หญิงสาวs น้ำตา และระเบียงชั้นเก้า.


แด่คุณ,
ความเงียบ ณ ระเบียงชั้นเก้า



1.

“เคยอ่านเจอว่ามีแค่แมวกับคนบ้าที่ชอบที่สูง… คุณเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง?” 
 
เสียงนุ่มๆ เรียบๆ ดังมาจากคนที่ยืนพิงราวกั้นระเบียงชั้นที่เก้าของอาคารอยู่ด้วยท่าทีสบายๆ ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งเปิดประตูระเบียงออกมาหวังจะหาที่เงียบๆ อยู่คนเดียวชะงักไป คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลายออก

“หึ ท่าทางจะเป็นอย่างหลังละมั้ง...” ผู้มาใหม่แค่นรอยยิ้มเย้ยหยัน แล้วเงยขึ้นสบตาคนถามอย่างไม่คิดจะซ่อนคราบน้ำตาบนใบหน้าและดวงตาที่บวมช้ำ

ผู้หญิงแปลกหน้ายังคงมีรอยยิ้มบางๆ ไม่ระบุอารมณ์ประดับอยู่บนใบหน้า หล่อนก้าวเข้ามาแล้วก็สวมกอดอีกคนไว้ ทำให้ร่างที่เตี้ยกว่าเพียงเล็กน้อยขืนตัวออกด้วยความตกใจ

“ไม่มีใครสมควรจะต้องร้องไห้คนเดียวหรอกนะคะ”

ร่างสูงกว่าส่งเสียง ชู่ เบาๆ และกระซิบข้างหูอย่างนั้น เธอจึงค่อยสงบลงแล้วก็ปล่อยให้อีกคนโอบและลูบหลังเงียบๆ

น่าแปลก

เธอเจอหล่อนได้ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แต่กลับรู้สึกสบายใจในอ้อมกอดอุ่นๆ นั่น

เธอร้องไห้ให้กับร่างสูงที่ไม่จริงใจ

ความสัมพันธ์ขนาด 178 เซนติเมตรเพิ่งทำให้เธอเสียน้ำตา แต่ดูราวกับว่าอ้อมกอดจากร่างที่เล็กกว่ากันเกือบ 20 เซนติเมตรตรงหน้า กลับกำลังทำให้เธอรู้สึกว่าเรื่องราวที่เจ็บปวดเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ ‘ไม่เป็นไร’

ทั้งๆ ที่อีกคนไม่ได้เอ่ยอะไรอีก แต่ความเงียบที่โอบคลุมทั้งคู่อยู่กลับปลอบประโลมเธออย่างอ่อนละมุนที่สุด

พายุของความเศร้าค่อยๆ เบาบางลงไป พร้อมๆ กับที่ไหล่ของอีกคนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา เธอเผลอยกสองแขนขึ้นกอดอีกฝ่ายไว้แน่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่อาจรู้ได้ พอๆ กับที่ไม่รู้ตัวว่ามือของอีกคนย้ายจากที่เพียงโอบไว้หลวมๆ มาลูบเส้นผมกันอย่างอ่อนโยนตั้งแต่เมื่อไร

หญิงสาวแปลกหน้าค่อยๆ คลายอ้อมแขนเมื่อสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมกอดเริ่มถอนสะอื้น 

สายตาสองคู่สบประสาน

ยังหรอก ยังเร็วเกินไปมากที่จะใช้คำนั้น 
แต่อย่างน้อยเธอก็อยากจะขอบคุณคนที่หยิบยื่นความเงียบมาแบ่งปันให้กัน และขอเรียกความรู้สึกใหม่นี้ว่าความสบายใจ

รอยยิ้มบางๆ และดวงตาที่มองมาด้วยความห่วงใยบริสุทธิ์อย่างไม่คิดจะถามหาสาเหตุของรอยน้ำตาทำให้ความหนักอึ้งในหัวใจของคนที่ยังคงสะอื้นเบาๆ ค่อยๆ คลายลง

หญิงสาวยิ้มตามโดยอัตโนมัติ 
ในจังหวะที่ไม่รู้ตัว และไม่รู้ใจตัว รอยยิ้มจากความรู้สึกขอบคุณอย่างแท้จริงก็ระบายออกมาบนใบหน้าที่ยังคงพราวไปด้วยหยาดน้ำตา


เธอยิ้มให้กับคนตรงหน้า 
ความสบายใจขนาด 158 เซนติเมตร.



  


2.

รอยยิ้มเปื้อนน้ำตา ทว่าสดใสทำให้หัวใจของคนที่ตอนแรกแค่หวังดีโดยไม่หวังอะไรเต้นเร็วขึ้นอีกหนึ่งจังหวะ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หล่อนก็แค่มายังระเบียงชั้นเก้าเพื่อมองไปที่สุดสายตาตรงที่ผืนฟ้าทอดลงมาจรดกับแนวตึกสูงอย่างที่ทำเป็นประจำ อย่างที่ทำมาตลอดหนึ่งปีตั้งแต่วันแรกที่บังเอิญเปิดประตูออกมาด้วยความสงสัยแล้วพบว่าพื้นที่ตรงนี้แสนจะเงียบเหงา ภาพที่เห็นจากมุมสูงช่างงดงามแท้ๆ แต่กลับไม่มีใครคิดจะออกจากอาคารมายืนรับลมและเชยชมบรรยากาศอย่างช้าๆ บ้างเลย

บางทีระเบียงชั้นเก้าอาจจะกำลังเหงาหรือน้อยใจอยู่ก็เป็นได้

หล่อนเป็นเพื่อนสนิทกับความเหงาอยู่แล้ว และหล่อนก็รักที่สูงเหลือเกิน ดังนั้นตั้งแต่วันนั้นหล่อนจึงตั้งใจหาเวลามายืนเหงาเป็นเพื่อนระเบียงชั้นเก้าอย่างสม่ำเสมอ

ตลอดมา ไม่เคยมีใครเปิดประตูเหล็กหนาหนักนั่นเลยสักครั้ง และหล่อนก็ไม่เคยคิดว่าจะมีใครทำอย่างนั้น หากก็เคยคิดเล่นๆ กับตัวเองไว้ ว่าถ้ามีใครสักคนหลงเปิดประตูออกมาเจอหล่อนจริงๆ ก็ตั้งใจจะพูดประโยคที่ตนชอบนักชอบหนาจากหนังสือ ‘มิเกะเนโกะ โฮล์ม แมวสามสียอดนักสืบ’ กับคนคนนั้นดูสักที

เมื่อร่างบางเปิดประตูออกมาขณะที่หล่อนกำลังใจลอยได้ที่ ประโยคดังกล่าวจึงหลุดออกไปทันทีด้วยจิตใต้สำนึก โดยไม่ทันเห็นว่าอีกคนกำลังร้องไห้

‘เคยอ่านเจอว่ามีแค่แมวกับคนบ้าที่ชอบที่สูง… คุณเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง?’

การถามอะไรแบบนั้นนับว่าน่าประหลาดแล้ว การที่ผู้มาใหม่ไม่รีบหันหลังกลับไป แต่กลับตอบรับว่าตัวเองเป็นคนบ้าเสียอย่างนั้นเป็นเรื่องที่แปลกกว่า

หล่อนแปลกใจตัวเองเช่นกัน สาบานได้ว่าไม่ใช่คนที่มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์มากมายอะไรนัก แต่ขอบตากับปลายจมูกรั้นที่แดงช้ำจากการร้องไห้ ทำให้หล่อนนึกถึงลูกแมวหงอยๆ น่าเอ็นดู และนึกอยากกอดปลอบอีกคนขึ้นมา

เมื่อสมองตัดสินได้ว่าคนตรงหน้าดูเหมือนแมวมากกว่าคนบ้า ร่างกายของหล่อนก็ขยับไปโดยอัตโนมัติ แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยคำพูดสวยหรูอย่าง ‘ไม่มีใครสมควรจะต้องร้องไห้คนเดียวหรอกนะคะ’ แล้วกอดคนแปลกหน้าที่กำลังหลั่งน้ำตาเอาไว้

ทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจอะไรเลย และคาดว่าอีกคนก็คงไม่เข้าใจเช่นกัน 
แต่ระหว่างที่โอบร่างเล็กนั้นไว้ ใจที่วุ่นวายมาตลอดของหล่อนก็ค่อยๆ สงบลง เสียงตะโกนของความเงียบเหงาค่อยๆ เบาบาง ความสบายใจที่ไม่เคยสัมผัสมานานแวะกลับมาเยี่ยมเยียนกันอีกครั้ง หญิงสาวแปลกหน้ากอดหล่อนไว้แล้วก็สะอื้นรุนแรงจนหล่อนอดยกมือขึ้นมาลูบศีรษะและแผ่นหลังที่สั่นเทาอย่างปลอบประโลมไม่ได้

ในหัวว่างเปล่า ไม่ได้คิดเลยว่าคนในอ้อมกอดจะมองว่าหล่อนเป็นคนยังไง เห็นความหวังดีนี่เป็นการฉวยโอกาสหรือไม่ หรือแม้แต่ตัวเองทำทั้งหมดนั่นไปเพื่ออะไร



รู้แค่อยากกอดคนนี้ในตอนนี้ 
อยากแบ่งเบาความเศร้าหนักอึ้งที่อีกคนแบกไว้แม้สักนิดก็ยังดี

และการมีคนคนนี้ในอ้อมกอด ณ วินาทีนี้ 
ช่างเป็นสุข.

 



3.

ท้องฟ้าทิ้งตัวลงมาสัมผัสกับเงาตึกสูงและเทือกเขาที่เห็นอยู่เพียงรางๆ

ราวเหล็กกั้นเย็นเฉียบและระเบียงชั้นเก้าเหงาเงียบ

หญิงสาวสองคน

หยาดน้ำตารินไหลและค่อยแห้งไป

รอยยิ้มอุ่นระยิบระยับไหว

แว่วเสียงหัวเราะแผ่วเบา

ความเศร้าระเหยลอยหายไปในหมู่เมฆที่ลอยตัวต่ำราวกับจะเอื้อมมือไปแตะคว้าลงมาได้

หัวใจดวงหนึ่งยังคงเจ็บปวดเกินกว่าจะเริ่มใหม่ แต่อย่างน้อยเลือดก็หยุดไหล และไออุ่นจากมือที่โอบกอดไว้ก็ทำให้แผลค่อยๆ สมานเข้าอย่างช้าๆ

หัวใจอีกดวงกำลังทำความรู้จักกับความรู้สึกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสอย่างกล้าๆ กลัวๆ เกรงจะทำให้อัญมณีมีค่าที่เพิ่งค้นพบเปราะสลายได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า
 
ทั้งสองต่างต้องการเวลา แต่ก็ไม่มีใครเร่งรีบอะไร

ตราบใดที่ตึกสูงยังคงตระหง่านขึ้นไปจรดแผ่นฟ้า และระเบียงชั้นเก้ายังคงไม่มีใครอื่น

ยังมีเวลามากมาย ให้ออกค้นหาความหมาย และทำความเข้าใจ



สิ่งที่แตกยอดอ่อนลึกลงไป
ณ ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นที่กำลังสั่นไหวแผ่วเบา
อยู่ในอ้อมกอดอุ่นละไม
ของกันและกัน. 



 
 
22.05.2017 (01.08 P.M.) ถึง 04.06.2017 (04.12 P.M.) 

เรื่องสั้น (?) จากชิ้นส่วนของความคิดไม่ประติดประต่อ,
ในความเงียบเหงาของระเบียงชั้นเก้าที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี.




SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าจากอีกฟากหนึ่ง.
ที่เก็บเรื่องเล่าเว้าแหว่งจากอีกฟากหนึ่งของความรู้สึก.
Writer
BlueBlackCat
แมวดำสีน้ำเงิน
A Black Cat in the Middle of Nowhere

Comments

Mydiaryyy
2 years ago
ชอบมากเลยค่ะ มาจากประสบการ์ณมั้ยคะ เราเคยมีประสบการ์ณคล้ายๆแบบนี้ค่ะ 

Reply
BlueBlackCat
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบนะคะ
ประสบการณ์ของเรามีแค่ส่วนที่ชอบหนังสือเล่มนั้นกับระเบียงชั้นเก้า แล้วก็ประโยคที่อยากจะลองพูด แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครเคยเปิดเข้ามาเลยค่ะ ฮ่าๆ
Mydiaryyy
2 years ago
ติดตามต่อไปนะคะ
BlueBlackCat
2 years ago
ขอบคุณค่ะ :3