ก้าวหน้า.. แต่ล้าหลัง
โตขึ้นอยากเป็นอะไร? เด็กน้อย..

..

เสียงในอดีตก้องกังวาลอยู่ไกลๆ
ในส่วนลึกของจิตใจเหมือนคุ้นๆกับถ้อยคำเชิงกระตุ้นจากผู้ใหญ่คำนี้
หลายๆครั้งสิ่งเร้าภายนอกกระตุ้นให้เกิดคำตอบทั้งๆที่ไม่มีคำถาม
จนทุกวันนี้เหมือนเราจำเป็นต้องมีสิ่งที่'อยาก' มานำทางเราทุกครั้งไป..

มันดูก้าวหน้าไง..
มันดูได้เดินไปข้างหน้า..

มันดูเป็นคนที่มีเป้าหมาย และดูดีเหลือเกินที่ได้ทำตามเป้าหมายนั้นสำเร็จ

ประสบความสำเร็จไง ดีใจไหม?

จะมีสักกี่คนที่ตามไปดูชีวิตของคนแต่ละคนในวันที่เขาบรรลุเป้าหมายที่เคยตั้ง
ว่าท้ายที่สุดแล้ว มันไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากคำว่า 'แล้วยังไงต่อ'
อยากอะไรต่อดี? ละถ้าไม่อยากต่อหล่ะจะได้ไหม?

เคยมีคนพูดว่า.. มนุษย์ยุคปัจจุบันเดินไปตามเป้าหมายไปเรื่อยๆ
ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง.. จนทุกอย่างช่างโกลาหล
สร้างสิ่งหนึ่งขึ้นใหม่ เพื่อให้นักแก้ปัญหารุ่นถัดไปมีอะไรให้ยึด
คำถามคือ.. ก้าวหน้าไปไหนกันเหรอ?

เวลาเป็นของที่มีอยู่จำกัดอยู่แล้ว
แต่กระนั้นมนุษย์หลายคนยังคงเร่งจังหวะชีวิตตัวเอง 
เพื่อไปพบกับจุดจบของคำว่าประสบความสำเร็จ

ไม่รู้ตัวเลยว่า
เราไม่เคยตีความคำว่าประสบความสำเร็จเองเลยตั้งแต่ต้น...

เหย.. เคยใช้เวลาตรวจสอบไหมอะ?
ว่าที่คุณรีบๆเดินอยู่ มันคือการแข่งกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า?

มาลองไล่เรียงลำดับชีวิต หลายคนอาจกำลังพลาดตกหลุมพรางนี้กันอยู่ก็ได้นะ
หากคุณกำลังแข่งกับตัวเอง คุณต้องไม่รู้สึกรีบสิ.. 
ปัจจัยมันต่างกัน

คุณรีบอยู่หรือไม่?

โตขึ้นอยากเป็นอะไร? ดังขึ้นมาอีกครั้งตอนอายุเริ่มมากขึ้น
ไม่สิ.. ต้องเปลี่ยนคำ.. เป็นคำว่า
อนาคตจะทำอะไร?

จากตอนเด็กที่เราสามารถกลั่นกรองคำตอบออกมาจากต่อมไร้เดียงสา 
กล้าพูดออกไปได้เสียงดังฟังชัดฉะฉาน
หลายเป็นเสียงเริ่มแหบแห้ง และเริ่มมีความกลัว และความสับสนฟุ้งซ่านเข้าแทรก

โลกมันโหดร้าย.. 
ถามคำถามเพื่อให้เรารีบค้นหาตัวเอง 
แต่ดันจบด้วยความสับสนเพราะการแข่งขันและการช่วงชิง

ทรัพยากรมีจำกัด.. 
ไม่แย่งก็ไม่ได้

เงินเป็นของคนอื่น..
ไม่ทำงานก็ไม่ได้มา

เราฟังตัวเองน้อยลงทุกวัน เมื่อต้องก้าวไปเป็นผู้ใหญ่
เสียเวลาไปกับของที่ช่างธรรมดาสามัญ 
กลายเป็นมนุษย์คนนึงที่ทำงานเพื่อแลกทรัพยากร
ยิ้มแห้งๆให้กับคนในสังคมที่ไม่จริงใจด้วย

พอเถอะ.. 

หยุดก้าวหน้าเพื่อความล้าหลัง
หยุดเดินไปข้างหน้าโดยไร้เข็มทิศ
ชีวิตคนต้องตีความสิ่งที่ต้องการให้แตกฉาน
หลายครั้งที่เสียงในใจของเราเพี้ยนไปมาก 
เพราะเราใช้เวลาอยู่กับสังคมมากกว่าตัวเอง

ลองนอนสงบๆนั่งไตร่ตรอง
จับต้นชนปลายที่มาของความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวสมอง
จะพบว่าหลายสิ่งไม่มีความจำเป็นต้องยึด
และหลายอย่างที่ลืมไปเสียสนิทใจ

อย่าด้านชากับสัญชาติญาณและความตระหนักรู้
ดึงสติให้ตื่นตัวและทำความเข้าใจตัวเองทีละน้อย
ต้านทานสังคมที่มีแต่คนสับสนอลหม่าน
ไม่นาน ความจริงจะเปิดเผย..

ชีวิตของคุณ
อย่าให้ใครมากำหนด
ทุกคนล้วนก้าวไปข้างหน้า
บนวิบากทางที่ต่างกัน
เคารพจังหวะชีวิตของคนแต่ละคน
และหาจังหวะชีวิตของตัวเองให้เจอ
ก็พอ..

Photo Credit : https://creators.vice.com/en_uk/article/photographer-questions-his-identity-with-images-of-shadow-wearing-his-shoes
SHARE
Writer
Moommong
writer photographer
Facebook: moommongpage / มุมมอง เว็บไซต์ระบายปัญหาแห่งแรกของไทย : www.moom-mong.com มีปัญหาชีวิตอยากระบาย มาระบายได้เลยครับ ทุกคนในมุมมองพร้อมเข้าใจคุณ ชีวิตมีเรื่องราวมากมาย หมื่นแสนปัญหา ร้อยพันความสมหวัง มากเกินกว่าจะยึดติดอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้ 'มุมมอง' เกิดขึ้นมาเพื่อเตือนสติผู้อ่าน ให้อย่ามองอะไรเพียงมุมเดียว.. ทุกเรื่องราว มีมิติ มีความลึก มีมุมมีองศา สามารถมองเรื่องดีเป็นร้าย ร้ายเป็นดีได้เสมอ.. อยู่ที่ทัศนคติของคน ว่าจะมีปัญญาพลิกแพลงได้มากน้อยเท่าไร..

Comments