แหกอินเดีย Ep.2 นมัสเตเดลี ฉันมาที่นี่ทำไม
 12 MARCH 2017 10:45 AM
 
เครื่องแลนด์ดิ้งลงแล้วอย่างสวยงามและด้วยเวลาเลทเพียงไม่กี่นาที จากนี้ไปออกจากเกทไม่ต้องผ่านตม.รอบสองแล้วก็แค่ไปรอรับกระเป๋า และออกไปหาแท็กซี่ที่จะมารอรับเราเข้าโรงแรม ใช่แล้ว ด้วยความปรารถนาดีจากโรงแรมที่แรกและที่ดีที่เราจองไว้ อีเมลฉบับยาวถูกส่งมาถึง และให้ระมัดระวังพวกมิฉาชีพหลอกลวงโก่งค่าโดยสาร ลิสต์รายชื่อมายาวเป็นหางว่าว พร้อมเสนอ Airport Transfer ให้ในราคาที่พอน่าสนใจ ด้วยความที่เตรียมอะไรมาก็ไม่ค่อยพร้อม (ไม่ได้เตรียม) สิ่งนี้จึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยเปิดทริปเราให้ดี เคยได้ยินหลายคนพูดว่าถ้าเริ่มต้นได้สวย อะไร ๆ ก็จะดีตาม เราจึงเลือกรับบริการแท็กซี่จากโรงแรม ที่จะช่วยไม่ให้เราต้องโดนฉุดกระชากจากแก๊งแท็กซี่ในด่านแรก และไม่ต้องนั่งงมหาโรงแรมในซอยเล็ก ๆ ด่านต่อไป

เดินออกนอกประตูมาเรียบร้อย ป้ายชูรอรับผู้โดยสารที่ออกจากประตูมีอยู่มาก จนเราต้องมองแล้วมองอีก หาแล้วหาอีก วนแล้ววนอีก แล้วเราก็หาไม่เจอ วนจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ดูเวลาจากที่นัดแนะกันไว้ เราก็เลทไปไม่มากหรือมากหว่า หนึ่งชม.พอดีจากเวลาแลนด์ดิ้งและรับกระเป๋า โอเค ไม่เป็นไรข้างหน้ามีโทรศัพท์สาธารณะพอให้ใช้ จึงหยิบโทรศัพท์ควักเบอร์ออกมาคุย แต่ต้องบอกจริง ๆ ว่าฟังกันยากมาก สิ่งที่เขาบอกมาก็คือคนขับรถรออยู่ที่ gate 4 ห่างจากที่เราอยู่ในระยะที่สายตามองถึง เราเริ่มเบาใจ วางสายและเดินไปหา

หา หา ไม่มี ไม่มี ไม่มี โอเค คิดในใจ เขาอาจกำลังมา จะมาเจอกันที่ gate 4 รอ รอ รอ ไม่มี ไม่มา ไม่มี เอ๋ หรือจะมี gate 4 หลายที่ เอ๋ เอ๋ โอเค โทรไปใหม่อีกครั้งเรายังได้ยืนยันคำตอบเดิม gate 4 เราก็ยืนยันว่าเราก็อยู่ที่นี่และไม่มีใครมา เราเลยย้ำอีกทีว่าที่นี่ Domestic Arrival gate 4 และสิ่งที่ได้รับรู้คือ คนขับอยู่ที่ International gate 4!! โอเค เราย้ำกับเขาไปชัด ๆ ว่าจะรอที่นี่ Domestic gate 4

แล้วเราก็รอ รอ รอ แต่เขาก็ยังไม่มา ไม่มา เราพยายามเดินหาที่ international gate แต่พบว่าไม่อยู่ในระยะที่เดินไปได้เลย เราเลยรอและโทรไปหาอีกครั้ง ถามดัง ๆ ชัด ๆ Where is a driver? แต่เหมือนคนรับสายคนเดิมจะไม่อยู่ และสิ่งที่เราได้ตอบกลับมาคราวนี้คือ I’M NOT A DRIVER ปัง!!

จากเวลาที่แลนดิ้งมาตอนนี้ผ่านไปเกือบสองชม.แล้ว และเราคิดว่า คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรอต่อไป เลยต่อรองราคากับแท็กซี่แถวนั้นในราคาที่แพงกว่านิดหน่อย 600 รูปี ประมาณ 300 กว่าบาทและยื่นแผนที่ในโทรศัพท์ให้ พร้อมขนกระเป๋าขึ้นรถ และนี่คือแหกที่ 1 ดูเหมือนจุดเริ่มต้นจะไม่สวยซะแล้ว 
 
แท็กซี่พาเราจอดแถวหน้าสถานีรถไฟ แล้วชี้ไปข้างหน้าบอกเราว่า ต่อจากนั้นต้องเดินเข้าไปอีก เพราะรถเข้าไปไม่ได้ ข้างหน้าเป็นซอยคล้าย ๆ ถนนข้าวสารบ้านเรา ขายของแฮนด์เมด แต่ไม่มีพวกร้านเหล้า วนแล้ววนอีก อยู่นาน กว่าจะเจอ ปากซอยเข้ารรเป็นส้วมสาธารณะ แบบฉากเปล่า ๆ ให้ผู้ชายยืนฉี่อะ เหม็นไปอีก แต่ตัวรรข้างในค่อนข้างดี รีเซ็ปชั่นเป็นมิตรดีมาก และห้องก็ค่อนข้างดี ส้วมมีสายฉีดตูด ถือว่าผ่าน 555

หลังจากพักผ่อนสักพัก เราจึงออกมาจะซื้อตั๋วรถไฟ ระหว่างทางเดินออกมาโดนโยนลูกโป่งน้ำใส่ ไปสองที เปียกมาก แต่วันนี้เป็นวันก่อนโฮลี บางคนเขาก็บอกว่าเริ่มเล่นกันแล้ว เราต้องทำใจ เดินไปถึงหน้าสถานี มีแต่คนจะดึงไป ถามนู้นถามนี้ น่ารำคาญมาก นึกขึ้นได้ลืมพาสปอร์ตไว้ที่รรเลยเดินกลับไปเอา โดนลูกโป่งน้ำไปอีกที  

แล้วก็มีคนขับริคชอว์ คล้ายกับตุ๊กๆบ้านเรามาทัก เราก็ปฏิเสธแทบทุกคัน คือน่ารำคาญมาก อยากไปเดี๋ยวก็เรียกเองหน่า แต่มีคันนึงเราปฏิเสธไป แล้วก็ยังไม่หยุด บอกว่าไม่ได้จะชวนขึ้น แต่เป็นเพื่อนกับพนักงานรรที่เราพัก เห็นเราจากที่นั่น บอกจะพาเราไปที่ซื้อตั๋ว ไปส่งฟรี ทางเดียวกับที่จะไปอยู่แล้ว ตอนนั้นมึนจนได้ โดนหลอกไปเอเจนซี่ ทำไงได้ขี้เกรงใจ เลยต้องเข้าไปนั่งโง่ฟังแผนทัวร์อยู่นานมาก แล้วคนขายก็พยายามพูดจาดีอยู่นั่นแหละ ถามว่าทำไมหน้าพวกคุณดูเครียดจัง ก็กูรู้ไงมืงกำลังจะสูบเงินกู กูคิดอยู่ว่าจะหาทางออกจากที่นี่ยังไง สรุปไม่ซื้อ ยังพอมีสติหน่อย เลยจะขอซื้อซิมส์โทรศัพท์แทน คุยไปคุยมาโดนหลอกอีกเช่นเคย ซิมพร้อมเน็ต 1300 รูปี เกือบ 700 บาทไทย คือราคาสองเท่า คือตอนฟังคนที่เอามาขายก็ได้ยินราคาอยู่ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงอยากออกมาจากที่นั้น แต่ก็ยังทำตัวเกรงอกเกรงใจ คนขับริคชอว์ ที่ตอนแรกรออยู่พอรู้ว่าเราไม่ซื้อทัวร์ก็อดได้ส่วนแบ่งก็หายวับไปทันใด

ออกมาได้ตั้งสติ หาร้านกับข้าวกิน จะเป็นลมแล้ว ทั้งรอรถตั้งแต่เช้า โดนหลอกมานั่งฟังทัวร์ ยังไม่ได้กินไรเลยย เลยเดินแถวนั้น เจอร้านอาหารร้านนึงคนอินเดียกินเยอะมาก น่าจะโอเค เลยเข้าไปสั่งนาน แผ่นแป้งกลม ๆ กับแกงแล้วก็กริลแซนด์วิช อร่อยใช้ได้ นั่งริคชอว์กลับรร

กลับไปตั้งสติ แล้วออกไปซื้อตั๋วที่สถานี โดนอีกเช่นเคย เหมือนที่เค้าเตอร์ไม่มีคน แล้วทุกคนพยายามมาเรียกเรา บอกว่าซื้อไม่ได้ แล้วพรุ่งนี้เป็นวัน Holi ทุกอย่างจะปิด ไม่ว่าจะเดินหนียังไงก็จะมีคนมาล้อมหน้าล้อมหลัง สุดท้ายแม่งหลอกพาไปเอเจนซี่อีกเช่นเคย จะไม่เข้าไปแล้วแม่งตื้อไม่ยอมไปไหน เลยเข้าไปนั่งฟังโง่ แต่ในใจตั้งสติบอกไม่เอา แต่คุยไปคุยมา แม่งเปิดเว็บให้ดูว่าถ้าจองเดี่ยวเต็มหมด ต้องจองแบบเหมาวัน งงอีก สุดท้ายเสียสติ กำลังจะจ่ายตังซื้อทั้งทริปทั้งหมด 20,000 รูปี หมื่นกว่าบาทไทยต่อคน โชคดีสัส ตังค์ไม่พอ แบ่งไว้ที่รร มันให้รถมารับไปส่งรร ให้มัดจำก่อน ตอนนั้นงงตัวเองมาก ควักตังให้ไปง่าย ๆ เลย 18000 รูปี

ตอนนั่งรถออกมาตั้งสติได้ คำนวณรายวันแม่งแพงกว่าเหี้ย ๆ ตังค์ก็มัดจำไปแล้ว งงตัวเองมาก กลับรรไปตั้งสติ หาข้อมูล แต่ก็ทำไรไม่ได้ เพราะเว็บรถไฟไม่ activate account เราให้สักที แบบเซ็ง สรุปแล้วนั่งรถกลับไปเจรจา ขอเงินคืนไม่ได้ คือโทษตัวเองเลย ทำไมให้เงินไป เหมือนสติหลุด มันบอกคืนได้เสียค่ายกเลิก 25% ในใจแบบควยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจรจาซื้อทัวร์กับมันแบบสั้นลงถูกลง ทีนี้ซักทุกรายละเอียด ตั๋วทั้งหมดให้มันโชว์ คิดไปคิดมาแม่งก็เรียกแพงกว่าอยู่ดี มันบอกจองเองยังไงก็ต้องมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม สุดท้ายเสียค่าทริปไปคนละ 9700 รูปี ลดจากเดินครึ่งนึง ได้ตั๋วไปสามเมืองพร้อม ซาฟารีทริป คิดแล้วคิดอีกเหมือนเสียค่าโง่ไป 1000 รูปี 500 บาทต่อคน ยอมจำนน กลับรร 

วันนี้เสียเวลาทั้งวันไปกับพวกมัน เดลีก็ไม่ได้เที่ยวเลยสักนิด ยังไม่ได้ไปไหนเลย เห้ออออ เลยตัดสินใจเดินเล่นแถว ๆ นั้น เป็นเหมือนย่านการค้า มีร้านค้าตั้งแต่แนวตลาดนัดที่เริ่มทยอยกันเก็บ แล้วก็พวกช็อปร้านค้า นับว่าผังเมืองกับตึกค่อนข้างดีมากทีเดียว เราเดินเรื่อย ๆ รอบวงเวียนที่มีสวนสาธารณะอยู่ ระหว่างเดินดูนู้นดูนี่ก็ มีผชคนหนึ่ง เดินข้ามถนนมาทัก ถามนู้นนี่นั่นอย่างเป็นมิตร ดูท่าทางก็เหมือนนักศึกษาไรงี้ คุยไปคุยมาบอกกำลังจะไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ จา แล้วก็มาชวนเรา ในใจหนิ แบบนี้ก็ได้หรอวะ แน่นอนใครจะกล้าไป เลยเซย์กู๊ดบาย หลังจากนั้นจึงคิดว่าไม่ปลอดภัยอีกแล้วที่จะเดินเล่นดุ่ม ๆ ยามค้ำคืนในเดลี เลยหาริกชอว์กลับโรงแรม แวะหาไรกินนิดหน่อย ลองเดลีสตรีทฟู๊ดตั้งแต่วันแรก เป็นขนมปังทอดกับไข่ ใส่หอมอีก TT โอ้ยแค่วันเดียวเล่นเอาพลังงานหมดแล้ว


 
SHARE
Written in this book
แหกอินเดีย
บันทึกการเดินทางในอินเดีย
Writer
Mamong
Writer
I live and I write FB: Mameowmon

Comments