สิ่งที่ฝังหัวเด็กฝั่งธนฯจนโต
ผมเป็นเด็กฝั่งธนฯมาตั้งแต่เกิด

นับตั้งแต่จำความได้ประมาณ 3-4 ขวบ ผมก็พบว่าห้องเช่าที่ผมอาศัยอยู่ บ้านญาติที่ผมไปทุกเสาร์-อาทิตย์ ห้างพาต้าที่แม่ชอบพาไปดูคิงคอง ทุกสถานที่ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่เรียกว่า "ฝั่งธนฯ"

เอาจริงๆ ก็มีเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้นแหละที่ผมมีโอกาสข้ามไปฝั่งพระนคร ซึ่งถ้าไม่แม่พาไป ก็ติดสอยห้อยตามญาติพี่น้องไปทั้งสิ้น ไม่เคยมีโอกาสต้องไปฝั่งพระนครด้วยตัวเองสักครั้ง

จนกระทั่ง...

หลังจบจากมอต้น ที่บ้านของผมเล็งเห็นว่าผมควรดำเนินรอยตามพี่สาว ด้วยการไปสอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนพานิชย์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ฝั่งพระนคร และไอ้การจะมั่นใจได้ว่าเด็กที่จบมอต้นมาด้วยเกรดหนึ่งกว่าๆ แบบผมจะสามารถสอบเข้าได้นั้น จึงจัดการให้ผมไปติวพิเศษก่อนเข้าสอบ 1 เดือน ซึ่งสถานที่ติวนั้นเป็นอาคารของโรงเรียนแห่งหนึ่งแถวๆ "อนุเสาวรีย์ชัยฯ"

...ซึ่งผมต้องเดินทางไปเพียงลำพัง

หลังจากสอบถามคนที่บ้านจนได้ความว่า มีรถเมล์มากมายหลายสายที่จะพาผมไปอนุเสาวรีย์ฯได้ แต่สุดท้าย...ผมก็งงในคำอธิบายว่าต้องลงตรงไหนอย่างไร จนขี้เกียจจะนึกภาพตามและตัดสินใจนั่งรถเมล์สายที่มันพาผมไปถึงใกล้ที่สุด

...มันคือรถเมล์ปรับอากาศพิเศษสาย "ปอ.พ.5"

สำหรับคนที่เกิดไม่ทันหรือยังไม่ได้เข้ามากรุงเทพฯในตอนนั้น ขออธิบายว่ารถ "ปอ.พ." คือรถเมล์แอร์คันเล็กๆที่ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ เราต้องเตรียมเงินให้พอดี 25 บาท แล้วนำไปหยอดที่ตู้ข้างๆ คนขับ จะโกงด้วยการหยอด 23-24 บาท คนขับก็คงจับไม่ได้ เพราะมัวแต่มีสมาธิกับการขับรถ ไม่ได้หันมานับเงินจริงๆ จังๆ หรอก

เมื่อหยอดตังค์เรียบร้อย ก็เดินไปนั่งที่เบาะว่างได้เลย ซึ่งมันเจ๋งตรงที่มันเป็นรถที่นั่งอย่างเดียว ไม่มียืน ถ้าที่นั่งเต็มมันจะมีป้ายโชว์ที่หน้ากระจกว่าที่เต็ม และเด็ดสุด...ที่รถเมล์ประเภทอื่นไม่มีก็คือ "จอทีวี"

...แต่มันจะเด็ดกว่านี้ หากมันไม่เปิดมิวสิควิดีโอของนักร้องลูกทุ่งท่านหนึ่งวนเป็นสิบๆ รอบต่อวัน


"สวยก็ไม่สวยหน้าตาก็หมวยยิ้มไม่อ่าว 
อ๊ะ ดีหน่อยที่ขาว เพราะเป็นลูกสาวแป๊ะร้านกาแฟ"
เนื้อท่อนหนึ่งของเพลงนั้นก้องกังวานในหัวผม


ผมต้องใช้เวลานั่งรถปอ.พ.5 จากบ้านไปอนุเสาวรีย์ชัยฯ รวมทั้งกลับประมาณ 3 ชั่วโมง วันๆ นึงฟังเพลงนี้ไปประมาณ 10 รอบ ฟังทุกเสาร์-อาทิตย์ทั้งเดือนรวม 8 วัน 

นั่นเท่ากับว่าผมได้ฟังเพลงนี้ 80 รอบ!!!

หลังจากจบการติวพิเศษ ผมก็ไปสอบเข้าโรงเรียนพานิชย์ที่เล็งไว้ด้วยความมั่นใจ ผมจำทุกข้อสอบได้อย่างแม่นยำ ช่างแตกต่างจากตอนเรียนมอต้นจริงๆ ซึ่งผลตอบแทนของมันก็คือการที่ผมสอบติด สร้างความปีติดีใจให้ที่บ้านอย่างมาก

จากวันนั้นจนวันนี้ มันก็ผ่านมาแล้วประมาณ 17 ปี ผมนึกถึงมันเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนผมมีโอกาสนั่งแท็กซี่ผ่านอนุเสาวรีย์ชัยฯ และผ่านโรงเรียนที่ผมติวพิเศษนั่นด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผมนึกขันในใจคือ วันนี้ผมลืมไปหมดแล้วว่าข้อสอบนั้นมีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ตราตรึงแน่นหนาในสมองของผมกลับคือเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งที่มีเนื้อร้องว่า...

"สวยก็ไม่สวยหน้าตาก็หมวยยิ้มไม่อ่าว 
อ๊ะ ดีหน่อยที่ขาว เพราะเป็นลูกสาวแป๊ะร้านกาแฟ"


SHARE
Written in this book
เฮ้ย อย่าดิ
ผมจำได้ว่ามันเป็นวันจันทร์ ที่ผมเพิ่งตัดผมทรงนักเรียนหัวเกรียนมาใหม่ๆ ผมเป็นเด็กหงอที่มักถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ และครั้งนี้ก็ไม่รอด... เพื่อนหัวโจกเดินเข้ามาเบิ๊ดกะโหลกเกรียนอย่างจัง จนมันดังแป๊ะ! จังหวะนั้นผมโมโหสุดขีด จึงโต้ตอบมันด้วยการพูดเสียงจ๋อยๆ ว่า... เฮ้ย อย่าดิ
Writer
NickyPP
writer
มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง facebook.com/nickyppth

Comments

Namkanokp
2 years ago
ถึงกับไปเปิดหาเพลงในยูทูปเลยค่ะ 555
Reply
NickyPP
2 years ago
ต้องลองฟังสัก 80 รอบครับ ฮ่าๆๆ