ขอบคุณครั้งที่ 1
.................................................
......

..

สำหรับฉันแล้วท้องฟ้าก่อนหน้านั้นมันจะสวยเท่าท้องฟ้าในตอนนี้หรือเปล่า
ไม่แน่ใจ
ทำไมกันนะ

ฉันไม่รู้ว่าจะเซ็นอะไรลงไปดี
ความว่างเปล่าบนกระดาษสีเหลืองหน้าแรกถูกเว้นที่ไว้เพื่อการนี้ล่ะมั้ง
คล้ายๆ กับหนังสือเล่มอื่น
ที่จะมีหน้าขาวๆ หน้าแรกไว้เพื่อให้ฉันมีตัวตนจริงๆ บนชั้นหนังสือของเธอ

เอาล่ะ
หลังจากนี้จะทำอะไรดี
ฉันลุกขึ้นยืน
ลมพัดแรง
ชิงช้าที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในที่โล่ง
ความปลอดโปร่งของแสงตะวันยามเย็น
เสียงของนักกีฬาถูกเรียกรวมตัว
ฉันเดินผ่านอย่างช้าๆ และค่อยๆ สังเกตพวกเขา
คนเรานั้นจะเรียกได้ว่าเป็นนักกีฬาของจริงได้นั้นอาจจะต้องอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านั้น
มานานแสนนาน
แน่นอนว่า ความจริงในความจริงหลายข้อ
นักกีฬาของจริงนั้นบางคนไม่สามารถกลายไปเป็นนักกีฬาชั้นยอดได้
ถึงวันหนึ่งในระหว่างที่พวกเขากำลังออกวิ่ง
ในพันๆ ของหมื่นๆ คนอาจจะเข้าเส้นชัยได้ในที่สุด
และในหลักร้อยหรือหลักสิบของในพันๆ คนนั้นอาจจะเป็นผู้ทำเวลาได้ดีที่สุดลดหลั่นกันไป

บางคนอยู่ตรงหน้าคอมแบบนี้ทุกๆ วัน
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร
ในขณะที่ใครอีกคนที่บางครั้งอาจจะมีฉันรวมอยู่ด้วย สามารถเขียนหรือพิมพ์ออกมาได้ทันที
โดยไม่ต้องคิดอะไร
และที่แน่นอนกว่าก็คือ
หนึ่งในคนประเภทหลังน้อยคนที่จะจบเรื่องได้อย่างประทับใจตัวเอง
น้อยคนในนี้ก็อาจจะเป็นเพียงแค่ผู้คนที่ค่อยๆ ขัดเกลาตัวเอง
ปล่อยให้ท้องฟ้าหรือสิ่งรอบข้างมาสะกิดเตือนเขาว่าวันนี้เขาก้าวไปถึงขั้นไหนแล้ว

สถิติของนักกีฬาบางคนคงอยู่เพื่อรอเขาคนเดิมกลับมาทำลายมัน
ในขณะที่ฉัน
ในวันที่กลับไปอ่านเรื่องที่เคยเขียนมานานมากแล้ว
ก็ได้แต่ขำกับความอ่อนด้อยของตัวเอง
แล้วก็พลันคิดว่า ถ้าวันนี้หยิบมันมาเขียนใหม่ อะไรก็คงจะเข้าที่มากกว่านี้
แต่สิ่งสวยงามที่สุดของช่วงชีวิตนักเขียนก็คือ วันนั้นจะคงอยู่กับเราได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
ต่อให้ฉันหยิบมันมาเขียนซ้ำอีกรอบ
แต่ความทรงจำของการระลึกถึงมันก็ไม่เหมือนเก่า
ฉันที่เปลี่ยนไปแล้วอาจจะเขียนดีมากขึ้น
แต่หญิงสาวในความทรงจำคนนั้น เธอจะอยู่ข้างๆ ฉันได้ใกล้มากที่สุดแค่เพียงตอนนั้น

ฉันจะเขียนอะไรเพื่อขอบคุณพวกเธอดีนะ
ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ฉันก็จะอยู่ในหนังสือที่เธอส่งมาให้ฉันเซ็นตลอดไป
เว้นก็แต่ว่าเธอจะซื้อมันอีกเล่มแล้วกลับมาให้ฉันเซ็นอีกรอบก็ได้นะ

ฉันไม่ได้มีความรู้สึกว่า
ฉันจะต้องกลับมาอยู่กับเธอด้วยยอดการตีพิมพ์ในหลักใหม่อะไรแบบนั้นหรอก
คนเราพบกันแค่นี้
แค่เพียงช่วงเวลาที่ถูกจำกัดน่าจะดีต่อความรู้สึกของเราได้มากกว่า
ฉันจะอยู่กับเธอแค่ในเวลาสั้นๆ ก็น่าจะพอแล้ว
นั่งฟังเธอเล่าสิ่งที่เธอรู้สึกชอบส่วนไหนสักส่วนในความทรงจำที่ฉันหยิบไปบันทึกให้เธอได้อ่าน
นั่งฟังเธอคิดถึงใครบางคนและกาลเวลาที่คล้ายกับว่าจะเสมอเหมือนบางบรรทัดที่ฉันใส่ลงไป


ฉันจะไม่เล่นเพลงซ้ำๆ ให้เธอได้ฟังตลอดไปหรอกนะ
เพราะอายุขัยของเครื่องดนตรีนั้นก็มีข้อจำกัด
ร่างกายของฉันก็ค่อยๆ ซึมซับความเปลี่ยนแปลงที่ฉันจะมีต่อโลกทั้งใบไปทีละนิดๆ
วันหนึ่งเธอก็อาจจะต้องเดินออกจากที่นี่ไป
เพื่อไปพบโลกของเธอที่มีฉันเป็นความรู้จักนั้นแล้ว
ฉันควรจะเป็นผู้เดินไปส่งเธอ
สลัดคราบความลึกลับที่ฉันจะต้องมีต่อเธอในระหว่างที่เธออ่านโดยมีฉันที่ลึกลับอยู่ข้างๆ ก่อนหน้านี้

เธออยากจะถามอะไรฉัน
ไม่สิ เธออยากจะบอกอะไรกับฉันก็บอกเลยนะ
ฉันเป็นคนผู้หนึ่งที่เชื่อมั่นในพลังของเธอในด้านบวก
และเป็นคนหนึ่งคนที่จะคอยปลอบใจเธอในวันที่เธอรู้สึกแปลกต่อด้านลบ

ฉันกำลังจะหมดแล้ว
ใช่ กำลังจะหมดแล้ว
การตีพิมพ์ครั้งแรกที่ฉันไม่แน่ใจถึงจำนวนเล่ม และก็ไม่อยากรู้เท่าไหร่นั้นจะหมดแล้ว
สำหรับการขอบคุณจากฉันก็คงทำได้แค่นี้แหละ
ทำได้แค่เดินไปส่ง

เดินไปส่งในที่ที่เธอน่าจะปลอดภัย
กลับบ้านอย่างสบายใจ
และนอนหลับฝันดีอย่างไม่ต้องกังวลอะไร

ส่วนฉันน่ะหรือ
กำลังนอนซบคอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊คตัวเก่าๆ ที่อยู่กับฉันตั้งแต่เริ่มต้นเขียนบล็อก
อยู่ที่เดิม
ค่อยๆ คิดถึงความยาวนานก่อนหน้านั้น
ก่อนที่ฉันจะเป็นความรู้จักของเธอ
ภายในห้องที่ปิดไฟตอนกลางคืน
ฉันได้อะไรที่สว่างเหลือเกินจากพวกเธอ


วันนี้ฉันจะเขียนอะไรดี
ในขณะที่ฉันกำลังคิดถึงอะไรเรื่อยเปื่อย
นักกีฬาบางคนล้มลง แล้วก็ค่อยๆ ลุกขึ้น พาตัวเองเข้าเส้นชัยอย่างช้าๆ
เป็นชัยชนะที่ไม่ได้ชนะผู้อื่น
แต่แค่ชนะใจตัวเองในเชิงนั้น

"นั่นมันก็ยังดี แต่ความจริงแล้วยังมีบางสิ่งที่แย่กว่านั้นอีก"
"อะไรหรอ"
"นักกีฬาบางคนล้มลงและไม่สามารถเข้าเส้นชัยได้อีกต่อไปก็มีอีกเยอะ
พ่ายแพ้ในโลกของการแข่งขัน ไม่เป็นที่รู้จักแล้วก็เลิกลาไปอย่างเศร้าสร้อย"
"...นั่นสินะ"

ตอนนั้นฉันเผลอตัวคิดแบบนั้นไปชั่วขณะ
ถ้าไม่มีใครเห็น ไม่มีใครอ่านอีกต่อไป แม้กระทั่งฉัน
ฉันก็คงจะค่อยๆ พาตัวเองหายไปจากการแข่งขันอย่างเงียบๆ
อย่างเศร้าสร้อยหรือเปล่าไม่แน่ใจนะ
แต่ก็เดาว่าคงจะไม่เศร้าสร้อยอะไรขนาดนั้น
เพราะการได้ปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกมาตั้งนานแสนนาน
นั่นก็แปลว่าฉันได้สนุกกับการทดลองอยู่ในโลกแบบนี้เต็มที่แล้ว
ฉันคงจะไม่เสียใจอะไรเท่าไหร่
วันเวลาที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายไปเป็นฉันคนอื่นนั้นคงจะเยียวยาฉันเอง
น่าจะแบบนั้นนะ
ถึงสุดท้ายจะไม่เป็นอย่างนั้นก็เถอะ....

..

ฉันสัมผัสปกหนังสือของตัวเองที่ห่อหุ้มเอาไว้อย่างดี
ใครบางคนบอกกับฉันว่านี่เป็นเล่มสุดท้ายแล้ว
เล่มสุดท้ายแล้ว...

ขอบคุณเหลือเกินนะ
ที่ยอมมาเป็นเพื่อนกัน
ยอมให้ฉันเดินไปส่งเธอถึงสถานที่ที่เธอปลอดภัย
ฉันจะทะนุถนอมตัวเองให้มากๆ
เก็บสะสมความรู้สึกที่อยากจะเรียบเรียงเรื่องราวให้เธอได้อ่านอีกครั้ง
นั่งคิดถึงสิ่งที่ดีในครั้งก่อนแล้วเก็บสิ่งที่ผิดพลาดกลับมาแก้ไข


ก่อนหน้าที่ฉันจะเริ่มต้นบทสนทนาต่อไป
ฉันมักจะนั่งพัก สั่งอะไรมากินเย็นๆ แล้วคิดอะไรให้ผ่อนคลาย
บางวันของตัวฉันแปลกประหลาด
บางวันของเธอกับฉันแปลกประหลาด
ท้องฟ้าวันนี้แม้จะไม่แน่ใจว่าสวยงามเท่ากับก่อนหน้านี้หรือเปล่า
แต่ฉันก็มั่นใจว่าฉันไม่ได้มองแต่เพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
ฉันรู้สึกว่า

ทุกๆ สิ่งที่เดินเข้ามา จะไม่ไปไหนไกลจากตัวฉัน
ทุกๆ อย่าง
ทุกๆ เธอ
และทุกๆ ใครบางคน


............................
....

ขอบคุณที่ทำให้ Dialog บางวันของหญิงสาวแปลกประหลาด
และ Before Dialog หมดเกลี้ยง
ขอบคุณจริงๆ นะ

:)

แล้วเราจะกลับมาพบกันอีก
....


SHARE
Written in this book
- Stop -
บันทึกอย่างซื่อตรง
Writer
Itymtakhang
mind writer
There's a monster in your head. :) (From Monster - Slow Reverse)

Comments

ja_lonelyman
6 months ago
จะรอนะ 😁😁😁
Reply
Itymtakhang
6 months ago
ยังไม่เริ่มอะไรกันเลยยยย