วันที่ฉันเอฟตอนปีสี่เทอมสุดท้าย
ฉันจำได้ดีวันที่เกรดตัวสุดท้ายของชีวิตปีสี่เทอมสุดท้ายออก ฉันตื่นขึ้นมาพอการแจ้งเตือนของโปรแกรมlineเต็มหน้าจอ ฉันเข้าไปดูในกลุ่มอ่านจับใจความได้ว่าเกรดออกแล้ว ฉันไปในระบบของมหมาลัยเพื่อดูเกรด สิ่งที่ฉันเห็นคือ"F" มันไม่มีเเม้แต่น้ำตามันเป็นความจุก ความสับสนมากมายฉันเข้าไปในกลุ่มเพื่อนแล้วบอกว่าฉันเอฟ มีใครเอฟไหม ถึงตอนนั้นไม่มีเพื่อนกล้าดูสักคน ใจฉันตอนนั้นมันสับสนไปไหม กลัวมาก แต่มันไม่มีน้ำตาสักหยดจนฉันกลัวตัวเองว่าทำไมฉันถึงไม่ร้องไห้ออกมาก ฉันเข้าใจคำว่าจุกจนร้องไห้ไม่ออก คือมันเจ็บจนไม่มีน้ำตา สรุปในกลุ่มฉันมีคนเอฟคนหนึ่ง หลังจากนั้นเพื่อนก็โทรมาให้กำลังใจมากมาย จนน้ำตาที่ไม่ไหลมันก็ไหลไม่หยุด ฉันโทรไปร้องไห้กับเพื่อนสนิทมันตกใจมากเพราะฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ฉันโคตรเกลียดตัวเองตอนนั้นเลย ฉันแมร่งโคตรอ่อนแอเลย แล้วก็ได้ทวิตประโยคหนึ่งลงทวิต
ต่อให้ร้องไห้ให้ตายเกรดก็ไม่เปลี่ยน
เป็นข้อความหนึ่งที่กลับไปอ่านทีไรภาพตอนนั้นก็กลับมา ภาพที่ฉันนอนร้องไห้เหมือนคนไร้สติ แล้วความเครียดก็เข้ามาเรื่อยๆ สรุปซัมเมอร์เปิด แต่สิ่งที่ยากที่สุดของวิชานี้คืออาจารย์ผู้สอนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง มีควิซทุกคาบ ความกดดันต่างเข้ามามาก เมื่อคะแนนสอบฉันออกมาไม่ดีเท่าไหร่ หลายครั้งที่ฉันตื่นขึ้นมาร้องไห้คนเดียว ทุกครั้งที่ฉันตื่นไปเรียนเวลาอาบน้ำฉันมักจะเปิดน้ำร้อนสุดให้มันรดลงในตัวฉันเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย และชีวิตก็เล่นตลกกับฉันเมื่องานที่ฉันสมัครไว้โทรมาให้ฉันไปสัมภาษณ์ ประเด็นเขาต้องการคนมาทำงานด่วนมาก แต่แค่นี้ยังคงไม่พอเมื่อความอาจารย์ผู้เอาวิจัยตัวเองมาให้นักศึกษาทำแล้ว.  บอกนี่คืิอโปรเจคของวิชานี้ แต่จริงมันคืองานแก แล้ววันสอบไฟนอลคือจะบอกว่าทำข้อสอบไม่ได้ก็ไม่เชิง คือทำได้แต่ไม่มั่นใจในคำตอบมาก ยิ่งตอนแกให้ดูเฉลยคำตอบคือมันเหมือนจะตรงแต่ก็ไม่ตรง แมร่งเป็นอะไรโคตรหน่วงเลยแบบหน่วงมากคือนั่งรถกลับบ้านอยู่ๆน้ำตาก็ไหล แบบถ้ากูเอฟอีกก็5ปี เหมือนเราจะทำความหวังของพ่อแม่พัง เหมือนมันจะจบแต่ไม่จบแค่นี้คือโปรเจคไม่เสร็จไงอ.แมร่งเลยไม่ออกเกรดให้จนกำหนดเกรดออกวันสุดท้ายอ.แมร่งก็ให้ติดI ซึ่งติดได้ประมาณอาทิตย์หนึ่งคือแบบถ้าโปรเจคผมไม่เสร็จผมจะให้เอฟพวกคุณ คือทั้งอาทิตย์นอน3ชม คือความพีทคือวันที่ติดIได้วันสุดท้ายคือแบบ งานก็ไม่เสร็จแก้เป็นล้านรอบล่ะ คือแบบอ.แมร่งเรียกไปคุยในห้อง
บรรยากาศคือมีเด็กกลุ่มหนึ่งยืนอยู่สภาพไม่ได้นอนทั้งคืน อ.ที่นั่งตัดเล็บไปพูดไป บอกว่า "ผมจะออกเกรดให้พวกคุณก่อนนะ แต่พวกคุณต้องทำงานในเสร็จภายในอาทิตย์หนึ่ง และมีคนเอฟครึ่งนะ"
คือตอนนั้นสั่นไปทั้งตัวแล้ว แบบกูเอฟแน่ มีคำถามในหัวเต็มไปหมดว่า เอาไงต่อดีชีวิต บอกแม่ไงดี วันรับปริญาเพื่อนคือกูไม่กล้ามายินดีแน่ แบบเหมือนทุกอย่างพัง แล้วเกรดจะเข้าสู่ระบบ10นาที แบบเป็น10นาทีนรกมาก คือฉันเหมือนคนบ้า โทรไปหาแม่แบบฉันไม่ไหว เสียงสั่นแล้วบอกให้มารีบมารับหน่อย แล้วสุดท้ายพ่อก็พูดมาประโยคหนึ่ง
ถ้าเอฟก็ไม่เป็นไรนะลูก เรายังมีบ้านเรา เรายังมีครอบครัว แต่พ่อเชื่อว่าลูกทำได้

 แบบตั้งแต่เรียนวิชานี้มาไม่มีอะไรง่ายเลยแบบสิ่งที่คิดไว้ไม่มีอะไรตามแผนสักอย่างทุกอย่างดูมืดไปหมด แล้วแบบฉันเดินวนรอบห้องเพื่อรอเกรดออก แล้วทุกคนในห้องแบบเครียดมาก บางคนก็กดโทรศัพท์ บางคนออกไปสูบบุหรี่เฉลี่ยคนหนึ่งสูบกัน3มวลต่อ10นาทีได้ บางคนบอกจะไปอาบน้ำ บางคนนอนมองเพดาน จนเพื่อนบอกเกรดออกแล้ว แบบฉันเปิดเกรดด้วยมือสั่น แล้วหน้าจอก็ฉายแสดงคำว่า
Bตอนนั้นฉันกริ๊ดลั่นห้อง เพื่อนบางคนยังไม่เปิดออกไปสูบบุหรี่ต่ออีก บางคนรอให้แฟนเปิด บางคนเปิดแล้ว สรุปผ่านเกือบหมด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ไม่เข้าใจอ.ว่าจะโกหกทำไมว่าเอฟเกือบครึ่ง แล้วตอนสุดท้ายเพื่อนที่บอกจะไปอาบน้ำมาสภาพว่าโทรไปร้องไห้กับแม่แล้วมันคือผชไง มันคงสุดๆแล้ว เรื่องนี้สอนให้ฉันรู้ว่าเราอ่อนแอได้มากกว่าที่เราคิดเยอะและที่สำคัญ ครอบครัวจะอยู่กับเราเสมอ เราแทบจะไม่เคยสนใจมันเลยถ้าเราไม่ตกลงมาอยู่จุดนี้ 

ปล.เขียนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่อยากเขียนไว้เป็นความทรงจำ 
SHARE
Writer
yarin
writer
เด็กจบใหม่ที่ยังหาจุดหมายให้กับชีวิตไม่ได้ นักเขียนนี่คือจุดหมายเดียวที่หาให้ตัวเองได้ตอนนี้

Comments