เรื่องที่ชายหนุ่มไม่ได้เล่า
ณ งานฉลองพิธีสมรสของบ่าวสาว

ชายหนุ่มเป็นเพื่อนของเจ้าบ่าวจึงได้รับเชิญ 
ชั่วขณะหนึ่งในตอนที่บ่าวสาวกำลังตัดเค้ก ชายหนุ่มมองดูคนทั้งคู่อย่างหลงใหลแล้วพูดขึ้นว่า
 
"ช่างน่าอิจฉาเสียจริง"

 ในงานมีเพื่อนผองมากมาย ราวกับเป็นงานเลี้ยงรุ่น เพื่อนของชายหนุ่มส่วนใหญ่แต่งงาน และมีครอบครัวกันเกือบหมดแล้ว

"ทำไมมึงถึงยังโสดว่ะ อีกนิดก็จะแก่เกินแล้ว" เพื่อนของชายหนุ่มถามขึ้น

ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวของตัวเองว่าทำไมเขาถึงเลือกครองชีวิตโสดมานานนับสิบปี เขาตอบไปว่าเขานั้นเป็นคนไม่เลือกมาก แต่เพียงว่าไม่มีใครสักคนที่เหมาะสมกับเขาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ 
เขาจึงเลือกที่จะโสด

แต่..

ชายหนุ่มไม่ได้เล่าว่าที่ผ่านมาเขาหวั่นไหวกับหญิงสาวคนใดบ้าง หญิงสาวคนที่เขาคิดว่า “นี่แหละเธอ ที่ฉันตามหา” หญิงสาวที่เธอเป็นเพียงสาวชาวไร่คนหนึ่งที่เขาบังเอิญพบเมื่อตอนไปท่องเที่ยว

ชายหนุ่มไม่ได้เล่าว่าครั้งหนึ่งเขาเคยตกหลุมรักกับชายอีกคน ที่รู้จักกันในที่ทำงาน ชายคนที่ดูแลเขายามที่เขาไม่เหลือใคร

ชายหนุ่มไม่ได้เล่าว่า ตัวเขาปฏิเสธความเหมาะสมมากมายที่เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยหัวใจ และเลือกที่จะเชื่อตามความเหมาะสมที่ใครก็ไม่รู้บอกให้เหมาะสม

ที่บอกว่าชายหนุ่มต้องคู่กับหญิงสาวเสมอ

ที่บอกว่าคนฐานะดีต้องคู่กับคนฐานะดีเสมอ

ชายหนุ่มไม่ได้เล่าว่าความเหมาะสมที่เขาอ้างถึงนั้นคือความเหมาะสมของเขาในมุมมองของคนอื่น คือความเหมาะสมของเขาจากสิ่งที่สังคมตั้งไว้

โลกนี้มีความเหมาะสมสามัญมากมายที่ถูกใครก็ไม่รู้กำหนดให้เป็น 
จริงอยู่ที่มันเหมาะสมกับคนส่วนมาก แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันจะเหมาะสมกับคนทั้งหมด 
แล้วเราจะเรียกมันว่าความเหมาะสมสามัญได้อย่างไรกันเล่า

ความเหมาะสมที่แท้จริงควรเกิดจากการสร้างและออกแบบความเหมาะสมนั้นด้วยตัวของเรา

หากชายหนุ่มเลือกจะเชื่อความเหมาะสมที่เขาสร้างขึ้นไปเสียตั้งแต่สิบปีก่อน ณ ตอนนี้เขาอาจเป็นคนๆ หนึ่งที่มีความสุขมาก มากเสียจนใครหลายคนอิจฉาในความเหมาะสมของคนทั้งสอง

SHARE
Written in this book
ร. เรื่อง
Writer
_pugun
Just ordinary
โลกที่ฉันคือ ฉัน เธอ คือคนแปลกหน้า ชายหนุ่มและหญิงสาว หามีตัวตนไม่

Comments