วันที่ฉันหัดขับรถมอร์เตอร์ไซค์ครั้งแรก
ฉันคิดเสมอว่ามันต้องง่ายแน่ เพราะฉันคิดว่าตัวเองมีทักษะการปั่นจักรยานเป็นทุนเดิม แต่ฉันคิดผิด เพราะเพียงทักษะจากการปั่นจักรยานนั้นไม่พอสำหรับการฝึกขับรถมอร์ไซค์

พ่อสอนฉันตั้งแต่ดูส่วนประกอบของรถ วิธีดูเข็มต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายจราจรที่เกี่ยวข้อง จากนั้นพ่อก็สอนลงมือปฏิบัติ เริ่มจากการเสียบกุญแจ การสตาร์ทด้วยเท้า ซึ่งทำให้ฉันรู้ว่าฉันมีขาที่อ่อนแรงมาก ต้องเหยียบอย่างน้อย 2-3 ครั้งจึงจะสตาร์ทติด 

พ่อยังไม่ให้ฉันขับเข้าเกียร์ แต่ให้ฉันลากรถไปแล้วทรงตัวให้ได้ก่อน ข้อนี้ทำให้ฉันรู้อีกว่าร่างกายฉันไม่มีแรงเลย อ้อ ฉันลืมบอกไป ถึงตอนแรกจะยังไม่หัดขับแบบเกียร์ แต่ฉันก็เซฟตัวเองตลอด ฉันเปลี่ยนจากรองเท้าแตะมาเป็นรองเท้าพละเพื่อจะได้ใช้เท้าอย่างทะมัดทะแมง และสวมหมวกกันน็อคตลอดเวลา ฉันคิดว่าชีวิตฉันสำคัญกว่าการไม่ยอมให้สิวขึ้นคางเพราะสายรัดหมวก

หลังจากชินกับการทรงตัว พ่อก็เริ่มสอนขับเข้าเกียร์
ฉันกลัวมากตอนบิดแฮนด์แล้วรถพุ่งไป แต่เมื่อเริ่มควบคุมแฮนด์ได้ ความกลัวแรกก็ลดลง ทว่าเมื่อฉันต้องเปลี่ยนเกียร์ ความกลัวที่สองจึงบังเกิด ปัญหาของฉันก็คือฉันจะบิดเร่งพร้อมเปลี่ยนเกียร์ เครื่องจึงกระตุก และทำให้ไฟบอกเกียร์ดับ (พ่ออารมณ์เสียมาก)

เหตุการณ์เปลี่ยนเกียร์ผิดจังหวะ ย้ำเตือนฉันเรื่องสติและการแยกประสาท, ตาต้องมองถนน หูฟังเสียงพ่อ เท้าต้องตบเกียร์ให้สัมพันธ์กับมือขวาที่ต้องผ่อนเร่งลง เท้าขวาต้องคอยเหยียบเบรกหลัง นิ้วหัวแม่มือซ้ายต้องกดเปิด-ปิดไฟเลี้ยว ที่สำคัญคือสมองฉันต้องต้องจำให้ได้ว่าไปถึงเกียร์ไหนแล้ว (เพราะไฟดับไง)

ครั้งแรกที่ขับแบบเกียร์ ฉันทำได้แย่มากตอนทำไฟเกียร์ดับ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ เลิกซะ! ก่อนที่รถจะพังมากกว่านี้ ทำไม่ได้หรอก! ขับยังไงก็ไม่แข็งหรอก! 
แต่เมื่อฉันคิดถึงตัวเองในรั้วมหาวิทยาลัยไกลบ้าน..ไร้พ่อแม่คอยช่วยเหลือ ไร้เพื่อนที่รู้จัก มันก็มีแต่ 'ฉัน' นี่แหละที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ 
ดังนั้น
"กูจะยอมแพ้ไม่ได้!" ฉันบอกตัวเองแล้วจึงเริ่มใหม่อีกครั้ง
ครั้งที่สองฉันจึงมีสติและสมาธิมากขึ้น โดยการพูดกับตัวเอง 
"เร่ง..ผ่อน..ตบเกียร์..เร่ง..ผ่อน..เลี้ยว..เร่ง..ผ่อน..ตบเกียร์..เร่ง.." 
หลังจากพูดกับตัวเองแบบนี้ฉันก็ทำได้ดีขึ้น
พอเริ่มครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ และครั้งต่อ ๆ ไป ฉันไม่ต้องพูดอีก แล้วในที่สุดก็ชินกับการปรับเกียร์

ฉันคิดว่าการหัดขับมอร์ไซค์ครั้งแรกเหมือนการใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรก
ฉันกลัวการตบเกียร์เหมือนกลัวตอนเลนส์เข้าใกล้ตา

หลังจากใส่เลนส์ครั้งแรก ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ใส่อีก แต่ไม่นานการแสดงวันโพเดียมก็มาถึง สาวแว่นอย่างฉันจึงจำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์แทน เพื่อจะได้เหมือนเพื่อนนักแสดงคนอื่น ๆ ฉันจึงต้องลุกขึ้นมาสู้กับความกลัวของตัวเองอีกครั้ง การลุกขึ้นสู้ครั้งนี้ ฉันได้ค้นพบว่า จริง ๆ แล้ว ดวงตาของฉันดูอ่อนโยนลงเมื่อใส่คอนแทคเลนส์ แถมฉันยังทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สะดวกกว่าสวมแว่น

เรื่องทั้งหมด สอนให้ฉันรู้ว่า 'ครั้งที่สอง..ทุกอย่างจะดีขึ้นเสมอ'
จะเรื่องอะไรก็ตาม อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ! สู้ๆ! :)
SHARE
Written in this book
การผจญภัยของฉัน
การใช้ชีวิต
Writer
NoOnEcAnSeVeMe
writer , student
ฉันชอบฟังเพลงเศร้า

Comments

Psychol
3 years ago
เขียนต่อไปเรื่อยๆนะครับ
Reply
NoOnEcAnSeVeMe
3 years ago
ขอบคุณนะคะ 💞😄