เธอ ผม และฤดูกาล
“คุณชอบฤดูกาลไหนมากที่สุดเหรอ”

เธอถามผมขึ้นในวันครบรอบปีที่เจ็ดหลังการใช้ชีวิตคู่ของเรา วันนั้นผมพาเธอไปนั่งริมฝั่งปากแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลลงสู่ท้องสมุทร มันเป็นเวลาค่ำคืนของต้นเดือนพฤษภาคม วันที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาในช่วงย่ำเย็น หากท้องฟ้ากลับมาโปร่งโล่งอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาราวสามทุ่มขณะที่ผมกำลังนั่งเคียงข้างเธอ

“ฤดูฝน ผมชอบบรรยากาศแบบนั้นมากที่สุด ผมได้แต่หวังว่าในขณะฝนตก ผมจะนั่งอยู่ในห้องแห่งไหนสักแห่ง ห้องที่มีหน้าต่างบานกว้างเบื้องหน้าให้เชยชมหยาดน้ำที่ตกกระทบผิวดิน ห้องที่มีกระดาษสักแผ่นกับปากกาสักด้ามให้ผมเขียนร้อยเรียงความคิดของตัวเองออกมา ห้องที่มีเปียโนเก่า ๆ สักหลังให้ผมบรรเลงเพลงของโชแปงที่ซ้อมมาค่อนชีวิต

ผมอยากอยู่ในห้องแบบนั้นเมื่อฝนตก ไม่มีอื่นใดที่อยากร้องขออีก”

เธอละสายตาจากสายน้ำมาประสานแววตากับผม

“ห้องของคุณมีฉันอยู่ด้วยไหม”

“มีสิ”

ผมตอบเธอไปในทันทีแม้ความจริงจะยังไม่มั่นใจ ผมต้องการเธอไหมในสถานที่แบบนั้น บางครั้งผมรู้จักส่วนลึกของตัวเองได้ดีกว่าขณะเรียนรู้บางสิ่งเพียงลำพัง หนทางแห่งความลึกลับทอดยาวอยู่ในตัวเราเอง ปราชญ์โบราณท่านหนึ่งเคยบอกไว้เช่นนั้น ทว่าชีวิตคู่จะดำรงอยู่ได้ก็ไม่อาจพึ่งพาความจริงใจเพียงอย่างเดียว ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน มันร้องขอสิ่งอื่นเพื่อให้อยู่รอดสืบไปได้

“แล้วคุณล่ะชอบฤดูกาลไหนมากที่สุด”

“ฉันคิดว่าคงเป็นฤดูร้อน” เธอตอบพร้อมหลบสายตาของผม แหงนหน้าขึ้นไปมองดูอะไรบางอย่าง

“แปลกนะในประเทศของเรา น้อยคนที่จะชอบฤดูร้อน แสงแดดฤดูหนาวก็แผดเผาเกินพอแล้ว”

“นั่นก็จริง แต่ทุกฤดูย่อมมีข้อดีของตัวมันเอง”

เธอพูดจบแล้วจึงชี้นิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้า ผมมองตามแนวองศาไปสังเกตเห็นประกายระยิบระยับกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แม้ไม่แจ่มแจ้งชัดเจนทว่าก็เป็นค่ำคืนที่ดาวพร่างพราย

“ฤดูร้อนช่วยให้เรามองเห็นแสงจากดวงดาวได้ชัดเจนที่สุด ท้องฟ้าโปร่งโล่งกว่าช่วงเวลาอื่นของปี”

“จริงด้วยสิ… เมื่อตอนเย็นฝนเพิ่งจะตกไป” ผมโพล่งออกมา เธอพยักหน้าเล็กน้อยในขณะที่สายตายังคงสะท้อนแสงดาว

“นั่นล่ะ เหตุผลที่ฉันชอบฤดูร้อน ทุกยามราตรีเราสามารถมองขึ้นไปบนฟากฟ้าและเชยชมหมู่ดาวได้เสมอ ถึงแม้แสงจากไฟประดิษฐ์จะบดบังภาพที่แจ่มกระจ่าง แต่เพียงปรากฏให้เห็นน้อยนิดก็ดีแค่ไหนแล้ว สำหรับชีวิตในมหานครแบบนี้”

ผมเรียกชื่อของเธออย่างแผ่วเบา หมายให้เราสบสายตากัน หากคำพูดของผมกลับจางหายไปในอากาศ... ผมนิ่งเงียบไม่กล่าวซ้ำและมองตามเธอขึ้นไปสู่แสงจากสถานที่ไกลโพ้นในเวิ้งอวกาศ

“คุณอยากมีผมอยู่ข้าง ๆ ในชั่วขณะที่กำลังเฝ้ามองดวงดาวไหม”

“อยากสิ”

เธอตอบกลับมาน้ำเสียงเย็นชา อาจมีบางชั่วจังหวะในหัวใจของเธอที่ผมเป็นส่วนหนึ่ง อาจเป็นความเคยชินและพันผูกของชีวิตคู่ที่บอกให้เธอตอบรับเช่นนั้น อาจเป็นความหมายบริสุทธิ์จากดวงใจหรือคำลวงหลอกซึ่งช่วยให้ทุกสิ่งที่เราร่วมกันสร้างขึ้นมาดำเนินต่อไปได้

ราวกับเธอที่นั่งตรงข้างอยู่ไกลห่างออกไปจากผมหลายพันปีแสง คล้ายว่าเธอกำลังลอยล่องอยู่ในสถานที่ซึ่งพ้นไปจากจินตนาการของผม... ผมไม่อาจมั่นใจในคำตอบของเธอ เช่นเดียวกับที่ผมไม่อาจเข้าใจในความรู้สึกของตัวเอง

เรานั่งอยู่ข้างกันโดยขาดไร้คำพูดเข้ามาแทรก เธอยังคงมองไปยังฟากฟ้าจับจ้องแสงที่เดินทางมาจากอดีต ผมลดระดับสายตาลงจ้องมองสายน้ำกว้างและสดับเสียงพลิ้วไหวแห่งการเคลื่อนผ่านของมัน เหม่อมองการเดินทางสู่ห้วงสมุทรของมหานทีซึ่งไม่มีวันทวนกลับคืน
SHARE
Writer
Stardust1723
Learner and Dreamer
เราเขียนเพื่อเติมเต็มตัวเองและแบ่งปันกับใครสักคน

Comments

niji
3 years ago
เหมือนจะมีความหมายอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลัง รอให้คนอ่านตีความเรื่องสั้นนี้
Reply
niji
3 years ago
คิดถึงเหมือนกันค่ะ
เดาว่าคุณวินน่าจะยุ่งๆ เอาไว้บีส่งโปสการ์ดไปหานะคะ
Stardust1723
3 years ago
ครับเหมือนกันนะคุณบี :)
Origamidollx
3 years ago
คิดถึงด้วยคนได้ปะ ถึงแม้เราจะเป็นแค่ตัวป่วนก็เถอะ