำงานเป็นทีมกับสองคนที่ตายไป แถมยังเคยทำงานให้ ส.ส.***** ที่มันลักพาตัวลูกของเขามา....

ผมยิงมันเข้าทีท้ายทอยและหลังอย่างละนัด มันล้มลงและตกลงไปในหลุม ค่อยๆจมหายไป ผมใช้เท้าเขี่ยถุงผ้าใบเปื้อนเลืิอดนั้นตามลงไป 
กว่าศพพวกนี้จะถูกเจอก็คงอีกสองสามเดือนให้หลัง อาจถูกกระแสน้ำอุ่นในฤดูใบไม้ผลิพัดไปไกล หรือไม่มีใครเจออีกเลย...


ผมกลับมาที่กระท่อมนั้น บรอนด์พยายามกระดึ๊บออกมาทั้งที่ถุงผ้ายังมัดติดกับหัว ผมลากเขาเข้าบ้าน เปิดผ้าแค่ปากให้เขาได้ดื่มน้ำ ผมบอกเขาว่า
"ไม่ต้องกลัว ฉันมาช่วยนาย"

"จริงเหรอ" น้ำเสียงเขาฟังดูเหนื่อยกลัว แต่ดีใจ..

"มันจับนายมาเรียกค่าไถ่งั้นเหรอ เท่าไหร่ล่ะ"ผมถามพร้อมกับปิดฝาขวดน้ำ

"ใช่สิบล้านน่ะ ขอน้ำอีกได้ไหม"เขาหอบเบาๆ

"เอาโทรศัพท์ของนายมาก่อนฉันจะโทรบอกพ่อนาย" 

"โทรศัพท์ผมถูกมันเอาไป คุณลองหาดูบนโต๊ะสิ"


ผมเจอมันวางอยู่ใต้ถุงขนมที่ไอ้อ้วนนั่นกินทิ้งไว้

"ฉันเจอแล้ว รหัสปลดล็อคล่ะ"

"055315**"
เขาบอกอย่างง่ายดาย

"ช่วยแก้มัดให้ผมก่อนสิ"เขาขอร้องผม

ผมเลื่อนหาเบอร์โทรพ่อของเขา "ยัง ยังก่อน..."


ผมเจอแล้วเบอร์ส.ส. ******
ผมกดโทรออก

"อะไรนะ ยัง? ทำไม?"

มีคนรับสาย
"สวัสดี ส.ส.***** ผมขอเพิ่มสักห้าล้านแลกกับที่เขายังได้หายใจต่อไป"



 ..... จบ



ติดตามและพูดคุยกันได้ที่
Facebook : วาศิน วังที
SHARE
Written in this book
Short story.

Comments