ธรรมดาแต่ว่าพิเศษ
จริงๆแล้วเรื่องเรากับเขาสำหรับคนอื่นอาจจะมองว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนรู้จักกัน
แต่เราว่ามันพิเศษอยู่นิดหน่อยสำหรับเรา

ตอนเห็นเขาครั้งแรก เราก็ว่าเขาน่ารักดี ปกติเราก็ชอบผู้ชายใส่แว่นอยู่แล้ว ยิ่งเขาจัดฟัน แล้วก็มีตาชั้นเดียวด้วยเราก็ยิ่งแพ้ทาง

เราไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเราสนใจเขาได้ไหม แต่ว่าตอนนั้นเขาก็เป็นคนเดียวที่ดึงดูดสายตาเรา หรือเรามัวแต่มองเขาเองก็ไม่แน่ใจ

เราเห็นเฟสบุ๊คเขาครั้งแรกผ่านเฟสบุ๊คของเพื่อน เราก็ไม่รอช้า แอดไปโลดดดดด แล้วเขาก็รับแอดเรา ฟินไปวันสองวัน บรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้นให้เพืื่ิิอนฟัง เพื่อนก็บอกว่า
หรอๆ แต่เขาแอดกูมาเองแหละ
อ่าา.. ดับความฟินกันอย่างนี้เลย?

หลังจากนั้นเราเริ่มจะชมเขาบ่อยจนเพื่อนแซว เขารู้จักเราแล้ว ผ่านการหยอกล้อของเพืื่อนๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้ชวนคุยอะไรมากหรอก เราถนัดมองมากกว่า


เรายอมรับว่าเราเกือบไปชอบเขาจริงๆแล้วถ้าไม่มารู้ซะก่อนว่าเขาชอบเพืื่อนเรา

เอ่อ ความรู้สึกตอนนั้น มันไม่ได้รู้สึกแย่หรืออิจฉา เสียใจอะไรเลยนะ แค่รู้สึกว่าเขาก็เหมาะสมกันอะ ก็ยินดีด้วยนะ แล้วนี่ก็เฟดตัวเองออกมา จากเดิมก็ไม่ได้อยู่ใกล้เขาเท่าไหร่ ก็ถอยไปนู่นแหละ เฟรนด์โซน แต่คิดๆดูแล้วก็น่าจะอยู่เฟรนด์โซนมาตลอดนะ ฮ่าาาาา

แต่ว่าเขาก็ยังเหมือนเดิมนะ เพราะเขายังไม่น่าจะรู้ว่าเราเกือบไปชอบเขาแล้ว ส่วนเราก็ยังมองเขาเหมือนเดิมทุกครั้งที่เห็น อืม ก็น่ารักเหมือนเดิม 

เราก็รู้มาจากเพื่อนอีกทีว่าเพื่อนคนนั้นไม่ได้ชอบเขา แต่ว่าเราเคยเห็นเขาทำอะไรให้คนที่ชอบเยอะแยะเลย ถึงจะรู้ว่าไม่สมหวังก็ยังทำต่อไปเรื่อยๆ โห ความรักทำให้เราเต็มใจที่จะทุ่มเทจริงๆ 

ถึงเขาจะอกหักแต่ว่าเราก็ไม่ไปรักษาแผลใจให้เขาหรอก ดูจากคนที่ทำเขาเจ็บแล้วมาดูเรา ต่อให้เรารักษาให้เขาดียังไงก็ไม่น่าจะหาย

จากที่เคยคุย เราว่าเขาก็มีความเฟรนด์ลี่และกวนตีนอยู่หน่อยๆ แต่บางทีเราก็รู้สึกว่าไม่ใช่ บางทีเขาก็ดูเข้าถึงยาก แต่บางทีก็เหมือนง่ายมากเลย เราว่านี่ก็เป็นอีกเสน่ห์ของเขา 

คิดๆดูแล้วเขาทักเรามากกว่าที่เราทักเขาอีก จริงๆควรจะเป็นเราที่ทักมากกว่าสิ แต่ก็นะ เรามัวแต่วางฟอร์มกลัวเขารู้ว่าเราชอบ กลัวเก็บอาการไม่ได้ กลัวว่าเขาจะไม่ชวนเราคุยอีก คิดไปนู่นเลย เลยกลายเป็นว่าคุยกันไม่เยอะเท่าไหร่ 

เขาทักเราด้วยชื่อเฟสบุ๊คของเราแล้วก็เอาไปใส่คำต่างๆนานา หลายๆครั้งที่เขาทักเราด้วยประโยคกวนตีนๆ ที่เราไม่รู้จะตอบว่าอะไร ความจริงเราอยากจะคุยกับเขาเยอะๆนะ แต่ก็ไม่รู้จะตอบยังไงให้ได้คุยกันนานๆ ฮือ ตอบกวนตีนแม่งเลย

มันก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆแหละ 
จนเรารู้สึกว่าเราก็เห็นเขาเป็นเพื่อนที่น่ารักคนนึง
ความเขินในวันนั้นค่อยๆหายไปแล้ว
ก็ดีนะ จะได้เป็นเพืื่อนแบบสบายใจซักที 

ไม่ได้หวังว่าจะเป็นอะไรในสายตาเขาอีกแล้ว ไม่ได้หวังว่าเขาจะมาชวนเราคุย หรือมาทำอะไรให้เราแล้ว กลายเป็นว่าถ้ามีวันไหนที่มีโอกาสได้คุยกันเราจะถือว่าเป็นกำไรสำหรับเรา

เมื่อวาน เราโดดกิจกรรมมานั่งอ่านหนังสือที่ห้องสมุด กับเพื่อนๆหลายคน รวมถึงเพื่อนของเขาด้วย จนถึงเวลาประตูโรงเรียนเปิด ต่างคนต่างทยอยออกจากห้องสมุดกัน เขาเอาหนังสือมาเก็บแถวๆที่เรานั่ง พอเรากำลังจะเดินออก เขาก็ลุกพอดี เลยกลายเป็นว่าเรากำลังจะเดินตามหลังเขา แต่ยังไม่ทันก้าวขาเราก็ดันสะดุดหนังสือเล่มใหญ่ๆที่ยื่นออกมาจากชั้นหนังสือ 

"อู้ยยยยยยยยย" 
     เราเผลออุทานออกไปด้วยเสียงที่ไม่เพราะเอาซะเลย เพราะลืมตัวว่าเขายืนอยู่ข้างหน้าเรา ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าเขาจะได้ยินเพราะตอนนั้นเสียงรอบข้างน่าจะดัง หรือเราไม่ได้ยินก็ไม่รู้ แต่เขาได้ยินว่ะ
     เขาหันเอี้ยวตัวมาด้านหลังแล้วก็ถามเราว่า
"เป็นอะไร"
     เราเงียบไป 2 วิ เพราะเพิ่งตั้งสติได้ก็เลยตอบไปว่า "สะดุด" แบบห้วนๆ ไม่มีคำสร้อยอะไรเลย ฮือ ทำไมไม่พูดคำสร้อยวะ เขาอาจจะหัวเราะที่เราซุ่มซ่ามก็ได้ แต่เอาจริงป่ะ ตอนนั้นในหัวเรารู้สึกว่างเปล่ามากเลย เมื่อกี้มันอะไรนะ เขาถามเราเหรอ ถามเราว่าเราเป็นอะไรเหรอ เชี่ย สัมผัสได้ว่าใจเต้นเร็วขึ้น 0.2x ฮ่าๆๆ
     คือมันก็เป็นประโยคธรรมดามากๆ แต่พอเขาเป็นคนถามแล้วทำไมมันฟังดูใส่ใจจังเลยวะ 
     จริงๆมันก็ธรรมดานั่นแหละ แต่พอเป็นเขาพูด มันก็ดูพิเศษขึ้นมา 
     ชอบจัง เป็นอีกวันที่เราได้กำไร :)

SHARE
Writer
wapch
keeper
Love is just beautiful for fools like me

Comments