ปัจจุบัน VS อนาคต
เกษียณคืออะไร ?
คำถามที่จู่ก็ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากที่ฉันอ่านหนังสือเล่มหนึ่งจบ 
อะไรคือสิ่งที่สำคัญเกือบจะที่สุดในชีวิตของคนๆหนึ่ง... 
มันจะเป็นการเดินทางตามความฝัน การทำในสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง ใช่หรือเปล่า
ถ้าใช่ แล้วฉันกำลังทำอะไรอยู่...

ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน ฉันมักจะเก็บเงินเอาไว้ส่วนหนึ่งเสมอ เงินสำหรับ “การเกษียณ” 
เป็นเงินที่ฉันจะเอาไว้ใช้ในยามบั้นปลายของชีวิต 
ในเวลาที่ฉันไม่ต้องทำงาน 
ในเวลาที่ฉันสามารถทำสิ่งที่ฉันรักได้อย่างเต็มที่
โดยมั่นใจว่าฉันจะไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายใดๆที่จะเกิดขึ้น

แต่ชีวิตคนเราในวัยเกษียณเป็นเช่นนั้นจริงหรือ? 
เราจำเป็นที่จะต้องรอให้ถึงวันเกษียณเพื่อที่จะทำในสิ่งที่ใจเราต้องการเช่นนั้นหรือ? 
ทำไมเราไม่เริ่มทำมันเสียตั้งแต่ตอนนี้เล่า?
เหตุใดเราถึงได้เอาแต่ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตที่ว่า มันจะมาถึงและเป็นไปอย่างที่เราต้องการจริงๆหรือเปล่า

ในวันที่ฉันได้ตรวจสุขภาพทางการเงินของตัวเองเป็นครั้งแรก ตัวเลขสีแดงในช่องสภาพคล่องและหนี้สิน ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันละเลย “ปัจจุบัน” ไปมากขนาดไหน 
ฉันเอาแต่มองไปยังอนาคต อนาคตที่อาจไม่มีวันเป็นไปตามที่คาด หากว่ารากฐานในปัจจุบันไม่แข็งแรงพอ 
ฉันเริ่มไม่แน่ใจและตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ 
ฉันอาจพยายามสร้างความแน่นอนและความสุขในอนาคต โดยเอาความสุขในปัจจุบันของฉันไปแลก 
ฉันเอาแต่มองไปข้างหน้า มองไปภายนอก โดยลืมฟังสิ่งที่หัวใจกำลังเรียกร้อง และเอาแต่ปลอบตัวเองอยู่เสมอว่า เราเพียงแต่ต้องอดทนจนกว่าวันนั้นจะมาถึง..
ทั้งๆที่ลึกๆแล้วก็ไม่แน่ใจเท่าไรนักว่ามันจะมาถึงจริงหรือเปล่า เราต่างใช้ชีวิตอยู่ในกรอบ ในความจำเจ และคุ้นชินของสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ โดยลืมไปว่า เราเกิดมาทำไม?ฉันเชื่อว่าเราทุกคนมีเหตุผลที่เกิดมา และมีเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ต้องเดิน 
บางคนอาจมองเห็นสัญญาณเหล่านั้นและตามมันไป แต่บางคนก็ไม่ 
พวกเขาคิดว่าการออกเดินตามความฝันนั้นช่างโง่เขลาและไม่มั่นคง 
พวกเขากลัวสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ความกลัวนี่เองที่ดึงรั้งเขาเอาไว้ให้ไม่กล้าที่จะก้าวไปไหน
ในเส้นทางของความฝันมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ เหตุใดเขาจึงต้องออกจากกรอบความแน่นอนที่มีอยู่เพื่อไปทำเรื่องเช่นนั้นด้วย
บางที.. คนพวกนั้นอาจลืมไปแล้วว่าต่อให้พวกเขาไม่ออกไปไหน เรื่องไม่คาดคิดและความไม่แน่นอนก็เกิดขึ้นกับพวกเขาได้เช่นกัน

งบดุลทำให้ฉันมองเห็นชีวิต..
อาจจะฟังดูเกินจริง แต่มันก็ทำให้ฉันเห็นตัวเองในอดีตและปัจจุบันมากขึ้นว่าฉันละเลยหรือให้ความสำคัญกับสิ่งใดในชีวิตบ้าง
นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ฉันจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆในชีวิตเสียใหม่
ฉันเข้าใจแล้วที่เขาพูดว่า “ก่อนที่เราจะวางแผนการเงิน เราจะต้องวางแผนชีวิตของเราเสียก่อน”
ฉันอาจจะยังไม่มีเป้าหมายชีวิตที่แน่นอนและชี้ชัด แต่อย่างน้อยฉันก็รู้แล้วว่าฉันควรต้องทำอะไร
ฉันคงจะลดความสำคัญสำหรับอนาคตลงบ้าง ใส่ใจกับความฝันและความต้องการในปัจจุบันของตัวเองให้มากขึ้น
เตรียมตัวและหัวใจให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน พร้อมจะก้าวผ่านมันไปเพื่อให้ไปถึงความฝันที่วาดไว้

ถ้าจะให้ฉันจินตนาการถึงบั้นปลายชีวิตของตัวเองในตอนนี้ ฉันคงไม่คิดถึงเรื่องเกษียณเป็นแน่
แต่ฉันจะทำงานที่ฉันรักในทุกๆวัน งานที่เติมเต็มจิตวิญญาณให้กับฉันและโลกใบนี้
ฉันจะพักผ่อนในเวลาที่ฉันต้องการพักและออกเดินทางในยามที่หัวใจเรียกร้อง
ฉันจะเก็บเกี่ยวความทรงจำในทุกๆวัน ทุกๆนาทีของชีวิต 
ร้องไห้ไปกับเรื่องเศร้า.. ยิ้มไปกับเรื่องสุข..
และนึกขอบคุณตัวเองที่เดินตามเส้นทางชีวิตของฉันเอง
SHARE
Writer
HoneySweet
World maker
ฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง...ในโลกกว้าง

Comments