ความรู้สึกหลังจากอ่าน "เราคือลูกของพระแม่ธรณี"
โดยปกติแล้วผมไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่นัก  เดือนๆ หนึ่งเห็นจะได้อ่านแค่สี่ถึงห้าเล่มเท่านั้น  และโดยปกติก็ชอบอ่านหนังสือแบบเป็นเล่มจริงๆ มากกว่าการเปิดหาอ่านในอินเทอร์เน็ต  ถึงกระนั้น เนื่องจากเป็นคนที่เรื่องมากในการอ่านอยู่ด้วย ดังนั้นจึงคิดแล้วคิดอีกว่าจะเลือกอ่านอะไรดี

สำหรับ "เราคือลูกของพระแม่ธรณี" นี้  ผมได้อ่านจากหนังสือเรียนภาษาไทย ท ๕๐๓ วรรณสารวิจักษณ์ เล่ม ๓ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕  อยู่ในหน้าที่ ๑๙๕ - ๒๐๔  เขียนโดย อิศรา อมันตกุล  คนที่เคยได้เรียนแบบเรียนนี้อาจจะรู้จัก (ผมไม่ทันแบบเรียนนี้นะเพราะเปลี่ยนหลักสูตรเสียก่อน) ซึ่งเป็นเรื่องของรมณีย์ หญิงสาวผู้ซึ่งได้แต่งงานกับเอิน ชายผู้เคยเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยมาก่อน ก่อนที่ทั้งสองจะมาอยู่ด้วยกันและประกอบอาชีพเป็นชาวนาตามที่พ่อแม่ของเอินเคยได้ทำมา  แต่แล้วเมื่อคราวที่รมณีย์ตั้งครรภ์เธอก็แท้งลูกคนแรกไปเสียก่อน ทำให้เธอนึกชิงชังต่อผืนนาและแผ่นดินที่พรากชีวิตลูกของเธอไป  ยามเมื่อได้ตั้งครรภ์ลูกคนที่สองรมณีย์จึงคิดที่จะหนีกลับไปอยู่ในกรุง  แต่แล้วเมื่อเธอได้เห็นท้องนาที่แห้งแล้งซึ่งต้นข้าวได้ตายหมดก็ได้พบกับต้นหญ้าซึ่งยังคงเติบโตอยู่ได้ จึงได้เข้าใจว่าแม้จะมีอุปสรรคหรือปัญหาเพียงใด ก็ต้องอดทนและไม่ย่อท้อเพื่อรอให้ถึงวันที่เราจะมีความสุขได้อีกครั้ง

หลังจากที่อ่านจนจบ ก็นั่งนิ่งอยู่นานครับ...

เพราะว่าต้องไปให้อาหารแมว แอแฮ่

#กลับมาจริงจัง

หลังจากที่อ่านจนจบ ผมถือว่าเรื่องนี้ก็สนุกในแบบฉบับของมัน  และที่ผมประทับใจที่สุดคือช่วงสุดท้าย  เมื่อเอินมาพบกับรมณีย์ก็เข้ามาหาและพากลับไปบ้าน พร้อมบอกว่าจะขายบ้าน ขายนา ขายทุกอย่างเพื่อกลับไปตั้งต้นใหม่ในกรุงเทพฯ ตามเดิม แต่รมณีย์ก็บอกว่า "เราจะกลับบ้านเท่านั้น เราจะไม่กลับไปกรุงเทพฯ ไม่ว่าพรุ่งนี้หรือพรุ่งไหน  เราจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ตราบกระทั่งลูกหลานของเรา  เพราะว่า เราคือทายาทของแม่พระธรณี!"  ซึ่งสามารถสรุปเนื้อหาของเรื่องทั้งหมด  ซึ่งในการกระทำของตัวละครในเรื่องหลายอย่างที่ดูขาดๆ เกินๆ (ในทางพฤติกรรมของตัวละคร) ก็เป็นการแสดงที่บอกให้รู้ถึงจุดประสงค์หลักของเรื่องนี้ในเรื่องการรักชาติ รู้คุณแผ่นดิน

แต่ผมก็ไม่ได้จะมุ่งจะวิจารณ์หรือเชื่อมโยงประเด็นทั้งเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกที่ผมมีต่อเรื่องราวนี้เท่านั้น  ซึ่งผมเข้าใจว่าในช่วงนั้นความคิดเรื่องชาตินิยมค่อนข้างจะรุนแรงแดงเดือดดีทีเดียว นักเขียนหลายๆ ท่านจึงใช้วรรณกรรมเพื่อเป็นสื่อในการปลูกฝังความคิดดังกล่าวก็เป็นได้  แต่สำหรับผมถือว่าเรื่องสั้นเรื่อง "เราคือลูกของพระแม่ธรณี" นี้  เป็นเรื่องที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากการสะท้อนความรักชาติรู้คุณแผ่นดินแล้ว ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงอาชีพซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ อย่างเช่นชาวนาด้วยเช่นกัน.


ชนุ่น ผู้ที่เกิดหลังจากแบบเรียนเล่มนี้
๒๘ ก.ค. ๒๕๖๐


ปล. ท่านสามารถอ่านเรื่องสั้นนี้ได้ในเว็ปไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการ  http://210.246.188.51/index.jsp
SHARE
Writer
IAMCHANOON
Summoner
ฤดูร้อนเป็นฆาตกรที่เลือดเย็นที่สุด

Comments