เรา "เขียน" ศิลปะ
เรา "เขียน" ศิลปะ


เราเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง “Art is art, art is not art อะไร (แม่ง) ก็เป็นศิลปะ”
เป็นหนังสือที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ของศิลปะ
เหตุการณ์สำคัญ ชีวประวัติของบุคคลที่มีผลต่อวงการศิลปะ
จะว่าเป็นหนังสือวิชาการก็ไม่เชิง
เรียกว่าเป็นหนังสือที่อ่านสนุก เพลินๆ และได้ความรู้ดีกว่า


แต่อันที่จริงเราไม่ได้ตั้งใจจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้
เราอยากเขียนเรื่องของเรากับ “ศิลปะ” มากกว่า…


ตั้งแต่เด็กๆ ใครก็บอกว่าเราโลกส่วนตัวสูง
เราเข้ากับคนง่าย เรามีเพื่อน เราเป็นเด็กร่าเริง
แต่เรามีความสุขกับการอยู่คนเดียว…
เราชอบอ่านหนังสือ ปั้นดินน้ำมัน รวมไปถึงวาดรูปคนเดียว


เราซื้อหนังสือสอนวาดรูปเป็นตั้ง วาดตามจนมีสมุดหลายเล่ม
มีแฟ้มที่รวมงาน “ศิลปะ” ของเราหลายอัน
เรารักการวาดรูปอยู่แบบนั้นจนกระทั่งม.ต้นที่เราพบสิ่งที่เรารักมากกว่าการวาดรูป

...เราตกหลุมรัก “การเขียน” …

เราเริ่มเขียนนิยายลงเว็บจริงจังตั้งแต่ม. 1 (ตามแรงยุของเพื่อน)
ความฝันสูงสุดของเด็กน้อยตอนนั้นคืออยากมีผลงานตีพิพม์กับสนพ.สักเล่ม
เราโชคดี… ที่ความฝันเรามาถึงเร็วมากแบบที่เราก็ไม่ทันรู้ตัว
สนพ.ติดต่อมาตอนที่เราอยู่ม. 2
พ่อกับแม่แทบไม่เชื่อว่าเราทำได้… แน่นอนว่าเราก็ไม่เชื่อตัวเองเหมือนกัน
เรายังจำความรู้สึกตอนเห็นหนังสือเล่มแรกของตัวเองได้อยู่เลย


เราเสพติดการเขียนชนิดที่เรียกได้ว่าหมกมุ่น
เราบ้าขนาดทำการบ้านทั้งหมดให้เสร็จที่โรงเรียน
เพียงเพื่อที่กลับบ้านมาแล้วเราจะได้มีเวลาเขียนนิยายอย่างเดียว
เราตีพิมพ์หนังสือมาเรื่อยๆ กับสนพ.บ้าง หลังๆ ก็พิมพ์ขายเองบ้าง
เราออกหนังสือปีละเรื่อง สองเรื่อง สามเรื่อง แล้วแต่ว่าปีนั้นเรียนหนักแค่ไหน


เราเขียนบทความและเรียงความส่งประกวด ได้รางวัลบ้างไม่ได้บ้าง
เขียนเรื่องสั้นส่งสำนักพิมพ์ ผ่านบ้างไม่ผ่านบ้าง
เขียนคอลัมน์ลงหนังสือพิมพ์ของมหาวิทยาลัย ได้ลงบ้าง แต่เรื่องที่ไม่ได้ลงก็มี

ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองชอบการเขียน เราก็เขียนทุกอย่าง
ทุกอย่าง… ทั้งที่ได้ตังค์และไม่ได้ตังค์
 
หลายครั้งที่เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่าวันนั้นเราทิ้งดินสอวาดรูปทำไม
เราเคยรักการวาดรูปขนาดนั่งสเก็ตซ์ภาพสิ่งของ ตึก ผัก ผลไม้ ได้ทั้งวัน
มาจนถึงตอนนี้ที่แค่วาดการ์ตูนโง่ๆ เรายังลบแล้วลบอีก

...เราก็ไม่รู้…

แต่ถ้าถามว่าถ้าย้อนกลับไปได้ จะตะบี้ตะบันวาดรูปแทนการเขียนหรือเปล่า
เราก็คงตอบว่า… ไม่ล่ะ…


ถึงเราจะไม่ได้ชอบวาดรูปเท่าตอนเด็กๆ แต่เราไม่เคยเกลียดศิลปะ
เราชอบอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลปะ ชอบเข้าแกลลอรี่ 
เราสามารถเดินดูงานศิลปะได้ตั้งแต่เช้าจนฟ้ามืด


เราชอบ Power ของศิลปะ และเราเชื่อว่าภาพบางภาพบอกเล่าทุกสิ่งได้มากกว่าตัวมันเอง
งานศิลปะอยู่คู่กับสังคม วัฒนธรรม ศาสนา และการเมืองมาโดยตลอด
เราชื่นชมศิลปินหลายคนที่กล้าท้าชนกับขนบทุกอย่าง
ศิลปินหลายคนโดนรัฐบาลของประเทศตัวเองจับ แค่เพราะรูปไม่กี่รูป
ศิลปินหลายคนเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอีกทั่วโลกนับไม่ถ้วน
ศิลปินหลายคนตอนมีชีวิตอยู่ไม่มีใครสนใจ
แต่ภาพวาดของเขาหลังจากนั้นมีมูลค่ามากมายจนประเมินค่าไม่ได้


ถ้าศิลปะ เป็นการบอกเล่าความคิด ความรู้สึก ความเชื่อของนักวาด
แม้ฝีแปรงของเราอาจบอกเล่าอะไรไม่ได้
เส้นดินสอของเราอาจไม่มีใครเข้าใจความหมาย
แต่เราถ่ายทอดทุกอย่างผ่าน “ตัวหนังสือ”

การเขียน… คืองานศิลปะอย่างหนึ่งในแบบของเราเอง

เราแสดงออก เราต่อต้าน เรานอบน้อม เราเชื่อ เราปฏิเสธ
ทุกอย่างอยู่ในตัวหนังสือทุกตัวของเรา

เราอยากเป็นมากกว่าที่เราเป็น และเราจะไปให้ไกลมากกว่านี้
เราเชื่อเสมอว่าศิลปะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้
พอๆ กับที่งานเขียนเองก็เปลี่ยนโลกได้เช่นกัน
ใช่… เราหวังสูง สูงมากๆ สูงเกินกว่าที่ควรหวัง
แต่วันหนึ่งวันใดข้างหน้า เราอยากมีงานที่ใครก็ต่างจดจำ


ทุกวันนี้เรามีคนอ่านเท่าไหร่เราไม่รู้
อาจจะพันคน หรือหมื่นคน (ถ้าสมมติว่าถึงน่ะนะ…)
แต่สักวันงานศิลปะของเราจะอยู่ในสายตาคนนับล้าน
สักวันที่เราไม่รู้หรอกว่าจะมาถึงเมื่อไหร่
สักวันที่เราไม่รู้หรอกว่าจะมีใครจำเราได้มั้ย


แต่เราเชื่อนะว่าเราทำได้
...และเราจะทำให้ได้ด้วย…

SHARE
Writer
MaBung
Writer | Dreamer
นัก (หัด) เขียน... อยู่ๆ ก็อยากลองกลับไปเขียนไดอารี่ดูบ้าง ไว้ปล่อยอารมณ์ฟุ้งๆ ของตัวเอง

Comments

Dewz
10 days ago
จากใจเลยนะ เราอ่านตั้งแต่คุณบุงเขียนอยู่ในเด็กดี แล้วก็มาเจอกันในบอร์ดโซชิอีก กี่ปีแล้วเนี่ย 😆😆😆

เป็นกำลังใจให้นะ 😊✌
Reply
Shallot
10 days ago
เราเชื่อว่าบุงทำได้ ถึงวันนั้นก็อยากจะเป็นหนึ่งในคนที่ได้ดูผลงานของบุงอย่างที่ติดตามมาตลอดนะ :)
Reply
tonwan_yulyulk
10 days ago
สู้ๆนะคะพี่มะบุง เป็นกำลังใจให้นะคะ ❤
Reply
LTitle
9 days ago
เราเชื่อว่าบุงทำได้ เป็นกำลังใจให้นะเจ้าหมาน้อย <3333 จะเป็นแฟนคลับติดตามงานเขียนของบุงไปเรื่อยๆน้าาา รักกก <3
Reply
Zeral
8 days ago
สู้ๆนะคะพี่มะบุง♥
Reply