ชายหนุ่มคนหนึ่ง และแสงหิ่งห้อยของเขา
ในชนบทห่างไกลแสงสีของเมืองหลวง มีเด็กชายตัวน้อยอยู่คนหนึ่ง เขาชื่นชอบการมานั่งเรือเล่น ชมแสงหิ่งห้อยในยามค่ำคืน

ทุก ๆ คืนวันศุกร์ เขามักจะชวนคุณพ่อกับคุณแม่ออกมานั่งดูหิ่งห้อยด้วยกัน แม้พ่อกับแม่ของเขาจะไม่สามารถเข้าถึงความสวยงามขั้นที่เด็กชายหลงใหลได้ แต่ท่านทั้งสองก็พร้อมพาเขาออกมาเจอสิ่งที่เขารักตลอด

จนเมื่อเด็กชายโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่ม เขาก็ยังคงทำอย่างเดิมอยู่เรื่อย ๆ แม้ใครจะมองว่าแปลกสำหรับเขา ที่เห็นอยู่ทุกวันยังไม่เบื่อ แต่สำหรับเขา มันคือความหลงใหล และความรักในแสงเหล่านี้ ที่บินไปเรื่อย ๆ ตามต้นไม้ใหญ่

เขามีความฝัน ว่าวันหนึ่ง แสงเหล่านี้จะมาบินรอบตัวเขาบ้าง แต่เขาก็เข้าใจ ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ และเขาเอง ก็มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเขา เมื่อเขาได้เห็นปรากฏการณ์ที่หิ่งห้อยมาบินรวมกันอยู่เป็นฝูงใหญ่ มันเป็นภาพที่สวยงามมากอย่างที่เขาอยากจะเก็บไว้ และอยากให้มันคงอยู่ตลอดไป

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เด็กชายหวังไว้ เหล่าหิ่งห้อยนั้นค่อย ๆ บินแยกกันออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงหิ่งห้อยไม่กี่ตัวมาบินวนรอบตัวเขาอย่างที่เคยเป็น

เขายอมรับว่าตัวเขาเองรู้สึกผิดหวัง แต่เขาก็เข้าใจได้ ว่ามันเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ เลือกที่จะจำภาพที่สวยงามนั้นไว้ และยังคงความรักในแสงเหล่านี้ดังเดิม


จนเมื่อเขาโตขึ้นเป็นชายหนุ่ม ก็ได้ทำงานที่เขาฝัน การเป็นช่างภาพ ภาพของเขาล้วนเป็นภาพหิ่งห้อยทั้งสิ้น และเขาจะทำงานได้ในเวลากลางคืนเท่านั้น

คนรอบตัวเขาต่างมองว่างานของเขามันน่าเบื่อ ที่ต้องอยู่กับสิ่งเดิมทั้งคืน ทุกวัน แต่สำหรับเขา มันไม่ใช่การทำงาน แต่มันกลับเป็นการผ่อนคลาย และอยู่กับสิ่งที่เขารัก โชคดีอย่างหนึ่งของเขาคือการที่คนใกล้ตัวของเขาพร้อมสนับสนุนเขาให้ได้ทำสิ่งที่รักต่อไป

ความฝันของเขาเปลี่ยนไป จากที่อยากมีแสงหิ่งห้อยมาบินรอบ ๆ เขากลับต้องการเพียงเห็นปรากฏการณ์ที่เขาเคยเห็นเมื่อตอนเด็กอีกครั้ง มันจะทำให้เขามีความสุขมาก และมันก็คงจะออกมาเป็นภาพที่สวยงามมากที่ตอนนั้นเขาไม่มีโอกาสได้เก็บไว้เช่นกัน

เขาเฝ้ารอวันนั้นมาถึง ในระหว่างนั้น เขาก็ฝึกฝนฝีมือถ่ายรูป จนเขาเริ่มท้อใจ แล้วมีความคิดที่จะย้ายที่อยู่ เพราะคิดว่านั่นอาจทำให้เขาได้ภาพที่เขาต้องการได้ แต่แน่นอนว่าเขาไม่มีทางเลิกทำอาชีพที่เขารักนี้ไปเด็ดขาด

แล้วในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะย้าย ก็มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นกับเขา นั่นคือแสงหิ่งห้อยที่มาบินอยู่รวมกันที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน เขาตื่นเต้นมาก แต่ก็ไม่รอช้า หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายทันที

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจอยู่ต่ออีกสักหน่อย เพียงเพราะมีความหวังว่าแสงหิ่งห้อยเหล่านี้จะกลับมาเจอกันอีก

ในคืนถัดมา เขาออกมารอถ่ายรูปหิ่งห้อยตามเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือการที่มีหิ่งห้อยมาบินรอบตัวเขา มันเป็นอะไรที่เกินจากที่คาดหวังไปมาก แต่มันก็ทำให้เขาปลื้มปริ่มมากเช่นเดียวกัน และเขาคิดว่ามันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ในคืนถัดไปและในทุก ๆ คืนจากตอนนั้น กลับเกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำอยู่เรื่อย ๆ จนเขาตัดสินใจอยู่ต่ออย่างถาวร เพื่อชมสิ่งที่เขาคงต้องขอบคุณพระเจ้าไปชั่วชีวิตที่ทำให้เขามีโอกาสได้เห็นอะไรที่สวยงามมากขนาดนี้

หิ่งห้อยอย่างเราอยู่ตรงนี้มาตลอด เราบินเล่นไปมากับเพื่อนอยู่ทุกวัน และใช่ เราจำได้ว่าเคยมีเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ชอบมานั่งดูพวกเราบินเล่นกัน

เมื่อก่อนนั้น พวกเราบินไปมาเรื่อย ๆ พยายามทำให้นักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ประทับใจ จนเราลืมเด็กน้อยคนนั้น ที่กลายเป็นชายหนุ่มช่างภาพคนนี้ไป เราลืมว่ามีเขาที่มุ่งมั่นทำในสิ่งที่เขารักมากขนาดนี้

เราอยากขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้นึกถึงเขาอีกครั้ง ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เราได้กลับมาหาเขา และขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เขายังอยู่ทำสิ่งที่เขารักต่อไปเรื่อย ๆ ตรงนี้ จนเราได้มาเจอเขาอีกครั้ง

จากนี้เราสัญญาว่าเราจะมาส่องแสงให้เขาดูทุก ๆ วัน เพื่อชดเชยเวลาที่เรามองไม่เห็นเขาและทิ้งเขาไว้คนเดียว ตอนนี้เราสัญญาเลยว่าจะไม่หนีเขาไปไหน จะอยู่กับเขาไปจนกว่าเขาจะเบื่อเราไปเลยล่ะ

และวันนี้ก็เป็นวันเกิดของชายหนุ่มคนนี้ เราก็อยากให้เขามีความสุขในทุก ๆ วัน และยิ้มอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เราพร้อมจะคอยสนับสนุนเขา คอยดูแลเขา และรักเขาให้มากเท่ากับที่เขารักหิ่งห้อยอย่างเราทุกตัว

จากหิ่งห้อยตัวหนึ่ง ที่จะคอยอยู่เคียงข้างชายหนุ่มคนนี้ จากนี้ไปจนนิรันดร์ :)

#HAPPYPALITDAY2017

รูปจาก twitter: @n_nine0909 


SHARE
Written in this book
My Loved Ones
Writer
Linnette
Mundane
นัก(หัด)เขียน

Comments