รีวิวหนังสือ - เรื่องของน้ำพุ
หนังสือเก่ามากค่ะ เป็นเรื่องจริงที่เกิดเมื่อนานมาแล้ว คุณน้ำพุป่านนี้ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็คง 61 ปีได้ อยากจะบอกว่า อย่างแรกเลยที่เปิดอ่านตั้งแต่ความนำ คือชอบสำนวนภาษามาก คนสมัยนั้นใช้ภาษาได้อย่างที่เรียกว่าเป็นภาษาเขียนจริงๆ ไม่ใช่ภาษาเขียนที่เป็นภาษาพูดอย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน เนื้อหาข้างในส่วนใหญ่ เป็นการเล่าเรื่องราวของแม่ที่สื่อถึงลูก และจดหมายของคุณน้ำพุที่เขียนถึงแม่ 
.
ฉันอินกับเรื่องราวของคุณน้ำพุมาก รู้สึกเข้าใจได้ถึงความรู้สึก ความคิดภายในใจของคุณน้ำพุเป็นอย่างมาก น้ำพุเล่าถึงกลุ่มเพื่อน เล่าถึงพฤติกรรมของกลุ่มเพื่อนที่ทั้งเสพสิ่งเสพติดแทบจะทุกชนิด มั่ว sex และเล่าถึงปัญหาของวัยรุ่นกลุ่มนั้น 
.
คุณน้ำพุบอกว่า กลุ่มเพื่อนทั้งหมดของเค้า มีอยู่แค่คนเดียวที่ครอบครัวไม่ได้แตกแยก พ่อแม่ไม่ได้หย่ากัน ที่เหลือในนั้น มีปัญหานี้กันหมด แต่คุณน้ำพุเค้าก็รักแม่มากนะ แต่มันก็มีบางอย่างภายในจิตใจ ที่มันรู้สึกว่างเปล่า รู้สึกขาดความรัก ขาดที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจ คุณพอนึกออกมั้ย การที่เรามีชีวิตอยู่แล้วเราไม่รู้จะทำไปเพื่อใคร ไม่มีใครให้เราทุ่มเทเพื่อเค้า ไม่มีใครคอยรับฟังเรื่องราวในแต่ละวัน ไม่มีคนคอยแชร์ช่วงเวลากับเรา และการที่เราถูกทอดทิ้ง ถูกทำเหมือนไม่ใช่คนที่เป็นที่รักจากพ่อแม่ มันเจ็บปวด และสิ่งที่เกิดขึ้นในวัยเด็กมันจะหล่อหลอมคนๆนั้นไปทั้งชีวิต และมันส่งผลต่อพัฒนาการด้านสังคมและการปรับตัวอย่างมาก
.
ผู้ใหญ่บางคนที่อีโก้สูง เชื่อมั่นในตัวเองสูง และเอาตัวรอดได้ อาจจะบอกว่ามันไม่เกี่ยว แต่นั่นเป็นมุมมองที่แสนจะตื้น ฉันไม่ใช่นักวิชาการ ฉันไม่ได้เรียนจิตวิทยาโดยตรง ฉันไม่ทราบจะอธิบายอย่างไร แต่ฉันรู้สึกเข้าใจมันมากๆ
.
เรื่องของคุณน้ำพุเป็นโศกนาถกรรม ฉันเชื่อแน่ว่าถ้าเค้าเลือกได้ เค้าคงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น คุณรู้มั้ย ชีวิตคนเรามันมีปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมเราได้หลายๆอย่าง บางครั้งเรากำหนดพฤติกรรมของเราเอง แต่บางครั้งก็ไม่ สมองของคนที่ติดยา หรือแม้แต่ติดสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่ยา เค้าจะน่าสงสารมาก และเราต้องใช้ความเข้าใจที่แท้จริง ไม่ใช่อุดมคติ ... เรื่องของคุณน้ำพุคงเป็นสิ่งเตือนในให้คนอีกหลายๆคน ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติด และการเลี้ยงดูบุตรหลาน รวมถึงเรื่องของชีวิตคู่
.
.
ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคนไทยเวลาหย่ากันถึงไม่คำนึงถึงลูก การหย่ากันนั้นไม่ได้ผิดเลย แต่เมื่อคุณหย่ากันแล้ว หน้าที่ของพ่อ และแม่ ของลูกที่มีร่วมกันนั้นยังต้องมีอยู่ 
.
ทั้งที่ตัวอย่างก็มีในเห็นมากมายในสังคม ทำไมหนอ สังคมไทยถึงไม่เคยเรียนรู้เรื่องนี้ และไม่เปลี่ยนวิธีคิดกันสักที คุณรู้มั้ย ฉันเกลียดเรื่อง ดราม่าครอบครัว ดราม่าครอบครัวบ้านทรายทอง เมื่อไหร่สังคมไทยจะเปลี่ยนสักที.

SHARE
Writer
pimsiri
ไม่เขียน
คนธรรมดาทั่วไป ติดไปทางไม่เอาไหน ความมั่นใจร่อยหรอลงทุกที

Comments