คนจุดโคม ณ ดวงดาวที่สี่
 เธอมองเห็นอะไรบนท้องฟ้า

แค่ก้อนเมฆ

หรือโลกอีกใบ 

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฉันเคยพยายามมองให้เห็นเพียงก้อนเมฆ เป็นเพียงกลุ่มไอน้ำที่ลอยอยู่บนผืนฟ้ากว้าง ไม่ใช่รูปสัตว์ต่างๆ ที่ไม่มีอยู่จริง... ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะทำเป็นมองไม่เห็นทั้งที่เห็นอย่างชัดเจน แต่เพราะการเป็นผู้ใหญ่ไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับเรื่องไร้สาระ ฉันจึงต้องพยายามเพื่อให้เป็นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต

แต่แล้วคนคนหนึ่ง ซึ่งฉันเคารพในความเป็นผู้ใหญ่อย่างหมดหัวใจก็แสดงให้เห็นว่าเขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กอย่างฉัน (เพียงแต่เขาอายุมากกว่าเท่านั้น) นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามไม่รู้จบ

ทำไมเราต้องเชื่อถ้อยคำ การกระทำ หรือแม้แต่ประสบการณ์ของคนอื่นที่เขาเหล่านั้นล้วนพร่ำว่าเคยประสบ

ทำไมเราต้องคอยให้บางคนชี้นำเราไป

ทำไมเราต้องเชื่อ เพียงเพราะคนส่วนใหญ่เชื่อ 
แล้วผู้ใหญ่...เป็นยังไงกันแน่?

จริงๆ แล้วสิ่งที่เป็นอยู่นั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเพราะถูกยัดเยียดให้เป็นอย่างนั้น ฉันเพิ่งคิดได้ในภายหลังว่าเราสามารถทำให้บางสิ่งเป็นอย่างที่เราต้องการได้เพียงแค่รู้จักวิธีนำเสนอ โลกแสดงให้เห็นอย่างนั้น และยิ่งไปกว่านั้น หากเธอมีผู้คนสนับสนุนมากพอ ไม่ว่าเธอพูดอะไร เชื่อได้เลยว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยตามนั้น

เราเชื่อเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ เชื่อเพราะเขามีอำนาจล้นเหลือ (ก็แล้วทำไมจะไม่เชื่อล่ะ กว่าเขาจะเป็นได้ถึงขนาดนั้นก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะอยู่แล้วน่ะสิ) เชื่อเพราะคนส่วนใหญ่เชื่อ แต่ความเชื่อเหล่านั้นเป็นสิ่งที่สมควรแล้วเหรอ?

ฉันเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งต่างๆ เพื่อพบว่าบางสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างคำบอกเล่า เรื่องไร้สาระของเด็กก็ไม่ต่างอะไรกับเรื่องบางเรื่องของผู้ใหญ่ จินตนาการไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่าฐานะทางสังคม... ในตอนนั้นฉันเป็นเด็ก จึงยึดมั่นและเชื่อคำ เมื่อคำตอบไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น คำถามจึงเกิดขึ้น และครั้งนี้ฉันเลือกที่จะค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

ฉันได้คำตอบหลังจากถามคำถามกับตัวเองอีกนับไม่ถ้วน การครุ่นคิดอาจทำให้ฉันดูแตกต่างในสายตาบางคน ฉันเริ่มเข้าใจผู้คนอย่างลึกซึ้งเมื่อเรียนสูงขึ้น (เช่นเดียวกับคำถามงงๆ คำถามโง่ๆ ก็มีมากขึ้นด้วย) มีประโยคยาวๆ ด้านจิตวิทยาที่อธิบายว่าปัจจัยต่างๆ มีส่วนช่วยหล่อหลอมให้เขาเป็นเขาจนถึงทุกวันนี้ นี่จึงทำให้ฉันเริ่มกระจ่างว่าทำไมผู้ใหญ่จึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่

ถึงตรงนี้ฉันเริ่มสงสัยว่าเมื่อเธออ่านจบเธอจะได้แต่คำถามกลับไปหรือเปล่า แม้ว่าฉันอยากจะให้เธอเข้าใจ แต่ก็รู้ดีว่าแต่ละคนแตกต่างกัน เหมือนที่ผู้ใหญ่บางคนอธิบายเรื่องเดียวกันด้วยคำตอบแตกต่างกัน เพราะสิ่งต่างๆ ภายในหัวนั้นไม่เหมือนกัน (ฉันไม่ได้หมายถึงภายในหัวที่มองเห็นได้หรอกนะ) ถึงอย่างนั้นฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่งเธออาจเข้าใจ...

ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ครุ่นคิดก่อนจะเชื่อใคร และไม่ว่าเธอจะเป็นผู้ใหญ่หรือไม่ เธอก็ต้องเติบโตขึ้น อย่างน้อยก็มีอายุมากกว่าเมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว (เติบโตด้านที่มองเห็นได้นั้นเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว แต่ด้านจิตใจล่ะ...)

ฉันหวังว่าเมื่อถึงตอนนั้น ฉันและเธอที่เติบโตขึ้นจะเป็นตัวตนของตัวเองอย่างแท้จริง



ปัจฉิมลิขิต – หากเธอสงสัยที่มาของชื่อเรื่อง ฉันอยากให้เธอลองค้นหาด้วยตัวเอง



.

.

.



ไม่ว่าเธอจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม







SHARE

Comments