โรคจิตเวช

               เมื่อใดที่เราพูดถึง "โรค" ไปพร้อมๆกับคำว่า "จิต" ในคำเดียวกันหรือในรูปประโยคเดียวกัน  สังคมไทยมักจะนึกถึง "คนบ้า"  คนสมัยก่อนอาจจะนึกภาพเป็นพวกที่ชอบทาหน้าขาวปากแดงและทัดดอกไม้  อะไรทำนองนั้น   แต่ในปัจจุบันอาจจะคิดร้ายไปยิ่งกว่านั้น  ประมาณว่าพวกคลุ้มคลั่ง  ทำร้ายคนอื่น  โวยวาย  อาละวาด  หรือแม้กระทั่ง  ฆาตกรโรคจิต!!!  ก็เป็นไปได้ในจิตนาการของคนเรา

               สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยควรจะต้องเปิดใจ  เปิดตา  เปิดความคิด  และเปิดประสบการณ์ใหม่สักนิดเกี่ยวกับคำว่า "โรค" และคำว่า "จิต" ที่มาอยู่ในบริบทเดียวกันในที่นี้ก็คือว่า  จริงๆแล้วทางการแพทย์ในปัจจุบันนี้มีคำว่า "โรคจิตเวช" ที่เป็นโรคซึ่งเป็นอาการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง  ซึ่งผู้ป่วยยังคงสติสัมปชัญญะดีอยู่  "ไม่ได้บ้า" แต่มีความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยจากโรคนั้นไม่ต่างจากโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ

              เท่าที่ได้คุยกับเพื่อนที่เป็นหมอก็ได้รับคำอธิบายอย่างง่ายๆ  คิดว่าน่าจะเหมาะกับคนธรรมดาๆอย่างเราๆที่พอเข้าใจได้อย่างง่ายๆ  เพื่อนหมอของฉันบอกว่า  คำว่าโรคเนี่ย  ก็อาจจะแบ่งได้เป็นโรคทางกายกับโรคทางใจ  โรคทางกายก็อย่างที่เราๆเข้าใจกัน  เช่น  ปวดหัว  เป็นไข้  เบาหวาน  มะเร็ง  ฯลฯ  ทำให้เกิดอาการเก็บปวดทางร่างกาย   ส่วนโรคจิตเวชก็เป็นความเจ็บป่วยทางใจ  ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางใจส่งผลต่อพฤติกรรม  คนที่เป็นโรคนี้จะทุกข์ทรมานทางจิตใจ  อารมณ์  พฤติกรรม  จนส่งผลให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่เป็นปกติเหมือนเดิม
 
               โรคจิตเวชสามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่มตามลักษณะและความรุนแรง  มีอาการ 2 อย่างที่ต่างจากโรคทางกายทั่วไป  คือ  ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป  และ  แนวคิดที่เปลี่ยนไป  กลุ่มของโรคทางจิตใจนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มวิตกกังวล กลุ่มซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน และกลุ่มโรคจิตกลุ่มวิตกกังวล
           

รายละเอียดเพิ่มเติม  อ่านของคุณหมอคนนี้นะคะ  เขียนได้ดีมาก
http://www.phuketbulletin.co.th/Lifestyle/view.php?id=1355
             
               นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ จิตแพทย์ประจำสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องโรคจิตเวชอยู่มาก โดยโรคจิตเวชนั้น ถือเป็นโรคทางสมอง หากได้รับการรักษาคนไข้มากกว่าร้อยละ 80 จะมีอาการดีขึ้น มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ที่ต้องอาศัยอยู่ในร.พ.ด้านสุขภาพจิต โดยหากผู้ป่วยมีอาการสงบก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ชุมชน ครอบครัวได้ปกติ ซึ่งสถาบันได้สร้างกระบวนการเยี่ยมบ้าน เพื่อเป็นเครือข่ายในการดูแลผู้ป่วยและเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้กลับไปใช้ชีวิตปกติในชุมชน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเข้ารักษาซ้ำลงได้ โดยวิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยครอบครัว ญาติ คนในชุมชนที่ช่วยกันเข้าใจ

ที่มา http://www.thaihealth.or.th/Content/17981


SHARE
Writer
DearDream
Waiting Lover
ฉันอยู่ตรงนี้...ที่นี้...เวลานี้...กับทุกสรรพสิ่ง

Comments

Lebrancconvas
2 years ago
หลายคนพอจะไปหาจิตแพทย์ นักจิต ก็ไม่กล้า กลัวเค้าครหาว่าบ้า คิดว่าสังคมควรจะเปิดใจกับเรื่องนี้จริงๆครับ
Reply