ความพยายามนิสัยไม่ดี
-18.05.60- 



สิ่งต่อไปนี้มาจากความคิดของนักศึกษาที่เกือบจะศึกษาจบชั้นปริญญาตรีอย่างเป็นทางการ



อายุก็ไม่ได้เยอะมากถึงขั้นที่ว่าจะรู้จักโลกนี้ดีพอแต่ชีวิตสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยก็สอนให้รู้จักสัจธรรมหลายๆอย่างมากยิ่งขึ้น



ผ้าสีขาวที่ครั้งหนึ่งเคยบริสุทธิ์ถูกสาดด้วยเฉดสีของโลกเพิ่มเติมทับรอยเดิมที่เคยมี



ดูเผินๆคงจะสร้างความงงงวยให้ผู้ที่ได้พบเห็นว่าสรุปแล้วผ้าผืนนี้นั้นเป็นสีอะไรกันแน่ ถึงจุดนี้เราว่าหยุดตั้งคำถามหรือพยายามหาคำตอบเลยว่ามันเป็นสีอะไร



ที่จะสื่อคือเราโตขึ้นอีกหน่อยแล้วล่ะ ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตนะ



เข้าประเด็นเลยดีกว่าก่อนที่จะเวิ่นเว้อมากไปกว่าที่ต้องการซึ่งประเด็นที่ว่าคงหนีไม่พ้นการประกาศผลสอบซ่อมรอบที่หนึ่งในวันนี้อย่างแน่นอน



เราเป็นคนหนึ่งที่ต้องรอผลสอบในวันนี้และใช่ เราสอบผ่านทุกวิชาแล้วในวันนี้



แต่พิมพ์ไปก็หมั่นไส้ตัวเองไปเลยจะไม่กล่าวถึงว่าเนี่ย ฉันอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น บลาๆ จริงๆก็อยากจะพูดถึงแหละว่ายังไงบ้าง แต่พอนึกถึงว่ายังมีเพื่อนอีกหลายชีวิตที่เค้ายังต้องเผชิญกับการสอบอีกก็ไม่อยากจะรีวิวชีวิตตัวเองแล้ว



สิ่งหนึ่งที่เราได้รับมากกว่าว่าตัวเองทำอะไรดีแค่ไหนรึอะไรที่ยังดีไม่พอคือเราได้มองเห็นคนอื่น



สัจธรรมข้อหนึ่งที่เราค้นพบคือคำกล่าวที่ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นนี่ดูหลอกลวงยังไงก็ไม่รู้



สำหรับบางคนอาจจะใช่ เค้าพยายามและผลลัพท์ที่ออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ สำหรับเราเองก็ใช่บ้างเป็นครั้งคราวแต่หลายๆครั้งก็พบว่ามันไม่ใช่



นึกโกรธคนที่คิดสำนวนนี้ขึ้นมาเหมือนกันว่ามันเป็นสำนวนที่ไม่สากลเอาซะเลย โกรธที่ทำไมความพยายามถึงใช้ไม่ได้กับทุกคน



มุมมองคนที่สำเร็จเค้าก็อาจจะบอกว่าแล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าตัวเองพยายามมากพอแล้ว ถ้าคิดว่ามากพอแล้วก็ต้องสำเร็จสิ



คำถามต่อไปคือแล้วอะไรคือเกณฑ์ที่ใช้วัดว่าความพยายามของคนๆนี้ไม่มากพอ?



คุณอาจจะมองข้ามไปว่าบางครั้งแค่คนๆนี้ขุดตัวเองขึ้นมาจากเตียงเพื่ออ่านหนังสือได้ 1 หน้านั่นก็เรียกว่าเค้าว่าพยายามแล้วนะ



สิ่งต่อไปคือความพยายามในการอ่านหนังสือจากคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ แค่เค้าสามารถอ่านมันจนจบเล่มนั่นก็เรียกว่าความพยายามแล้วรึเปล่า?



คำถามต่อไปคือแล้วทำไมผลลัพท์ที่ออกมาคือเค้ายังสอบไม่ผ่าน



คำถามต่อไปที่เกิดขึ้นคือในเมื่อพยายามแล้วก็ยังแย่แล้วจะทำไปทำไมวะ?



คำถามต่อไปคือแล้วไหนล่ะรางวัลของความพยายามที่เราอุตส่าห์บังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ



คำถามมากมายเกิดขึ้นหลังจากที่เราพยายามทำอะไรสักอย่างแต่สิ่งที่ตามมันกลับไม่เป็นไปอย่างใจคิด



ที่แย่ยิ่งกว่าคือคำถามพวกนี้เหมือนถูกปาเข้าไปในห้วงของอากาศ เหมือนถูกหลุมดำดูดหายเข้าไปแต่ไม่มีอะไรตอบกลับมา



คำถามซึ่งไร้คนตอบ(ขอยืมชื่อเพลงพี่เค้ามาหน่อยละกัน)กลับยิ่งทำให้ความรู้สึกมันดิ่งยิ่งขึ้นไปอีก



เอาล่ะ สิ่งต่อไปนี้เราคิดว่ามันน่าจะมีพอมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนิดเลยนะ



เราสอบผ่านแล้วและใช่ กว่าจะมาถึงจุดนี้มันค่อนข้างแย่มากๆ กว่าที่จะก้าวข้ามความรู้สึกรวมถึงคำถามซึ่งไร้คนตอบมามากมายมามันยากจนอยากยอมแพ้



ยอมแพ้แบบยอมแพ้เลยจริงๆ ทั้งๆที่วิชาที่ตกก็น้อยกว่าชาวบ้านตั้งเยอะ



แต่ก็นั่นแหละ ต่อไปนี้เราจะทำตัวให้มีประโยชน์คือเราล้มแล้วเราลุกขึ้นได้



เราเลยอยากเป็นกำลังใจตัวโตๆให้พวกคุณที่ยังมองว่าตัวเองล้มอยู่ให้ลุกขึ้นได้บ้าง



แน่นอนว่ากำลังใจจากเรามันคงส่งไปถึงคุณได้แค่นิดหน่อยเพราะสิ่งที่สำคัญกับการสอบผ่านในครั้งนี้หรือครั้งไหนๆมันก็คือตัวคุณนั่นแหละ มีแค่คุณที่จะช่วยตัวเองได้



แต่บางครั้งตัวเองก็อ่อนแอเกินกว่าจะผ่านไปได้ถูกมั้ยล่ะ?



เพราะฉะนั้นก็ร้องไห้ไปเถอะ(หมายถึงว่าถ้าคุณขี้แยเหมือนเราน่ะนะ) หรือถ้าเป็นสายเกรี้ยวกราดก็ด่าข้อสอบ ด่าโชคชะตา ด่าท้องฟ้า ด่าภูเขา ด่าแม่งให้หมดทุกอย่างเผื่อว่าอะไรมันจะดีขึ้นมาหน่อย



แต่หลังจากระบายด้วยอารมณ์แล้วอย่าลืมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุมันนะ



อย่าเพิ่งยอมแพ้เลย การเป็น Loser มันไม่ได้หอมหวานแค่เพราะมันทำให้คุณสบายเพราะยอมแพ้หยุดทุกอย่างทีทำมาหรอก



Loser มันอ่อนแอเกินไปที่คุณจะยอมเป็น คุณไม่คิดงั้นเหรอ?



โลกมันก็อย่างนี้แหละ การใช้ชีวิตมันก็แค่นี้ แค่ต้องเอาตัวรอดให้ได้ เพราะฉะนั้นอย่าหมดแรงที่จะสู้เลย



ความพยายามมันอาจจะเป็นคนนิสัยไม่ดีตรงที่มาสายหน่อย แต่เราว่าวันนึงมันจะมาถึงพร้อมกับผลลัพท์ที่น่าพึงพอใจก็ได้นะ



ใครอ่านมาถึงตรงนี้คือขอกราบเพราะมันยาวมาก และคุณอดทนมากๆกับความเวิ่นเว้อของเรา



หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง :")



รัก

กมล.
SHARE
Writer
wankamon
Survivor
Ordinary girl 🌾

Comments