บทที่ศูนย์ - การจัดการความเหงา (บนดาวเหงาสีน้ำเงิน)
"คนโสด...เวลาเหงา โคตรจะทรมาน" คุณเคยได้ยินประโยคบอกเล่านี้ไหม? ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเคยได้ยินมันจากใครและได้ยินที่ไหนสิ่งที่สำคัญหลังจากคุณได้ยิน คือ แล้วคุณจัดการกับมันอย่างไร? ต่างหาก

อันดับแรก ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้นะ ยิ่งถ้าความเหงาของผมก้อนใหญ่มากเท่าไหร่ ความทรมานก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ความเหงา คือ ความทรมานที่ไม่สามารถหอบขึ้นแท็กซี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลใกล้ ๆ บ้านได้ผมไม่สามารถขอร้องให้หมอพาผมเข้าห้องผ่าตัดเพื่อกำจัดความเหงาก้อนเบ้อเริ่มก้อนนั้นออกไปได้ผมไม่สามารถขอร้องให้หมอเขียนใบจ่ายยาแล้วนำมากินหลังอาหารสามมื้อเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดได้
นอกจากความเหงาจะทำให้ผมรู้สึกทรมานแล้วมันยังทำให้ผมกลัวการตัดสินใจด้วยยกตัวอย่างเช่น ผมเลือกชมภาพยนตร์ในคืนที่ตั๋วหนังถูกสุดในรอบสัปดาห์ไม่ได้ หากผมเลือกหนังรัก นั่นหมายความว่าน้ำตา 13 บ่อจากตาสองข้างของผมต้องไหลเหมือนน้ำป่าหน้าฝนแน่ ๆ แต่ถ้าผมเลือกหนังตลก นั่นหมายความว่าเสียงหัวเราะของผมมันจะดังแค่ในลำคอเท่านั้น 
อันดับสอง ผมต้องหาวิธีจัดการความเหงา แน่นอนถ้าหมอรักษาให้ผมไม่ได้ ผมก็ต้องรักษาอาการนี้ด้วยตัวของผมเอง
Google คือ ที่ปรึกษาที่ดีที่สุดสำหรับผมช่วงนี้ เพราะผมไม่กล้าพิมพ์ข้อความผ่าน Line ไปถามเพื่อนในกลุ่ม ม.ปลาย ว่า "ทำอย่างไร กูจะหายเหงาวะ?" ได้ และคุณจะไม่ผิดหวังกับ Google 
วิธีแก้เหงาสำหรับหนุ่มสาว
กลับไปกินข้าวกับพ่อ-แม่ ที่บ้าน
ออกไปหนัง Animation อุทิศตนทำงานเป็นอาสาสมัครไปเรียนทำขนม 

ใครบอกว่า Google ไม่เคยทำให้คุณผิดหวัง นอกจากจะเจอวิธีการที่ผมได้ทำมาหมดแล้วยังทำให้ผมรู้สึกว่าก้อนความเหงามันไม่ได้ลดขนาดลงเลย
แม้ว่าตัวช่วยที่ผมคิดว่าเวิร์คกลับไม่เวิร์ค ผมก็ใช้เวลาต่อไปอีก 20 นาทีหาบทความแก้เหงาอ่านไปเรื่อย ๆ ผ่าน search engine รายใหญ่ระดับโลก และสุดท้ายผมก็สะดุดกับคำแนะนำที่ดูต่างออกไปจากเดิม ผมคลิกเม้าส์หนึ่งครั้งเพื่อเข้าไปสู่รายละเอียดที่มากขึ้น และคำแนะนำนั้นก็ทำให้ผมหัวใจเต้นมากกว่า 80 ครั้งต่อนาที 
"เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทาง"
Silence is the most powerful scream.







SHARE
Writer
Phoonsiri_p
Writer
Travel writing

Comments