รักในแก้วกาแฟ
  เธอดูเร้าอารมณ์และมีมนตร์สะกด ผมนอนแช่อยู่ในอ่างน้ำนมและในมือถือแก้วร็อค เธอรินเหล้าจากขวดใสด้วยท่าทีอย่างอาธีนา ผมจิบมัน และหายใจออกแรงๆทางปาก มันร้อนเหมือนไฟกำลังไหม้อยู่ในคอและช่องท้อง ผู้หญิงคนนั้นบลิเชอร์รี่เป็นสองซีก เอาเมล็ดออก และส่งซีกนึงมา อีกซีกเธอเคี้ยวมันหลังจากดื่มเหล้านั่น ผลเชอร์รี่หวานเกินกว่าจะเป็นเชอร์รี่ธรรมดา ชุ่มชื่นไปทุกอณูรับรส
  "ทีเดียวหมดเลย" ผู้หญิงคนนั้นบอก มองที่แก้ว
  ผมทำตาม เหล้าร้อนยิ่งกว่าเดิม ร้อนเกินกว่าที่เน้ือเยื้อของสิ่งมีชีวิตจะทนได้ รู้สึกเหมือนลาวากำลังหลอมทุกสิ่งอย่างไปกับมัน ผมขอเชอร์รี่ ผู้หญิงคนนั้นไม่ให้ เธอปล่อยให้ผมทรมาน
  "ขอมันให้ชั้นเถอะ" ผมร้องขอ เธอไม่ตอบ เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้และประกบปากด้วยปาก ส่งเชอร์รี่เข้ามา มันไม่มีเมล็ด

  "ตื่นได้แล้วเด็กๆ ทานข้าว" เสียงแม่นัทดังมาจากประตู

  เราเดินมาที่ลานหน้าบ้านด้วยแถวตอนลึก เจเดินนำผมรั้งท้าย ทุกอย่างถูกเก็บเกลี้ยง หลักฐานที่บอกว่าเราทำอะไรกันไว้หายไปทั้งหมด นัทเดินมากับแม่ของเขาในมือมีถาดอาหารมาด้วย
  "เช้านี้แม่ทำสปาร์เก๊ตตี้ขี้เมาเนื้อให้ทานกันนะลูก เมนูนี้ช่วยให้หายเมาค้าง" เธอบอกพร้อมคีบเส้นใส่จาน
  "ครับแม่" เจตอบรับ
  "แล้วเมื่อคืนเลิกกี่โมงกัน"
  "ตีสาม ตีสามครึ่งได้ครับ"
  "วัยรุ่นนี่ก็นะ แม่ผ่านมาแล้วล่ะ สมัยสาวๆคืนนึงแม่ดื่มเป็นขั้นบันไดเลยล่ะลูก"
  "เป็นยังไงครับ ดื่มเป็นขั้นบันได" ผมถาม
  "ก็ร้านแรกเริ่มที่เบียร์ก่อน ร้านต่อไปเป็นค๊อกเทล ร้านต่อไปเป็นว๊อดก้าช็อท ถ้าไปเทคต่อก็ว่ากันไป"
  "สุดอยู่นะครับ คุณแม่" ผมบอกและมองหน้านัท
  "ตอนสาวๆแม่ร้ายจะตาย แต่ก็นะ เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน พอมีลูกก็ต้องมีความรับผิดชอบ ทานข้าวๆ ไม่ได้มานั่งฟังแม่บ่น"
  ทุกคนได้อาหาร เธอเดินเข้าบ้าน ผมเดดร๊อคเส้นเล็กยาวถึงกลางหลังไหวไปตามจังหวะเท้า เปิดประตูบ้าน และปิด ปล่อยลูกตัวเองไว้กับฝูงหมา
  "เอ็งสนิทกับแม่นัทเหรอเจ" ผมถามมือม้วนเส้นกับซ่อม
  "ช่วงฤดูร้อนที่แล้วมันมาทำงานให้พ่อข้า เลขาแกออกไป" นัทตอบแทน "วันแรกที่มานะมันถามแม่ข้าเลยว่า   สูบบุหรี่ที่ไหนได้ แม่ข้านิ่งสักพัก แล้วเขาก็ชี้ให้ไปสูบกับพ่อข้า ทุกวันนี้เลยเป็นเพื่อนสูบบุหรี่พ่อข้าไป"
  "เวรกรรม เอ็งมันเด็กเวรจริงๆเจ"

  หลังจากเสร็จมื้ออาหาร เราช่วยกันเก็บอุปกรณ์ไปที่ครัว ทำท่าจะช่วยกันล้างแม่นัทก็เข้ามา
  "จะทำอะไรกันก็ไปทำ เดี๋ยวแม่ล้างเอง" นัทอยู่ช่วย ผม เจ และหมอเดินไปที่ห้องนั้งเล่นด้วยความเกรงใจ
  เจกับหมอนั่งลงที่โซฟา ผมนั่งเก้าอี้ไม้ข้างๆที่น่าจะเป็นของพ่อนัท ทีวีกำลังฉายหนังเรื่องอีท เพลย์ เลิฟ ที่แองเจลเลนา โจลี่แสดงนำ
  "ข้าเคยชมแล้ว มันมีหนังสือมาก่อน" หมอบอก "ฟินๆอยู่"
  ผมและเจพยักหน้า
  "เอากาแฟมั้ย" ผมถาม
  "เอาดิ่"
  ผมและเจเดินไปที่ห้องครัว นัทเดินสวนออกมาพอดี แม่เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ที่บาร์ในครัว
  "มีกาแฟมั้ยครับแม่" ผมถาม และเดินไปทางที่เธอชี้
  ขณะที่ผมกำลังชงกาแฟแม่นัทก็ถามขึ้น "กำลังมีความรักเหรอเจ"
  "ก็ไม่เชิงหรอกครับ" เขาตอบ "แม่รู้ได้ยังไงครับ"
  "แม่อนุมานเอาน่ะลูก" ผมไม่เข้าใจความหมายของมัน "แล้วเขาสวยมั้ยลูก เล่าให้แม่ฟังสิ"
 เจเล่าเรื่องสาให้แม่นัทฟัง รายละเอียดเดียวกันกับครั้งที่เล่าเมื่อคืน และบอกว่าเธอมีเสน่ห์มากแค่ไหนและเขาชอบเธอมากเท่าใด

 "เหรอ แล้วเป็นไงเขาชอบเจมั้ยลูก"
 "ไม่รู้สิ่ครับ มันพูดยาก ผมกลัวว่าตัวเองจะคิดไปเอง แต่เวลาก็ผ่านมาสักพัก ความรู้สึกมันก็จางลงไปแล้วล่ะครับ"
 "แล้วอย่างเจ้านัทจะมีใครมาชอบมั้ยล่ะเนี่ย"
 "มีนะครับ เห็นบอกว่าชื่อปุ้นหรือปุ้ยเนี่ยและครับ" ผมตอบตามที่ได้ยินมา
 "แล้วโจล่ะลูก มีแฟนหรือยัง"
 "ไม่มีครับแม่"
 "แล้วมีใครมาชอบมั้ยลูก"
 "มีนะครับ"
 "แล้วทำไมยังไม่มีแฟนล่ะ"
 "มันไม่น่ามีน่ะครับ" ผมตอบเหมือนกับที่ตอบทุกคนบนโลก "มันเป็นทั้งภาระและทุกข์ครับ"
 "แล้วหนูอยู่คนเดียวได้เหรอลูก"
 "ได้ครับ ถึงมันจะเฉาๆหน่อยก็เถอะครับ ผมอยู่คนเดียวได้"
 "อะไรทำให้หนูคิดอย่างนั้นล่ะลูก มีใครทำให้เจ็บหรือเปล่า"
 "ผมคงไม่มีอนาคตให้ใครล่ะมั้งครับ"
 "เรามีอนาคตกันทุกคนแหละลูก อย่าไปคิดอย่างนั้น บางทีลูกอาจจะยังไม่อยากเปิดใจ"
 "ก็ถูกนะครับ เพราะถ้าเป็นอย่างที่เจว่าๆบางครั้งจะได้ความรักมาต้องแลกด้วยความรู้สึก ผมว่าผมรักตัวเองเกินกว่าจะเอาความรู้สึกไปแลกอย่างนั้น"
 "แม่ว่านะ ของอย่างนี้เราก็ต้องแลกกันบ้างล่ะ ความรักนะลูก" แม่นัทหยุดเว้นไปหนึ่งจังหวะ "มันคือความรัก"
 "ถ้าความรักที่แม่หมายถึงมันไม่ใช่ความหลง ผมว่ามันต้องพิสูจน์เลยล่ะครับ ไม่ใช่แลกมาง่ายๆด้วยความรู้สึกแน่ๆ เพราะความรักที่ไม่ถูกพิสูจน์มันก็แค่ความหลงธรรมดาๆ"
 "แล้วจะไม่รักเหรอลูก"
 
 ผมนั่งอยู่บนแท๊กซี่สีเขียวเหลือง คนขับชายชราผมหงอกทั่วศรีษะจอดรับผมที่หน้าปากซอยบ้านนัท รถวิ่งด้วยความเร็วเจ็ดสิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง สายตาผมมองไปนอกหน้าต่าง ตึกรามบ้านช่อง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ตลาดนัด โรงเบียร์ ผ่านไป ผ่านไป
 "จำเป็นเหรอที่จะต้องรัก" เสียงหนึ่งในหัวพูดขึ้นตอนที่เพลงเกิลส์ เลิฟ มี ของเดวิด โบวี่เริ่มบรรเลง
 ริมทางมีร้านแผงลอย รถเข็นขายผลไม้ ยายแก่เข็นรถขายกับข้าว รถปอร์เช่ ไฟกบสีแดงขับตัดหน้าจนคนขับชายชราร้องอุทาน
 "ถ้าไม่รักแล้วจะทำอะไร" อีกเสียงจากอดีตดังมา
 "คุณเชื่อมั้ยว่าจักรวาลนี้รักคุณ" เสียงของคนหนุ่มดังมาจากที่นั่งคนขับ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลไหม้ตัดเกรียนทรงสุภาพ ผิวสีขาวมีเลือดฝาด "สวัสดี ผมเอลเดอร์ นอร์ตัน"
 "ผมโจ มหาชัย คุณมาได้ยังไง"
 "ผมเป็นคนจอดรับคุณและกำลังจะไปส่งคุณที่บ้าน"
 "คุณเอลเดอร์คุณหมายความว่ายังไง เรื่องจักรวาลนี้รักผม"
 "ผมหมายความตามทุกตัวอักษรเลยคุณโจ"
 "ทำไมล่ะ"
 "คุณอาจจะมองว่าคุณนั้นตัวคนเดียว ก็ใช่ คุณตัวคนเดียว และคุณจะตายคนเดียว อย่างโดเดี่ยวด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจักรวาลนี้จะไม่รักคุณ จักรวาลที่มีดวงดาวมากมายเช่นนี้ มีโลกให้คุณได้มีชีวิต มีทุกอย่างให้คุณใช้เพื่อเจริญเติบโต มีเพื่อนร่วมโลกแม้บางทีจะไม่ถูกใจคุณสักเท่าไหร่ จักรวาลนี้รักคุณนะโจ"
 รถขับสะดุดหลังเต่า ผมสะดุ้งตื่น ถึงบ้านแล้ว ผมมองไปยังที่นั่งคนขับ บอกชายชราว่าโชคดีและลาก่อน

SHARE

Comments

bams
10 days ago
ไม่รู้ว่าทำไม
แต่บางอย่างทำให้เราตั้งใจอ่านทุกตัวอักษร
Reply
yellowsmileyface
10 days ago
ชอบจัง
Reply