กุหลาบที่ไม่มีวันเบ่งบาน
นานๆทีฉันก็ยังเข้าไปส่องเฟสของเธออยู่นะ วันนี้ก็เหมือนกัน เธอมักจะโพสต์สเตตัสบ่นว่าเหงา บ่นว่าโสด ว่าต้องการใครสักคน แต่เป็นเธอเองนั่นแหละที่ปฎิเสธฉัน

ทั้งที่เราเคยรู้สึกดีต่อกันขนาดนั้นแท้ๆ

Puppy Love หรือความรักในวัยเด็กที่ใครต่างมองว่าไม่จริงจัง ไม่ใช่ความรักที่แท้ แต่สำหรับฉันมันเหมือนสิ่งบริสุทธิ์ที่เมื่อโตขึ้นได้ถูกทำให้ปนเปื้อนด้วยความเป็นจริงของการเป็นผู้ใหญ่อันโหดร้ายและไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้อีก

ฉันกับเธอแอบชอบกันและกันโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ มันเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อน เป็นคู่แข่ง เป็นคู่กัดที่ชอบหยอกล้อกัน ตอนนั้นรู้สึกดีมากจริงๆนะ เราบอกชื่อของคนที่เราแอบชอบแก่กันในวันที่เราได้เจอกันเป็นวันสุดท้าย

ฉันบอกชื่อเธอ เธอบอกชื่อฉัน
ดั่งความฝันที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจริง

เธอโทรมาคุยกับฉันและหยอดมุกเสี่ยวหวานเลี่ยนจนฉันอดไม่ได้ที่จะขำอย่างมีความสุข
ฉันไม่รู้ว่าเธอยังจำมันได้ไหม แต่ฉันไม่เคยลืม ไม่เคยลืมความรู้สึกอบอุ่นหัวใจที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเราต้องแยกจากกัน เราต่างเติบโตขึ้นในแบบของตัวเอง แม้ว่าฉันจะโทรไปหาเธอทุกปีในวันเกิด แต่มีเหรอฉันจะไม่รู้ว่ามันดูไม่เหมาะสม ที่บ้านเธอคงจะตำหนิเธอและสาปแช่งฉันอยู่ในใจแน่ๆว่าผู้หญิงอะไรโทรตื้อผู้ชายอยู่ได้ทุกปี มันคงดูน่าเกลียดมากสินะ

ทั้งๆที่ฉันก็แค่อยากรู้ความเป็นไปของเธอในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ในฐานะคนที่มีความรู้สึกดีๆด้วย ฉันไม่เคยคิดว่าเราต้องคบกัน ไม่เคยคิดว่าต้องเป็นแฟนกัน ฉันรู้สึกว่าความรู้สึกดีๆที่เรามีให้กันในตอนนั้นมันมีค่ามากกว่าสถานะอะไรทั้งนั้น

ขอโทษนะที่รุกมากไป ไม่ทำตัวเป็นผู้หญิงที่ดีตามขนบธรรมเนียมประเพณี ขอโทษนะที่ทำให้ลำบากใจจนสุดท้ายฉันก็ติดต่อเธอไม่ได้ เธอเองอาจจะรำคาญหรือเบื่อฉันแล้ว แต่ฉันก็ยังหวังอยู่

เธอคิดว่าในชีวิตคนเราจะมีสักกี่ครั้งที่ได้เจอคนที่ใจตรงกันแบบนี้ล่ะ

เคยอ่านนิยายรักโรแมนติกไหม ที่พระเอกกับนางเอกมักจะเจออุปสรรคทำให้ต้องแยกจากกันไปเนิ่นนาน แต่หัวใจของเขายังผูกพันกัน เมื่อกลับมาเจอกันความรู้สึกดีๆก็หวนกลับมาอีกครั้งแล้วทั้งสองคนก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข

วันหนึ่งเราคุยกันทางแชทแล้วเธอตอบฉันว่าตอนนั้นมันก็รู้สึกดีนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว รู้สึกเป็นเพื่อนกันมากกว่า 

ฉันคงโง่เองที่คิดว่าชีวิตจริงจะเป็นเหมือนในนิยาย

เราต่างคนต่างไม่ได้เจอกันเนิ่นนาน ต่างเติบโตขึ้นในแบบของตัวเอง เราไม่ใช่เด็กๆที่เพ้อฝันกับความรักเหมือนสมัยก่อนแล้ว เธอตอนนี้อาจไม่ใช่เธอคนเก่าที่ฉันชอบ ส่วนฉันเองก็อาจเปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนที่เธอจะชอบได้แล้วเหมือนกัน

ฉันเข้าใจนะ แต่การที่เธอยังไม่มีใครมันทำให้ฉันเลิกหวังไม่ได้เสียที

วันรับปริญญาตอนนั้น ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอเธอแล้ว ข้อความก็ไม่ตอบ เบอร์โทรศัพท์ก็ไม่มี ฉันเดินวนท่ามกลางผู้คนมหาศาลอยู่นานมากเลยนะ ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังใจดีกับฉันบ้างที่ทำให้ฉันมองเห็นเธอจากไกลๆในที่สุด เธอกำลังถ่ายรูปกับเพื่อน เธอไม่รู้หรอกว่าฉันลังเลและมองเธออยู่ห่างๆนานขนาดไหนกว่าที่จะกล้าเดินเข้าไปหา

เราไม่ได้เจอกันมากี่ปีแล้วนะ
10 ปีถ้าไม่นับตอนที่ฉันเจอเธอฝ่ายเดียวที่สนามสอบแกทแพท ตอนนั้นฉันอยากเข้าไปทักใจจะขาดแต่เห็นเธออยู่กับแม่ความตั้งใจมันเลยจบลงตรงนั้น

เธอไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง เอ่อ ฉันหมายถึงเมื่อมองจากภายนอกน่ะ ยังเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กเหมือนเดิม (ซึ่งก็ดีเพราะฉันไม่ชอบผู้ชายตัวสูงมาก) หน้าตา สัดส่วน บุคลิก การพูดจา ไม่ได้ต่างกับเธอคนเดิมเมื่อ 10 ปีก่อนสักเท่าไร

แต่ความรู้สึกดีๆที่เคยมี มันจางหายไปจากใจของเธอหมดแล้วใช่ไหม

นั่นเป็นความรู้สึกห่างเหินอันเจ็บปวด ช่องว่างของกาลเวลาได้ทำให้ความสัมพันธ์ที่ควรจะได้รับการสานต่อถูกตัดขาดสะบั้นลงอย่างไร้เยื่อใย

เหมือนดอกกุหลาบงามที่ยังไม่ทันเบ่งบานก็โดนตัดออกจากต้นให้หมดลมหายใจ

วันนั้นฉันหวังว่าจะได้คุยกับเธอมากกว่านี้ คิดว่าจะได้คุยเรื่องเก่าๆ ระลึกความหลังสมัยประถมด้วยกัน หรือไม่ก็เรื่องชีวิตปัจจุบัน การเรียน การทำงาน อนาคต แต่เธอกลับยุ่งจนไม่ได้ตั้งใจฟังที่ฉันตอบคำถามเธอ หรือไม่ได้ตอบคำถามที่ฉันถามกลับไป เราคุยกันได้ไม่ถึง 3 นาทีเธอก็ต้องปลีกตัวไปที่อื่น

เอาจริงๆฉันควรคิดว่าแค่หาเธอเจอได้ก็บุญมากแล้ว

ฉันไม่ได้รู้สึกถึงความรักแบบหวือหวาเหมือนสมัยเด็กในตอนที่ฉันเจอเธอ อาจเป็นเพราะฉันสัมผัสมันจากเธอไม่ได้เหมือนกัน มันกลายเป็นความรู้สึกที่ตกตะกอนและจืดจางอยู่ในก้นขวดโหลที่เรียกว่าหัวใจ ไม่รู้เหมือนกันว่ายังชอบเธออยู่ไหม ช่องว่างของความสัมพันธ์มันกว้างเกินไปเสียแล้ว

รู้ไหมฉันเคยคิดอยากจะบอกเธอว่า 'ถ้ายังพอมีความรู้สึกดีๆหลงเหลืออยู่บ้าง มาเริ่มต้นใหม่กันไหม' เพราะฉันเองก็ยังไม่มีใคร บางทีเราอาจจะชุบชีวิตดอกกุหลาบตูมที่ถูกตัดออกมาได้

แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าปล่อยให้มันตายอยู่อย่างนั้นดีแล้วล่ะ

ถ้าเธอยังรู้สึกดีๆอยู่วันนั้นเราคงได้คุยกันมากกว่านี้ วันนั้นเธอคงไม่เมินฉัน และปลีกตัวไปจากฉันเร็วขนาดนั้น ฉันสำคัญตัวผิดไปเอง จริงๆควรจะรู้ตัวตั้งแต่ที่เธอปฏิเสธฉันผ่านข้อความในแชทแล้ว ฉันผิดเองที่เพ้อฝันอยู่ฝ่ายเดียว ผิดเองที่คาดหวัง แล้วมาเสียใจเพราะความผิดหวังอยู่อย่างนี้

ฉันไม่ได้จะเรียกร้องให้เธอกลับมารู้สึกดีๆเหมือนเดิม
ฉันไม่ได้ต้องการให้เรามาคบกัน

ฉันแค่อยากให้เธอรับรู้ว่า ช่วงเวลาในวัยเด็กของเราตอนนั้นฉันมีความสุขมากจริงๆ
ถ้าเรื่องนี้เปรียบดังเทพนิยาย เธอก็คงเป็นเวทมนตร์ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้ชีวิตของฉัน
แม้ว่าตอนนี้เวทมนตร์นั้นจะเสื่อมไปจนหมดแล้ว
ฉันก็จะไม่มีวันลืมว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้น 
ขอบคุณนะที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน

จากนี้ขอให้เธอเดินไปตามทางของตัวเองและพบคนที่ใช่สำหรับเธอในสักวัน



ฉันเองก็จะตามหาเขาคนนั้นเหมือนกัน
SHARE
Writer
Dancerintherain
Storyteller
Just an emotional woman waiting for a miracle

Comments

Moonshade
2 years ago
ความรัก ...เมื่อเกิดขึ้นเเล้ว มันไม่มีวันที่จะหายไป 
จะต้องมีสักช่วงเวลาใด ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ที่เราหวนคิดถึงมันเเละอดยิ้มตามไม่ได้ 
มันจะอยู่ในเศษเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกไปตลอดกาล ^^ ผมก็เคยเป็น เเละตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่
Reply
Dancerintherain
2 years ago
: )