หนังสือที่แบ่งกันอ่านกับความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น

ช่วงมัธยมปลายตอนกลาง คือช่วงเริ่มต้นของการอ่านหนังสืออย่างจริงจัง เป็นช่วงที่มักจะใช้เวลาว่างอยู่ในห้องสมุด บ้างก็โดดเรียนมานั่งห้องสมุด จนสุดท้ายก็กลายเป็นเด็กปั๊มหนังสือจนได้

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่รู้สึกว่าการหาหนังสือในห้องสมุดอ่านเป็นเรื่องที่สนุก เนื่องจากการหาหนังสือเล่มที่จะอ่านแล้วสนุกถูกใจนั้นค่อนข้างยาก

เรามักจะแข่งกับเพื่อน (ที่เป็นเด็กใหม่ที่อยู่คนละห้องและมานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดเป็นประจำ(ตอนนั้นยังไม่ค่อยสนิทกันมาก)) ว่าในหนึ่งเทอมใครจะหาหนังสือที่ถูกใจได้มากกว่ากัน
แต่แล้วเมื่อวันที่หนังสือชุดชุดหนึ่งเป็นหนังสือที่โดนใจเรากับเพื่อนในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นการแย่งกันให้ได้มาซึ่งการครอบครองหนังสือเล่มนั้นจึงเกิดขึ้น

หนังสือชุดที่มี 4 เล่ม และมีแค่ชุดเดียวในห้องสมุด ซึ่งการจะอ่านเล่มสองก่อนเล่มหนึ่งหรือเล่มสี่ก่อนเล่มสามย่อมไม่ได้แน่นอน แต่อยากอ่านแค่ไหนก็ยังอ่านไม่ได้ เพราะหนังสือเล่มที่หนึ่งของชุดนั้นได้ถูกยืมไปแล้ว
ต้องรอจนกว่าหนังสือเล่มนั้นจะถูกคืนกลับมายังห้องสมุดอีกครั้ง

และแล้ววันที่หนังสือกลับคืนสู่ที่ของมันก็มาถึง
สงครามแย่งหนังสือมาครอบครองจึงเกิดขึ้น
ตามปกติแล้วหลังจากได้รับหนังสือคืนจากผู้ยืมจะผ่านกระบวนการอะไรสักอย่างเล็กน้อยจากบรรณารักษ์เสียก่อน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กปั๊มหนังสือใช้เส้นสายลัดคิวเล็กน้อยและในที่สุดจึงได้มาครอบครอง

ด้วยความดีใจและเผลอสบตาปิ๊งๆกับเพื่อนที่ส่งสายตาละห้อยแกมเสียดายมาให้ ด้วยความใจอ่อนและสำนึกว่าตัวเองใช้เส้นเล็กเส้นใหญ่ได้มันมาครอง ในที่สุดเราจึงใช้วิธี "แบ่งเวรกันอ่านเถอะเพื่อน" ด้วยการสลับกันอ่านคนละ 24 ชั่วโมง คือหนึ่งวันเต็มๆ

นั่นคือการอ่านหนังสือที่สนุกที่สุด มันสนุกตรงการรอคอยที่หนังสือจะกลับมาอยู่ในมืออีกครั้งเพื่ออ่านบทต่อๆไป สนุกที่มีคนคุยเรื่องเดียวกัน สนุกที่บางวันก็ยังแย่งกันอ่านกับเพื่อนถึงแม้จะแบ่งเวรกันแล้วก็ตามแต่การแย่งเพื่อนอ่านมันทำให้การอ่านสนุกขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว


มิตรภาพ ความรักระหว่างคนกับหนังสือมีมากขึ้น
มิตรภาพ ความรักระหว่างเพื่อนก็แน่นแฟ้นขึ้นเช่นกัน






สวัสดี
SHARE
Written in this book
สองศูนย์หนึ่งเจ็ด โตขึ้นอีกปี
สตอรี่ปี 2017 สองศูนย์หนึ่งเจ็ด ชีวิตโตขึ้นอีกปี
Writer
adindarinii
Student
ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง เขียนไม่เก่งแต่จะมาเล่าเรื่องราว ประสบการณ์ ความรู้สึก นึก คิด ของตัวเอง อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์

Comments

LaFloraRa
2 years ago
ดีใจที่ได้แวะมารำลึกอดีตค่ะ :)

เราอ่านหนังสือนอกเวลาหนักจริงๆช่วงม.6 เป็นช่วงหลังจากสอบตรงติดแล้ว ขณะที่ทุกคนอ่านเตรียมแอดมิชชั่น เรากลับยืมวรรณกรรมเยาวชนกลับบ้านวันละ3เล่ม (ต้องเรียงลำดับด้วยนะ อ่านเล่มหลังก่อนไม่ได้เด็ดขาด) ชอบบรรยากาศตอนนั้น ชอบแอบดมกลิ่นหนังสือเก่า ชอบความกรอบแกรบของกระดาษ ชอบที่มีตราปั๊มตรงกระดาษยืมคืนเพิ่มมาอีกหนึ่งช่อง ชอบที่หาหนังสือตามชั้นไม่ค่อยจะเจอ ซึ่งพอเจอแล้วจะฟินมากกกกก 5555
Reply
adindarinii
2 years ago
เป็นช่วงเวลาที่สนุกมาก แถมบางครั้งยังรู้สึกสนุกได้แม้เพื่อนจะไม่ยอมเข้าห้องสมุดมากับเราด้วยก็ตาม
นึกถึงก็ยิ้มได้ตลอดเลย เนอะ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันค่ะ ^^
eventuallyalone
2 years ago
เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักมากๆเลยล่ะค่ะ
Reply
adindarinii
2 years ago
😁😊
beary
2 years ago
เป็นกิจกรรมที่น่ารักและสร้างสรรค์ระหว่างเพื่อนๆ ^^ 
Reply
adindarinii
2 years ago
ใช่ค่ะ จำได้ว่าช่วงนั้นสนุกมากๆ
ขอบคุณมากค่ะ
Strangers1992
2 years ago
เรื่องนี้เป็นเล่มต่อจาก "เด็กปั๊มหนังสือใช่ไหมครับ"
อ่านไปเผลอนึกถึงตัวเอง นี่เราเคยเจอกันรึเปล่า ?
ฮ่าๆล้อเล่นนะครับ แค่คิดถึงเด็กน้อยคนในอดีต
แอบหลงรักความรู้สึกของการรอคอยเรื่องราวที่เฝ้าคอยในหนังสือ 
เราจำได้ว่าถ้าชอบเล่มไหนมากๆจะซ่อนไว้เพื่อไม่ให้ใครมาเจอและยืมไปในตอนพักกลางวัน
พอตกเย็นจะมายืมไป (นโยบายโรงเรียนในตอนนั้นคือยอมได้เฉพาะตอนเย็น)
มีอยู่วันหนึ่งหนังสือเล่มโปรดถูกชิงยืมตัดหน้าไป เจ็บใจจริงๆ 
ที่ตลกร้ายคือเราดักรอเจอหน้าผู้ชิงหนังสือไปเมื่อครบกำหนดวันคืนหนังสือ
เราส่งสายตาร้ายกาจแก่เด็กคนนั้น 
พอนึกแล้วก็ยังหยุดขำตัวเองไม่ได้ :D

Reply
adindarinii
2 years ago
ใช่ค่ะ เรื่องราวมันต่อกัน
แหมๆ แอบเจ้าเล่ห์นิดนึงนะคะ ซ่อนหนังสือ จำได้ว่าเคยซ่อนเหมือนกันนะคะ แต่ต้องเอาไปซ่อนในหมวดที่ต่างกันด้วย แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาบรรณารักษ์ได้ กลับมาหาอีกทีมันก็ไปอยู่ที่เดิมตลอด
แต่อะไรคือการไปดักรอและส่งสายตาให้ผู้ชิงหนังสือกันหล่ะเนี่ยะ 5555
CAomOk
2 years ago
ดีจังง
Reply
adindarinii
2 years ago
^_^