[OS] Killer (Wonyoung x Yujin)
เสียงบีทหนักๆจากดีเจสาวที่กำลังวาดลวดลายของหล่อนในสถานที่อโคจรแห่งนี้ สร้างเสียงเชียร์และบรรยากาศโลดโผนให้ผู้คนที่ไขว่คว้าหาความบันเทิงยามค่ำคืนไม่น้อยเลยทีเดียว
กลิ่นบุหรี่ เสียงพูดคุย ผู้คนแค่กำลังต้องการแสดงด้านที่ดีของเขาเพียงเพื่อเรียกฝ่ายตรงข้ามให้สนใจก็เท่านั้นแหละ

ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยแจ็กเก็ตดำสนิทที่ยืนพิงผนังข้างห้องน้ำขยับยิ้มเล็กน้อย เมื่อมองไปยังชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังโชว์พราวว่าตนสามารถเรียกเด็กนั่งดริ๊งได้เป็นสิบคน ในขณะที่เขาไม่รู้เลยว่าผู้หญิงฝั่งซ้ายที่สาละวนกับแผงอกแกร่งนั่นกำลังจะหยิบกระเป๋าสตางค์เขาอยู่...

แต่ก็ช่างปะไร.. หล่อนก็ไม่ใช่คนดีที่จะยื่นมือไปช่วยชายหนุ่มคนนั้นหรอกน่ะ ได้เพียงแต่คิดก่อนจะสอดมือหยิบบุหรี่มวนหนึ่งจากกระเป๋าแจ็กเก็ต คาบมันไว้ที่ริมฝีปากแล้วจุดสูบควันสีขุ่นให้ลอยอย่างอ้อยอิ่ง

ดวงตาคมเริ่มหรี่ลงหลังเห็นว่า 'เป้าหมาย' ของหล่อนในค่ำคืนนี้ค่อยๆสาวเท้าเข้ามาอยู่ในรัศมีที่พอจะสังเกตได้ ท่าทีเนิบนาบ เชื่องช้า ทว่ายังดูสวยงามเสมอ


ความสวยของจางวิคกี้ยังเหมือนผีเสื้อกลางคืนที่ทำเพียงได้แค่เชยชม


ใช่ และอันยูจินกำลังรอคอยหล่อนอยู่





"วอนยองอ่า..." 


น้ำเสียงทุ้มเอ่ยแหบพร่า ใช้ช่วงเวลาไม่กี่อึดใจที่หญิงสาวเดินขึ้นบนบันไดชั้นสองของสถานที่เริงรมย์เพียงผู้เดียว กวาดมือหนาเข้ารวบอีกฝ่ายและดันร่างบอบบางชนติดกำแพง 
ยูจินปล่อยมีดพกที่ซุกไว้ใต้แขนเสื้อมาจับไว้มั่น จรดปลายคมเข้าที่ลำคอขาวตัดกับชุดเดรสสั้นเปิดไหล่สีสดที่หล่อนสวม


"ชู่ว อย่าส่งเสียงสิ"


นิ้วเรียวเลื่อนไปหยุดที่ริมฝีปากนุ่มที่กำลังจะอ้าปาก ใบหน้าหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ยี่ห้อดังไม่แม้คลายลงสักนิดแม้มีแสงยามวิกาลสาดเพียงสลัว
ชุดราคาแพงที่หล่อนสวมถูกปลดให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นด้วยฝีมือยูจิน


"ไม่เจอกันนานเลยนะ"


ว่าก่อนกดคมมีดให้ติดผิวเนื้อ บดเบียดขายาวเพื่อพันธนาการร่างบางให้ไร้การขยับเขยื้อน หน้าอกสวยกระเพื่อมตามจังหวะการหายใจ และถี่ขึ้นเมื่อใบหน้าสวยคมยื่นเข้ามาใช้ออกซิเจนร่วมกัน 
ยูจินเหยียดยิ้ม เพียงแค่ออกแรงนิดเดียว ร่างใต้อาณัติก็จะถูกปลิดชีพอย่างง่ายดาย ดั่งกระตายที่ใกล้ถูกราชสีห์ขย้ำในไม่ช้า


"ของ..ที่เธอขโมยบอสมาอยู่ไหนล่ะ?"


วอนยองไม่ได้ตอบคำถามของยูจิน หญิงสาวเม้มปากเป็นเส้นตรง ความเจ็บปวดที่โถมเข้ามาไม่ทันตั้งตัวผสมกับความเย็นของเหล็กเนื้อดีที่สัมผัสกาย ยิ่งสร้างความหมิ่นเหม่ให้วอนยองเท่าทวีคูณ มือบางพยายามบิดให้หลุดจากการเกาะกุม แต่มันก็ยากเหลือเกินด้วยเรี่ยวแรงของคนอายุมากกว่าที่เยอะกว่าตน

ยูจินเป็นแบบนี้เสมอ ทั้งรุนแรง รวดเร็ว แม่นยำ


...แต่ประมาทเกินไป



ราชสีห์คงไม่รู้ว่ากระต่ายตัวน้อยที่สบประมาทว่าไร้อำนาจไม่ได้โง่เขลาอย่างที่คิด เมื่อสัตว์ตัวเล็กกลับเป็นฝ่ายลั่นกับดักขังราชสีห์ผู้องอาจเสียเอง



"จะ จาง วอนยอง"


เจ้าของชื่อผุดรอยยิ้มบางอย่างผู้ชนะ

ท่าทีของวอนยองยังดูเนิบนาบ เชื่องช้า และงดงามเสมอ มือบางค่อยๆดึงเข็มบรรจุยาสลบออกจากท่อนแขนอีกฝ่ายเพื่อเฉลยให้เห็นถึงที่มาของของความเจ็บปวดแปล้บๆ 
ยูจินกัดฟันแน่น หากพอจะเอ่ยออกไป สติสัมปชัญญะที่มีก็ไม่มากพอที่จะยื้อร่างกายของตัวเองให้ยืนไหว


"ฉัน...ไม่ใช่ 'วอนยอง' ของพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ" ท้ายประโยคดูแผ่วเบาในความคิด และนั่น เป็นเสียงสุดท้ายที่ยูจินได้ยิน...





แกร้งง~~



เสียงของแข็งกระทบกันดังในโสตประสาท ปลุกยูจินให้ตื่นอย่างเชื่องช้า คนขี้เซากระพริบตาถี่เมื่อพบว่าเธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอีกไม้เก่า ไม่ใช่เป็นการนอนสบายบนเตียงดังปกติ

ครั้นพอจะพยายามขยับกาย ทั่วทั้งร่างก็กลับถูกพันธนาการด้วยเทปกาวและเชือกหลายชั้น ยูจินเบนสายตาไปยังต้นเสียงที่อยู่ออกไปไม่กี่ช่วงตัว จางวิคกี้นั่นเองที่นั่งอยู่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาของหล่อนจับจ้องมาที่เธอ

เงายาวจากแสงที่ลอดผ่านหน้าต่างเพียงตัวเดียวของห้อง สาดส่องให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้า ทว่าความสวยที่มีไม่ได้ลดลงแม่แต้น้อย วอนยองยังเป็นวอนยอง...ที่สวยในสายตายูจินเสมอ ระยะเวลาสามปีที่ห่างเหินกัน ยิ่งทำให้เด็กสาวเมื่อครั้นสมัยก่อนเติบโตกลายเป็นสาวสะพรั่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจางวิคกี้ในเวลานี้ ดูสวยกว่า 'วอนยอง' ในความทรงจำครั้งไหนๆ

ชุดสีสว่างเข้ากับริมฝีปากบางน่าหลงใหลถูกถลกให้ดูทะมัดทะแมง วอนยองเดินลงจากเก้าอี้อ้อมไปอีกฝั่ง เสียงส้นสูงกระทบพื้นไม้สะท้อนดังพอๆกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นรัว


รู้สึกตัวอีกที หล่อนก็มาหยุดยืนตรงหน้ายูจินเสียแล้ว...


"อ่า คุณซูยองคงส่งพี่มาสินะ" 


ย่นจมูกอย่างขัดใจ ก่อนจะย่อใบหน้าลงมาระดับเดียวกัน มือเรียวไล้ไปตามสันกรามได้รูป ฤทธิ์ของยาสลบที่ยังค้างคาทำให้ยูจินไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าครางฮือในลำคอ


"อะ เอาของที่เธอขโมยมาเดี๋ยวนี้"

"แย่จัง ฉันดันทำของแบบนั้นหายไปแล้วสิ" ว่าก่อนเลื่อนนิ้วลงไปที่ไหปลาร้าขาว แล้วถลกเสื้อหนังของยูจินลง เผยให้เห็นถึงชั้นในสีดำสวมทับด้วยเสื้อกล้ามขาวบาง.. วอนยองยิ้มกริ่ม สอดมือเข้าไปใต้เสื้อตัวเล็ก ลากปลายนิ้ววนบริเวณหน้าท้องแบนราบ สัมผัสผิวเนื้อละเอียดอย่างคนสุขภาพดี "นักฆ่าที่ทำงานพลาดอย่างพี่น่ะ...ไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันเลย ไม่มีสิทธิ์สักนิด"


"จะทำอะไรน่ะ!!" 


มืออันซุกซนยังขยับไปเรื่อยโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงจนมาหยุดที่แอ่งชีพจร วอนยองหยิบปลอกคอหนังจากโต๊ะทรงเตี้ยสวมเข้าที่ลำคออีกฝ่าย กระตุกเพียงนิดเดียว ใบหน้าของยูจินก็เข้ามาใกล้กันเพียงหนึ่งองคุลี... รับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นคลอเคลียอยู่ปลายคาง

ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเข้ามาทาบทับส่วนเดียวกัน อันยูจินถอยหน้าหนี ทว่าแรงดึงจากจากวัตถุที่ลำคอก็รั้งไม่ให้ขยับไปไกลกว่านั้น 

...จูบของวอนยองหวานเหลือเกิน



"อื้อออออ"


ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ให้ถลำลึก แต่มันกลับถูกทลายอย่างง่ายดายเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาจากเนื้อนุ่ม อารมณ์หวาบหวามพัดโหมกระหน่ำยามปลายลิ้นเล็กแทรกหาความหวานจากกัน เสียงครางฮือเบาๆคล้ายพึงพอใจของวอนยองลอดจากช่องว่างริมฝีปาก


"วอนยองอ่า"


"วอนยองของพี่น่ะ ตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วค่ะ"

กระตุกปลอกคอหนัง ส่งจูบร้อนๆบดขยี้ลงไปจนหัวสมองพร่าเบลอ เสื้อตัวจิ๋วถูกวอนยองกระชากออกอย่างขัดใจ
ริมฝีปากบางไล่พรมแรงกดจูบแผ่วเบาทว่าหนักแน่นไปทั่วร่างคนแก่กว่า ลมหายใจอุ่นที่ประทะผิวกายเปล่าทำเอายูจินสะดุ้งอยู่หลายครั้ง พยายามสะกดเสียงครางที่มันอาจจะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ เนินเนื้อนุ่มถูกกัด ดูดกลืนความหวานหอมจากนักฆ่าสาวและจูบซ้ำไปอีกที


วอนยองกำลังสนุกกับการยั่วเย้า...


กระต่ายตัวน้อยที่ไม่แม้แต่จะลงมือกับราชสีห์ที่ถูกจับเสียที


"ถ้ามันทรมาณนักก็ปลดปล่อยออกมาเถอะค่ะ"


วอนยองหยุดริมฝีปากไว้ที่ปราการสีดำตัวสุดท้าย ขอบกางเกงในถูกร่นเหลือเพียงครึ่งและไม่คิดจะถอดมันออกไป หล่อนเงยใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อตามไรผมมองสีหน้าฝืนทนของอีกคน


"มะ ไม่ อ้ะะ!!"


"ยูจินออนนี่" เรียกชื่อพร้อมกับฝ่ามือร้อนที่ปลดชิ้นผ้าตัวสุดท้ายลง ความระอุจากเบื้องล่างบ่งบอกได้ดีว่าคนอายุมากกว่าต้องการแค่ไหน วอนยองยืดตัวตรง พาร่างตัวเองขึ้นคร่อมอีกฝ่าย


"มองฉันสิคะ” 


หันให้หน้าผากชนกันเมื่อเห็นว่ายูจินยังนิ่งเฉย โน้มตัวลงจูบมาจูบอีกทีพร้อมกับขยับให้แนบสนิทยิ่งขึ้น ร่างกายส่งไอร้อนปะปนกันคลอกับเสียงหายใจดังเป็นระยะ

"ทำไม?" ยูจินถามเสียงสั่น

วอนยองหลุบตาลง... เงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยตอบอีกฝ่าย


"ฉันต่างหากที่ควรถามว่า พี่มาทำไม?"



เสียงนั้นว่าในความมืดมิด...


ยูจินไม่ได้ตาฝาด ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นคล้ายสะกดอารมณ์บางอย่างไว้ แต่มันคืออะไรล่ะ?

ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน วอนยองของเธอในตอนนั้นช่างงดงาม สดใสอย่างที่สาววัยแรกรุ่นควรจะเป็น ทว่าตอนนี้ ช่องว่างที่เรียกว่าเวลากลับพัดพาสิ่งนั้นไปไกลเหลือเกิน จางวิคกี้ยังเป็นคนๆเดิม เพียงแต่เป็นวอนยองที่เธอไม่รู้จักอีกแล้ว...

“ที่นั่นคงเน่าเฟะมากสินะคะ จนถึงขั้นส่งพี่มาน่ะ ทั้งๆที่รู้ว่าพี่ไม่เคยชนะฉันได้แท้ๆ” น้ำเสียงนั้นนิ่งเฉย พร้อมกับส่งปลายนิ้วที่ชำแรกเข้ามาในตัวยูจินถึงสองนิ้ว ร่างสูงกระตุกเกร็ง ความเจ็บปวดและความเสียวซ่านคับแน่นอยู่ภายในนั้น 

“เปล่า ฉันเปล่า” แม้จะอยากให้วอนยองจบเกมส์ที่หล่อนเป็นคนเริ่มเสียที แต่ยูจินทำได้เพียงสะกดอารณ์หวามนั้นไว้แล้วพยายามเอ่ยตอบ

“ที่จริง ฉันเป็นคนเสนอตัวมาเอง อะ อ้ะ..”

ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ ความเร็วที่ปลายนิ้วก็ยิ่งรัวเร็วเป็นเท่าตัว ทั้งที่อยากจะปฏิเสธสัมผัสนั่นแท้ๆ หากร่างกายกลับตอบสนองด้วยการสวนสะโพกเข้าออกตามจังหวะ วอนยองไม่แม้แต่จะให้โอกาสเธอพูด หล่อนกระตุกปลอกคออีกครั้ง ส่งจูบร้อนๆที่พร้อมจะแผดเผาเราทั้งคู่

ชั่วอึดใจที่ทั้งทรมาณและสุขสมในเวลาเดียวกัน ร่างกายยูจินกอดรัดร่างบางไว้เต็มรัก ปล่อยอารมณ์ที่พุ่งทะยานสูงสุดออกมาจนหมด...

“วะ วอนยอง” สมองของอันยูจินโล่งไปหมด เธอรู้สึกแค่ริมฝีปากอิ่มที่ประทับอยู่บนริมฝีปากเธอเบาๆก่อนจะผละออก รสชาติของวอนยองยังตลบอบอวนอยู่ที่ปลายลิ้น 

จางวอนยองลุกออกไปแล้ว แผ่นหลังเล็กค่อยๆไกลห่างออกไปเรื่อยๆในความมืดมิด



“ฉัน...

คิดถึงเธอ”




วินาทีที่ยูจินรู้ว่าตัวเองทำงานพลาด เธอกลับเอ่ยเรื่องที่ไม่สมควรพูดออกไป เธอเป็นนักฆ่าที่ล้มเหลว ทั้งยังเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน 
มือที่ถูกมัดกำแน่น อยากจะขยับออกไปให้ใกล้หล่อนมากกว่านี้

“เราไม่ควรเจอกันเลย ไม่สักนิด” วอนยองยืนนิ่งอยู่หลายวินาทีก่อนจะเอ่ยคำนั้นออกมา 

ร่างบางของจางวิคกี้เดินกลับมาหายูจิน ในความมืดที่ยูจินทำได้เพียงสบนัยย์ตาวูบไหว วอนยองทิ้งตัวลงที่เธอ ปลายจมูกรั้นซุกเข้าที่ซอกคอ ทั้งที่หล่อนทำกันถึงขนาดนั้นแล้ว แต่ยูจินกลับเอาแต่ภาวนาให้เชือกที่มัดแขนเธอหลุด อยากจะโอบร่างบางให้จมมิดอยู่ในอ้อมกอดกันและกันแล้วไม่ต้องสนใจเรื่องบ้าบอพรรค์นั้นอีก


“ยูจินออนนี่...” 


สิ่งสุดท้ายที่ยูจินรับรู้คือสัมผัสอุ่นที่ข้างขมับ และเสียงกระซิบที่หากต้องใช้เวลาอีกสามปีข้างหน้า อันยูจินก็ยังจดจำมันได้ขึ้นใจ


“ขอโทษนะคะ”


เข็มยาสลบถูกดึงออกจากต้นแขนยูจินพร้อมกับใบหน้าเศร้าของจางวอนยองที่หล่อนไม่มีวันจะได้เห็นมัน...





‘เรียบร้อยแล้วสินะ’


“อือ”


‘โอเค เจอกันที่เดิม’


“อือ”


ปลายสายถูกตัดไปทิ้งให้ร่างบางของจางวิคกี้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เธอพ่นควันบุหรี่ที่แอบหยิบจากแจ็กเก็ตอันยูจิน ปล่อยสายตาล่องลอยไปพร้อมกับควันขุ่นที่ค่อยๆจางหายกับอากาศ ก่อนจะหลุบลงมองร่างสูงข้างตัวที่ยังไม่ได้สติ 
อันยูจินหายใจสงบนิ่ง คิ้วสวยขมวดเข้าหากันจนวอนยองเผลอเอานิ้วแตะ อยากจะรู้ว่าเจ้าหล่อนกำลังฝันร้ายอยู่รึเปล่าถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้น


“อ่า คงฝันร้ายนั่นแหละ”


เลื่อนมือมาที่ปลายผมสีดำสนิทที่วอนยองเคยจำได้ว่ามันเคยสั้นประบ่า ไม่ใช่แค่เธอ...แต่ยูจินเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน 
ช่วงเวลาสามปีไม่ใช่สิ่งที่จะทดแทนกันได้ง่ายๆ วอนยองเองก็รู้ดี 

เรื่องระหว่างอันยูจินกับเธอเป็นเพียงแค่อดีตเท่านั้น


“จากนี้ไปคงไม่ได้เจอกันอีกนานเลยล่ะ”


เกลี่ยปลายนิ้วอยู่ที่ริมฝีปาก ก่อนจะกดมันช้าๆให้ระลึกถึงสัมผัสนั้นได้อย่างชัดเจน

วอนยองหยิบรูปที่เก็บไว้ในกระเป๋าของเธอวางไว้บนอกของหญิงสาวตรงหน้า รูปที่เมื่อสามปีก่อนวอนยองได้รับมันมาจากบอสคนเก่า ในนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยที่เธอต้องจัดการฆ่าปิดปากเนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีสปายในกลุ่มนักฆ่าของพวกเธอ 


มันคือรูปของอันยูจิน...


วอนยองรู้ดีกว่าใครว่าไม่มีทางเป็นอันยูจินอย่างแน่นอน เธอจึงจำเป็นต้องหักหลังกลุ่มของเธอด้วยการขโมยความลับสุดยอด หนีการถูกไล่ล่ามานักต่อนัก แต่นั่นก็คุ้มค่ากับที่เธอได้รับรู้ว่ายูจินยังมีชีวิตอยู่ ถึงจะเกลียดกันก็ช่าง

ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินออกจากบริเวณนั้น ซอยแคบๆแห่งนี้ อีกไม่นานพอตะวันขึ้นคงมีแสงสาดปลุกอันยูจิน พอถึงตอนนั้นยูจินคงจะถูกตำหนินิดหน่อยเรื่องทำงานพลาด แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะอีกไม่นานเธอก็จะออกจากประเทศนี้ การจับกุมตัวคงจะเว้นระยะห่างอีกสักพัก


“อื้อ ถึงจะไม่ได้เจอกันก็ไม่เป็นไร” 


จางวิคกี้ยิ้มบางๆ


“ลาก่อนนะ”



SHARE

Comments