ฝึกยุทธวิธีครั้งแรกกับการพรางตัวที่ไม่มีใครจำเราได้...
แสงอาทิตย์ยามบ่ายวันนี้ร้อนระอุกว่าทุกที ราวกับต้องการส่งกำลังใจ(?)ให้นศท.ทุกคนที่เข้ารับการฝึกภาคปฏิบัติมีความสุขกับการฝึกสุดหินในวันนี้ 

ทำไมน่ะเหรอ?

เพราะวันนี้นศท.ปี1ทุกคนจะต้องได้รับการฝึกยุทธวิธีต่างๆ และการฝึกพรางตัวแบบต่างๆ ให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมที่ตนอยู่ โดยสิ่งที่ครูฝึกสั่งให้พวกเราทำก่อนเป็นอันดับแรกเลย คือ การพรางตัวแบบกลางคืน 

ซึ่งการพรางตัวแบบกลางคืนนั้นจะต้องทาใบหน้าของตนให้เป็นสีดำสนิท โดยเน้นทาที่บริเวณหน้าผาก โหนกแก้ม บริเวณดั้งจมูก ปลายคาง ลำคอ และหลังใบหู ยังไม่จบเพียงเท่านี้เมื่อครูฝึกบอกว่าให้เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นคนทาให้...ตอนแรกกะว่าจะทาให้ตัวเองน้อยๆแต่ทั่วหน้าอะไรประมาณนี้ แต่พอเพื่อนทาให้เท่านั้นแหละ เหอๆ อย่าได้คาดหวังเลยว่ามันจะออกมาสวย ถ้ามันอยู่ในมือเพื่อนเรา

นี่ก็แอบดีใจนิดหน่อยตอนที่ครูฝึกสั่งให้เก็บรวมโทรศัพท์ ของมีค่าต่างๆเอาไว้ในถุงก่อนเข้าฝึกแล้วไม่งั้นคงได้หัวใจวายกับสภาพหน้าตัวเองในตอนแรกแน่ๆ เพราะเพื่อนบอกว่า 'น่ากลัวมาก'


หลังจากทาหน้าเสร็จมาได้สักพักนึงเราก็ปล่อยชายแขนเสื้อให้ยาวลงมา ติดกระดุมแขนเสื้อเม็ดที่สองเพื่อให้แขนเสื้อกระชับตัวมากยิ่งขึ้น ครูฝึกผู้หญิงโดนสั่งให้เรากับคนอื่นๆที่อยู่แถวหน้ากระดานแรกยืนขึ้น แล้วให้รอรับปืนยาวจากแถวรด.ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ตอนยืนนี่แบบรู้สึกอยากจะเอาหน้ามุดลงดินมาก จะยิ้มมากก็ไม่ได้ เพราะมันจะทำให้ปากแดงได้ทั้งๆที่ไม่ได้ทาลิปสติกเลยแม้แต่น้อย ฟันก็ขาวขึ้นทั้งที่ความจริงแล้วแม่งก็เหมือนเดิม...

ตอนรับปืนมาเสร็จความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา คือ หนัก-ิบหายเลยโว้ยยยย!!! ปกติปืนที่รด.หญิงที่เราใช้ฝึกกันเป็นประจำจะสั้นกว่านี้นิดนึง(เหรอ) และ เบากว่านี้มาก(โข) ถ้าจำไม่ผิดปืนของรด.หญิงน้ำหนักจะอยู่ที่ 3 กก.(มั้งนะ) ปืนของรด.ชายก็จะหนักกว่า และยาวกว่า น้ำหนักราวๆ 4 หรือ 5 กก.นี่แหละ(ไม่มั่นใจเท่าไหร่ เพราะนี่ก็พึ่งเคยถือปืนของรด.ชายครั้งแรกเหมือนกัน)

ครูฝึกหญิงคนเดิมสั่งให้พวกเรา 16 คนที่อยู่แถวหน้ากระดานแรกสุดวิ่งไปอีกฟากของสนามซึ่งต้องข้ามร่องน้ำ(ที่ไม่มีน้ำเลยสักหยด) เมื่อวิ่งมาถึงก็โดนสั่งให้หมอบแทบจะได้ในทันที โทษฐานที่คุยกันเสียงดัง และวิ่งมาช้าทั้งๆที่อยู่ใกล้แค่นิดเดียว(ก็ปืนมันหนักกกก TT)

ภารกิจแรกที่โดนสั่งทำให้ทำคือ คลานสูง!!!

ตอนนั้นก็งงว่าทำยังไงเลยสังเกตเอาจากเพื่อนข้างๆ ขั้นแรกก็วางปืนไว้ตรงร่องแขน(เรียกงี้เปล่าวะ งง?) โดยให้มือข้างขวาอยู่ข้างนอกมือซ้ายอยู่ใน จับปืนให้แน่นๆแล้วเราจะคลานไปด้วยกัน!!! มาถึงตรงนี้ก็บอกก่อนเลยว่าปวดมือมาก เพราะน้ำหนักปืนมันคุ้นมือด้วย แล้วก็อีกหลายๆเหตุผลที่สรรหาไม่ได้ //ไม่อยากประจานตัวเองเลย อายเขา//

ตอนคลานไปก็แอบลักไก่ด้วยเล็กน้อยเพราะบริเวณที่เราได้อยู่เป็นบริเวณที่มีหญ้าขึ้นสูง(ถ้ามองในแนวราบ) และอยู่แถวในสุดด้วย พวกครูฝึกเลยสังเกตยากหน่อย พอเข้าไม่มองเราแวบเดียวแค่นั้นแหละ รีบคลานแบบเกียร์หมาเลยจ้าาา //ไม่งั้นไม่ถึง//

เมื่อคลานมาได้สักพักเค้าก็สั่งให้หยุดให้เปลี่ยนท่าคลานเป็นอีกแบบหนึ่งแทน(ซึ่งเราก็จำไม่ได้แล้ว) โดยให้เราหันหน้าไปทางขวา ใบหูข้างซ้ายแนบติดกับพื้นดิน มือข้างซ้ายเหยียดตึง มือข้างขวาจับปลายสายสะพายของปืนให้มั่น และให้โก่งไกปืนกันไปทางด้านขวาเช่นเดิม(วางปืนราบกับพื้นนะท่านี้)

วิธีการคลานท่าที่สองคือ ให้เราใช้มือซ้ายจิกหญ้าตามตามพื้นดินแล้วดึงตัวเราตามไปข้างหน้า ให้ขาขวางอเพื่อถีบดันตัวตามแรงมือข้างซ้ายไปข้างหน้า //จะบอกว่าเวลาคลานไปนี่แบบเจ็บนิ้วข้างขวามาก เพราะ ต้องลากสายสะพายข้างปืนยาวไปด้วย คลานทีนี่ลำบากมาก ( ; ; ) //

พอคลานมาถึงจุดที่ครูฝึกสั่ง

จนคลานมาถึงตรงที่มีลวดหนามวางเอาไว้เป็นแนวยาวนั่นแหละถึงจะหยุด ครูฝึกสั่งให้แบ่งเป็นล็อกละ 4 คน เสร็จแล้วก็สั่งให้นอนหงาย สั่งให้คลานผ่านลวดหนามที่อีกนิดนึงจะทิ่มตาอยู่รอมร่อ ตอนนั้นจำไม่ได้เหมือนกันว่าทำหมวกหลุดออกจากหัวไปกี่รอบ รู้แต่ว่าไอ้ที่รวบผม(?)ที่ซื้อมาใส่เอาไว้อยู่ถึกมากกกก เอาไปไถกับพื้นอยู่นานมาก มันไม่พังด้วยว่ะ555 สุดยอด

พอชุดแรกซึ่งก็คือเราฝึกเสร็จครูฝึกก็ปล่อยให้กลับไปนั่งพักในห้องเรียนได้ กลุ่มเราได้พักกันนานหน่อยเพราะเสร็จเป็นชุดแรก หน้าตอนนั้นแบบดำมากกกกกก นึกสภาพถ่านหินเอาอ่ะเหมือนอย่างนั้นเลย55

ตอนนั้นก็โดนขู่มาว่าถ้าใครแอบล้างหน้าออกก่อนจะไม่ปล่อยให้กลับบ้าน พอเลิกเสร็จอะไรเสร็จก็รีบออกไปล้างหน้ากันอยู่ตรงห้องน้ำอ่ะ โอยแบบล้างไม่ออก...สภาพที่ไปถึงรถไฟคือมีรอยดำเป็นปื้นเต็มหน้าไปหมด จำได้แม่นเลยว่าตอนนั้นมีแต่คนหันมามอง ตลอดทางที่นั่งอยู่บนรถไฟกับเพื่อนก็แบบพยายามไม่ยิ้มกว้างมากนัก เพราะเขินคนบนรถไฟเห็นแล้วจะหัวใจวาย555

ปล.ตลอดเวลาที่ทาอีผงสีดำนั่นลงบนหน้าแล้วห้ามยิ้มเด็ดขาด!!!


————————————
เขียนเอาไว้นานมากตั้งแต่เริ่มเข้ารด.ปี 1 ตอนใหม่ๆโน้นนน555 //ดองจนเค็มแล้วอ่ะ























SHARE
Writer
Fears
คำสัญญา ไม่ควรเป็นแค่ลมปาก
Never be afraid to say What your feel อย่ากลัวที่จะพูดว่าเรารู้สึกยังไง

Comments