Blue Shade
ฉันเจอคุณได้ยังไงนะ?
เป็นความบังเอิญ บนความงุนงงสับสนอะไรบางอย่างของฉันเองกระมัง
ฉันจำได้แค่ว่า คำพูดของคุณช่างฟังดูหลักแหลม เฉียบคม มุกตลกของคุณช่างลึกล้ำแต่ก็เสียดสีเจ็บแสบ กับท่าทีเรียบนิ่ง สุภาพ และดูนุ่มนวล ทำให้ฉันเผลอปล่อยตัวเองให้รู้สึกสนิทใจที่จะใกล้ชิดกับคุณ

ยิ่งใกล้ชิดฉันก็ยิ่งได้เห็น

คุณดูมั่นคง แต่บางครั้งกลับสะท้อนความอ่อนไหวออกมา
คุณดูมีความมั่นใจ แต่บางครั้งมันคือกำแพงที่ใช้ปิดบังความรู้สึกไม่ปลอดภัยข้างในต่างหาก
คุณรักอิสระ แต่คุณเองกลับยังผูกติดอยู่กับอะไรบางอย่างอยู่อย่างนั้น
คุณดูเปิดเผย แต่กลับลึกลับมากเสียราวกับว่าไม่มีใครบนโลกใบนี้จะค้นตัวตนของคุณเจอ

คุณ...คล้ายฉันจัง...

ฉันได้แค่คิด แต่ไม่อยากจะปล่อยให้ตัวเองเชื่อไปแบบนั้น
คนเราคงไม่มีใครคล้ายใครหรือเหมือนใครได้จริงๆ ไม่ใช่เพราะเรา "ไม่คล้าย" แต่เราไม่มีทางรู้ต่างหากว่าสิ่งที่เราคิดว่า "คล้าย" นั้นเรา "คล้าย" กันจริงหรือเปล่า

ฉันพยายามที่จะนึกถึงความรู้สึกตอนที่อยู่กับคุณหรือตอนที่มีคุณอยู่รอบๆ ทั้งในความคิด และในชีวิตจริง

ทุกครั้งที่ฉันอยู่กับคุณฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพายเรืออยู่ในมหาสมุทร...


ฉันเห็นผิวน้ำด้านบนมีแสงแดดส่องกระทบจนเป็นสีฟ้าใสสวยงาม มองเห็นห่วงน้ำสีน้ำเงินเข้มลึกลงไป ฉันหลงไหลในความสวยงามแต่ลึกลับนั้น จึงเผลอตัวกระโจนตัวลงไปลอยตัวในน้ำ ว่ายวนไปมา


รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เรือลอยไกลออกไปตามแรงคลื่นแล้ว


ฉันตะกายอยู่บนผิวน้ำ จนหมดแรง ตัวฉันค่อยๆจมลงสู่งห้วงน้ำลึก จากสีฟ้า กลายเป็นสีน้ำเงิน กลายเป็นสีกรมท่า และกลายเป็นสีดำ 


ฉันหายใจไม่ออก และฉันรู้ว่าฉันต้องตายในไม่ช้านี้แน่ แต่ภาพตรงหน้ามันสวยงามเหลือเกิน 


ห้วงน้ำที่ลึกลงเรื่อยๆ สีที่ค่อยๆเข้มขึ้นเรื่อยๆ ความมืดของมหาสมุทรกำลังค่อยๆกลืนกินตัวฉันลงไปก็จริง แต่พร้อมกันนั้น ฉันก็ได้เห็นฝูงปลาที่อยู่ไกลๆอีกด้าน เห็นแนวพืชทะเลที่อยู่ไกลออกไปอีกทาง ฉันมองทุกอย่างทั้งที่ตามองเห็นอย่างพร่าเลือนขณะที่ร่างยังจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนภาพทุกอย่างค่อยๆหายลับตาไป เหลือแค่ความมืดและห้วงน้ำว่างเปล่า 


ในห้วงน้ำแห่งความมืดมิดนั้น น้ำทะเลที่สัมผัสเย็นเหยียบกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ความมืดและความลึกลับที่น่าหวาดกลัว กลับทำให้ฉันรู้สึกวางใจไปพร้อมๆกัน ฉันรู้สึกเศร้าใจที่ตัวเองกำลังจมลงไปในเหวลึกของมหาสมุทร ไม่ใช่บนแนวปากการังตื้นที่พอจะมีใครมาช่วยชีวิตฉันไว้ได้ทัน แต่ก็รู้สึกดีใจที่ฉันได้รับรู้ความลึกของมหาสมุทรนี้ที่ไม่มีใครเคยเล่าถึงมาก่อน ฉันรู้สึกเสียใจที่ฉันจะต้องตาย แต่ฉันก็มีความสุขที่ได้สัมผัสสิ่งที่ฉันกำลังสัมผัสอยู่


และฉันโกรธมหาสมุทรที่ปล่อยให้ฉันจมดิ่งลงไปไม่พัดตัวฉันให้ขึ้นไปบนผิวน้ำ แต่ฉันก็เข้าใจว่านี่คือธรรมชาติของมหาสมุทร เมื่อฉันจมลงไปแล้ว มหาสมุทรไม่มีทางพาฉันขึ้นบนผิวน้ำได้อีกครั้งแน่นอน และมันก็คงจะไม่ทำ...


ฉันสำลักน้ำ ขณะที่รอบตัวก็มีแค่น้ำเท่านั้นที่โอบรับไว้ มีอะไรจะแย่ไปกว่าการสำลักน้ำในน้ำได้อีกเหรอ?

อย่างไรเสีย อีกเสี้ยววินาทีเดียว ฉันคงจมลงสู่ก้นมหาสมุทรลึกนี้แล้ว


แต่คุณรู้มั้ย ที่ฉันจมลงไปไม่ใช่เพราะฉันไม่มีแรงว่ายขึ้นไปบนผิวน้ำ ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนล้า โรยแรงเกินกว่าจะฝืนกำลังเฮือกสุดท้ายเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด


แต่เป็นเพราะฉันเลือกที่จะไม่ออกแรงว่ายขึ้นไป และปล่อยให้ตัวเองจมลงไปสู่ก้นมหาสมุทรอันมืดมิดนี่ต่างหาก

มหาสมุทรไม่ได้ทำให้ฉันจมลงไป ฉันเองต่างหากที่เลือกที่จะจมลงไปเอง

เพราะฉะนั้น มันไม่ใช่ความผิดของใครเลย นอกจากตัวฉันเองที่เลือกที่จะทำอย่างนี้ เลือกที่จะจมลงไปที่ใต้มหาสมุทรอันว่างเปล่านั้นเอง...


คุณเคยถามฉันว่าฉันชอบสีอะไร 
ฉันเคยตอบว่า ฉันชอบทุกสี แล้วแต่ว่าจะเอาสีนั้นไปใส่กับอะไรหรือประกอบกับอะไรเท่านั้นล่ะ 

คุณถามฉันอีกครั้งว่าฉันชอบสีอะไร
ฉันตอบเหมือนเดิมว่า ฉันชอบทุกสี แต่คราวนี้คำตอบต่างไปนิดหน่อย ฉันหยุดคิดซักพักแล้วพูดไปพร้อมกับประมวลความเป็นไปได้ของตัวฉันเอง

ฉันคิดว่าฉันชอบสีน้ำเงินกรมท่า ฉันตอบไปแบบนั้น
คุณถามฉันว่าทำไมถึงชอบสีน้ำเงินกรมท่า
ฉันนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบออกไปว่า ฉันเพิ่งจะสังเกตตัวเองในช่วงหลังนี้ว่าฉันถูกดึงดูดด้วยสิ่งของที่มีสีกรมท่ามากว่าสีอื่นๆ  ที่จริงมันก็เป็นสีในโทนที่ฉันชอบมากกว่าโทนอื่นๆอยู่แล้ว

ฉันชอบสีมืดๆทึบๆ ไม่ก็สีขาวดำไปเลย
คุณพยักหน้า เพื่อบอกว่าคุณเข้าใจแล้ว เราคุยกันทั้งคืนตั้งแต่ฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้มจนกลายเป็นสีฟ้่าสดใสของเช้าอีกวัน 

ฉันกลับมาที่ห้อง นั่งคิดทบทวนเรื่องของคุณ...เรื่องที่คุยกับคุณ
คิดวนไปวนมาทั้งวัน คิดอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ฟ้ายังสว่าง จนฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม


คนมักจะบอกว่าเชดสีสีฟ้าหรือสีน้ำเงินเป็นสีของความฉลาด ความสงบนุ่มนวล ความลึกลับ ความอิสระ ความผ่อนคลาย ความมั่นคง ความปลอดภัย และความเศร้า ฉันสงสัยว่ามันอาจจะจริง หรือที่จริงแล้วมันสามารถเป็นได้ทุกอย่างเลยต่างหาก เพราะสีฟ้าและสีน้ำเงินเป็นสีของทั้งท้องฟ้า และผืนน้ำ มันอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา มันต้องส่งผลต่อความรู้สึกทุกๆอย่างของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่งล่ะ 

รู้อะไรมั้ย? สีน้ำเงินเป็นได้กระทั่งสีของความร้อนเลยนะ เพราะดาวฤกษ์สีน้ำเงินคือดาวที่ร้อนที่สุด ร้อนกว่าดาวฤกษ์สีส้มหรือสีแดงที่เรามองว่ามันเป็นสีของความร้อนซะอีก

สีโทนนี้มันเป็นทุกอย่างในโลกจริงๆนั่นแหละเนอะ แม้แต่โลกของเรายังได้ชื่อว่า 

"ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน"
 เลย


ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์เรื่องราวของคุณเก็บเอาไว้ พร้อมกับใส่อีโมจิรูปหัวใจสีฟ้า 
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ฉันไม่อยากใช้หัวใจสีอื่นกับคุณเลย


คุณหัวใจสีน้ำเงินของฉัน 
💙💙💙

:)





SHARE
Written in this book
me
ฉันเอง นี่ฉันเอง เป็นฉันเอง เรื่องของฉันเอง :)
Writer
gade382
𝑺𝒖𝒏-𝑩𝒍𝒆𝒔𝒔𝒆𝒅 𝑮𝒊𝒓𝒍
former Role name : Ultimate•Sad•Girl. Completely unemotional or too emotional, choose one.

Comments